ข่าว

รับลมหนาวที่โครงการหลวง

รับลมหนาวที่โครงการหลวง

15 ม.ค. 2555

ท่องโลกเกษตร : รับลมหนาวที่โครงการหลวง ดูงานเกษตร 'ขุนวาง-อินทนนท์' โดย...ดลมนัส กาเจ

                    ท่องโลกเกษตรในช่วงวสันตฤดู คงไม่มีที่ไหนที่จะอลังการเท่าโครงการหลวงที่เมืองเหนือ ไม่ว่าจะเป็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการอินทนนท์ ต.จอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางที่ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และอาทิตย์นี้ทีมท่องโลกเกษตรของเราเลือกชมแปลงเกษตรนานาชนิดที่ศูนย์พัฒนาโครงการอินทนนท์และขุนวางที่มีแปลงเกษตรทั้งดอกไม้เมืองหนาว แปลงผลไม้ การเพาะเห็ดสารพัดชนิด ที่น่าสนใจคือแปลงวานิลลาที่ปลูกเชิงการค้า รวมถึงการเลี้ยงปลาเมืองหนาวที่มีชื่อเสียง คือ ปลาเรนโบว์เทราต์ และปลาสเตอร์เจียน ที่นำไข่มาทำไข่ปลาคาเวียร์ที่ราคาสูงถึง กก.ละ 2 แสนบาท

                    เราผ่านม่านหมอกยามเช้าในตัวเมืองเชียงใหม่ ตามถนนสายหลักที่จะขึ้นไปยังยอดดอยอินทนนท์ ถึงทางแยกเลี้ยวขวาลัดเลาะตามเส้นทางที่คดโค้งไปอีกราว 16 กม. ถึงศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางที่ ต.แม่วิน ก็จะพบแปลงพืชเมืองหนาวทั้งพืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล นานาชนิด ในพื้นที่ 450 ไร่ ไม่ว่าจะเป็นสาลี่ แมคคาเดเมียนัท กาแฟพันธุ์อาราบิกา และที่น่าสนใจมากที่สุดเป็นพืชที่เพิ่งปลูกเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง และหาชมได้ยากคือ วานิลลา (Vanilla) 

                    วานิลลา เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลกล้วยไม้ มีลักษณะพิเศษคือ เป็นกล้วยไม้ชนิดเดียวที่มีลักษณะเป็นเถาว์เลื้อย มีความสวยงามของใบและดอก ใช้เป็นไม้ประดับและยังเป็นพืชเครื่องเทศที่มีการใช้ประโยชน์ได้ คือนำฝักแห้งของวานิลลาไปหมักและบ่มให้เกิดกลิ่น นำไปสกัดสารที่ให้กลิ่น และนำไปใช้ปรุงแต่งรสอาหาร และที่รู้จักกันดีคือ แต่งกลิ่นวานิลลาในไอศกรีม และเบเกอรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยาและน้ำหอม จึงจัดเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีแนวโน้มความต้องการของตลาดสูง

                     วัชระ พันธุ์ทอง นักเกษตรไม้ดอก ประจำศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง บอกว่า ตอนที่ปลูกวานิลลาใหม่ๆ จากข้อมมูลพบว่าในประเทศไทยมีการสั่งนำเข้าวานิลลา 100% จากต่างประเทศ แต่บางส่วนของอาหารที่มีกลิ่นวานิลลาที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน เป็นกลิ่นวานิลลาสังเคราะห์ที่ได้จากต้นสนในอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ และจากพืชอื่นที่มีกลิ่นคล้ายวานิลลา เช่น จากต้นถั่วทองก้าแต่ วานิลลาสังเคราะห์ที่ว่านี้อันตรายคือทำให้เกิดมะเร็งกับสัตว์ทดลองในห้องทดลองได้ จึงทำให้ผู้บริโภคหันมาบริโภควานิลลาแท้กันมากขึ้น

                    ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง นำวานิลลามาปลูกในปี 2545 จากศูนย์วิจัยเกษตรหลวงห้วยลึกมาเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะมีความสวยงามจึงผลิตเป็นไม้กระถางและนำไปปลูกเลี้ยงภายในโรงเรือนไม้กระถาง ตอนหลังพบว่าวานิลลามีการเจริญเติบโตและไปเกาะเสาเหล็กของโรงเรือน จึงนำมาปลูกไว้ภายในโรงเรือนต่างหาก ในปี 2548 พบว่าวานิลลาออกดอกออกฝัก แล้วลองหมักตามกระบวนการพบว่าได้คุณภาพดีด้วย ปัจจุบันจึงปลูกในโรงเรือนเพื่อเป็นการค้า และขยายพันธุ์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก เนื่องจากฝักวานิลลาแห้งที่ยังไม่ผ่านการหมัก ราคา กก.ละ 5,000 บาท ถ้าสกัดกลิ่นออกมาราคาจะเพิ่มอีกหลายเท่าตัว

