
พม่าฉลองปล่อยตัวนักโทษการเมือง
ชาวพม่าจัดงานเฉลิมฉลอง หลังทางการได้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก สร้างความยินดีให้กับปชช.ด้านนอกรั้วเรือนจำ แสดงถึงสัญญาณของความพร้อมรับการปฏิรูปและการยกย่องจากนานาชาติ
14 ม.ค.55 สื่อท้องถิ่นของพม่ารายงานว่า นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีชื่อเสียง ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยที่ถูกกดขี่ , อดีตนายกรัฐมนตรี , ผู้นำชนกลุ่มน้อย , ผู้สื่อข่าว และญาติ ๆ ของอดีตจอมเผด็จการ เนวิน ต่างรวมอยู่ในกลุ่มของคนที่ได้รับอิสรภาพ บรรดาสื่อมวลชนของรัฐ ต่างรายงานว่า ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้ประกาศนิรโทษกรรมนักโทษทั้งหมด 651 คน เพื่อให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการสร้างชาติ
นับเป็นการเร่งกระบวนการแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดในพม่า ที่ตะวันตกต้องการจะเห็นที่รวมถึงการเริ่มต้นด้วยการเจรจากับนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน , การทำให้สหภาพแรงงาน เป็นองค์กรถูกกฎหมาย และการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับกะเหรี่ยงกลุ่มต่างๆ
ในจำนวนของงบุคคลที่ได้รับการปล่อยตัว ได้รวมถึงนายขุน ตุน โอ ประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติรัฐฉานเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกตัดสินจำคุกนานถึง 93 ปี หลังถูกจับพร้อมกับผู้นำรัฐฉานอีกหลายคน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2548 และถูกตั้งข้อหากบฎ ซึ่งเมื่อได้รับอิสรภาพ เสียงเพลงประจำชาติของฉาน ได้ดังกึกก้องผ่านเครื่องขยายเสียงนอกบ้านของครอบครัวนายขุน ตุน โอที่ย่างกุ้ง ซึ่งมีฝูงชนไปร่ายรำระหว่างรอเขากลับบ้าน
นายขุน ตุน โอ กล่าวต่อฝูงชนที่เข้าไปรุมล้อมเขาที่ด้านนอกบ้านพักว่า ตอนนี้เขาเป็นอิสระแล้วเขาได้กลับบ้าน แต่เขากลับรู้สึกว่าหัวใจว่างเปล่า เพราะเขาคิดว่ามาตั้งแต่วันแรก ๆ ที่ถูกจับแล้วว่า เขาไม่สมควรจะโดนจับ ข้อกล่าวหาที่ทำให้เขาถูกส่งเข้าคุกไม่มีมูลความจริง และเขาต้องโทษก็เพราะรัฐฉานไม่ยอมเข้าร่วมกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่มีทหารคอยบงการ
อดีตนายกรัฐมนตรีขิ่น ยุ้นต์ ก็ได้รับอิสรภาพในครั้งนี้ด้วย หลังจากถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2547 เนื่องจากผลงานไม่เป็นที่พึงพอใจของรัฐบาลทหาร และในปีต่อมา ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานคอรัปชั่น ต้องรับโทษถูกกักบริเวณในบ้านพักนาน 44 ปี ซึ่งเขากล่าวว่า ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับอนาคต เขาไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอก และจะทำ แต่ไม่คิดจะเกี่ยวข้องกับการเมืองอีก เพียงแต่จะทำงานเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีต่อประเทศชาติและประชาชนเท่านั้น
ขิ่น ยุนต์ ยังระบุด้วยว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันนั้นอยู่ในระดับดี และยินดีที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง พบปะและเจรจากับนางซูจี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดียิ่ง
บรรดาชาติตะวันตก ต่างสนับสนุนให้เกิดการกระบวนการปฏิรูปในพม่า ภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แต่ยังคงไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และการเมือง แม้ว่าจะมีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองก็ตาม ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรที่พม่าถูกลงโทษ ได้รวมถึงการห้ามทำธุรกิจกับพม่า ห้ามการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดาผู้นำที่ทหารหนุนหลังและครอบครัวของพวกเขา รวมถึงไม่ออกวีซ่าให้กับบุคคลระดับสูงเหล่านี้ด้วย