                    นอกจากแปลงวานิลลาแล้ว มีแปลงเกษตรที่น่าสนใจ คือการเพาะเห็ดแชมปิญอง และเห็ดอื่นๆ อีกหลายชนิด ซึ่งขณะเห็ดแชมปิญองกำลังออกดอกและเป็นเห็ดที่มีราคาแพงด้วย ซึ่ง นิรันดร์ เขื่อนควบ นักวิชาการเกษตร (กลุ่มเห็ด) บอกว่า เป็นเห็ดเศรษฐกิจชนิดหนึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส เพิ่งเพาะในโรงเรือนเพื่อการค้าเมื่อปี 2552 นี่เอง ปัจจุบันราคาอยู่ที่ กก.ละ 340 บาท

                     กว่า 2 ชั่วโมงที่ดูงานในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง เราขับรถวกกลับมาที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอินทนนท์ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ สมชาย เขียวแดง ผู้อำนวยการศูนย์ บอกว่า ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาทำกิจกรรม และบันทึกภาพอันสวยงามทั้งไม้ดอกเมืองหนาว ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอินทนนท์ไม่ต่ำกว่าวันละ 1,500 คน หากเป็นวันหยุดนขัตฤกษ์จะมากขึ้นกว่าเท่าตัว

                    สำหรับจุดแรกที่ดูงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอินทนนท์ เราไปดูที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานของโครงการหลวงอินทนนท์ ต.จอมทอง อ.จอมทอง ที่ประสบผลสำเร็จจากการพัฒนาวิจัยเพาะพันธุ์ปลาเรนโบว์เทราต์ จนสามารถเพาะเลี้ยงป้อนตลาดปีละสิบตันเพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารไม่ว่าจะเป็นปลาเรนโบว์เทราต์รมควัน นึ่งมะหนาว นึ่งซีอิ๊ว ทอด ตามภัตตาคารและโรงแรมชั้นนำ และล่าสุดเมื่อปี 2548 หน่วยงานแห่งนี้ได้นำไข่ปลาสเตอร์เจียนจากรัสเซียมาฟักและทดลองเพาะเลี้ยง ปรากฏว่าเติบโตได้ดี บางตัวสามารถวางไข่แล้ว

                    ประสาน พรโสภิณ นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดดอยอินทนนท์ เคยบอกว่า ได้นำเข้าไข่ปลาสเตอร์เจียนจากประเทศรัสเซียมาทดลองฟักที่ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดดอยอินทนนท์จำนวหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่ามีอัตรารอดมาได้ถึง 90% และผลจากการทดลองเลี้ยงพบว่าปลาประเภทนี้เติบโตได้ในสภาพของภูมิอากาศบนดอยอินทนนท์ เนื่องจากปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในสภาพพื้นที่ที่มีอากาศหนาวไม่เกิน 20 องศาเซลเซียสเท่านั้น

                    ตามข้อมูลปลาสเตอร์เจียนมีอยู่ 25-27 ชนิดใน 3 สายพันธุ์ หรือ 3 สกุล ถือเป็นปลาขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายปลาฉลาม เคยมีสถิติระบุว่าปลาสเตอร์ในประเทศรัสเซียมีอายุกว่า 200 ปี หนักถึง 1.5  ตัน ยาว 5 เมตร พบมากในทะเลสาบแคสเปียน ประเทศรัสเซีย แต่โดยทั่วไปจะพบขนาดมีน้ำหนักระหว่าง 75-100 กก. ปลาชนิดนี้เลี้ยงเพื่อนำผลผลิตไข่ ซึ่งปัจจุบันไข่ที่เรียกว่าไข่คาเวียร์นั้น ราคาแพงมาก ตก กก.ละกว่า 2 แสนบาท โดยปลาตัวเมีย 1 ตัวจะให้ไข่ 1 ปีและเว้นอีก 2 ปีจึงจะให้ไข่อีก แม่ปลา 1 ตัวจะให้ไข่ 15% ของน้ำหนักตัวปลา เป็นไข่ปลาที่มีรสชาติอร่อยและแพงมาก ปัจจุบันไข่ปลาสเตอร์เจียนจะนิยมบริโภคมากที่สุดทั้งในรัสเซีย ยุโรป อเมริกา และอิตาลี ส่วนปลาตัวผู้จะนำไปชำแหละขายในราคา กก.ละ 66-700 บาท

                    จากนั้นจึงไปสัมผัสความอลังการของไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว รวมถึงส่วนพืชผักที่ส่งเสริมชาวบ้านปลูก จำพวกมะเขือเทศ พริกหวาน ซูกินี เซเลอรี กะหล่ำปลีรูปหัวใจ เฟนเนล บร็อกโคลี เป็นต้น เห็นแล้วสวยงามมาก หากใครสนใจอยากดูการเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน ชิมปลาเรนโบว์เทราต์ ที่โครงการหลวงอินทนนท์ ชมสวนวานิลลาที่ขุนวาง รวมถึงการขยายพันธุ์ชะมดเช็ด และงานพืชสวนโลก สอบถามได้ที่สมาคมสื่อมวลชลเกษตรแห่งประเทศไทย 0-2940-5425-6 รับจำนวนจำกัด

..............................................................
(ท่องโลกเกษตร : รับลมหนาวที่โครงการหลวง  ดูงานเกษตร 'ขุนวาง-อินทนนท์'  โดย...ดลมนัส  กาเจ)