ข่าว

อังกฤษเตือนปชช.ตกเป็นเป้าโจมตีในไทย

อังกฤษเตือนปชช.ตกเป็นเป้าโจมตีในไทย

14 ม.ค. 2555

อังกฤษเตือนพลเมืองให้ระวังการตกเป็นเป้าการโจมตีในประเทศไทย

                     14 ม.ค.55 เว็บไซท์แท็บลอยด์ เดลี่ เมล ของอังกฤษ รายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ได้รับการเตือนเมื่อวานนี้ ให้ระวังความเป็นไปได้ที่ชาวตะวันตก จะตกเป็นเป้าของการโจมตีในประเทศไทยหลังจากตำรวจสกัดแผนการก่อวินาศกรรมในกรุงเทพฯได้สำเร็จ

                     ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เวบไซต์ของสถานทูตสหรัฐประจำกรุงเทพ ได้ประกาศเตือนชาวอเมริกันในประเทศไทยว่า ผู้ก่อการร้ายชาวต่างชาติกำลังพิจารณาวางแผน ที่จะก่อเหตุโจมตีย่านแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯในอนาคตอันใกล้นี้ และขอให้ชาวอเมริกันเพิ่มความระมัดระวังเมื่อไปยังสถานที่สาธารณะในกรุงเทพฯ ที่มีนักท่องเที่ยวชาติตะวันตกรวมตัวกันจำนวนมาก

                     สำหรับการเตือนภัยในกรุงเทพฯครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา หลังตำรวจจับกุมชายชาวเลบานอน ที่ต้องสงวัยว่าพัวพันกับกลุ่มติดอาวุธเฮซบุลเลาะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งการจับกุมได้มีขึ้นหลังจากตำรวจได้รับแจ้งเบาะแส จนนำไปสู่การทำลายแผนการก่อวินาศกรรมในช่วงก่อนวันขึ้นปีใหม่ได้

                     อีกทั้ง ทางการสหรัฐ ยังได้เตือนไม่ให้ชาวอเมริกันทำตัวโดดเด่นในที่สาธารณะ และระมัดระวังตัวมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ให้สังเกตว่ามีพัสดุหรือถุงที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่มีเจ้าของในสถานที่สาธารณะและบริเวณที่มีผู้คนออัดจำนวนมาก และเมื่อพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายที่อยู่ใกล้ที่สุด รวมทั้งขอให้ระวังตัวโดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไป

                     เว็บไซท์สถานทูตสหรัฐ ระบุด้วยว่า ผู้ก่อการร้ายข้ามชาติอาจกำลังเตรียมจะโจมตีสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ในอนาคตอันใกล้ และนับเป็นการเตือนในช่วงที่กำลังเกิดความตึงเครียดอย่างสูงระหว่างชาติตะวันตกกับอิหร่าน อันเนื่องมาจากความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน

                     อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ มีพิธีศพของนายมุสตาฟา อาห์มาดี โรชาน ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ถูกลอบสังหาร ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนต่อต้านสหรัฐและอิสราเอล ของผู้ไปร่วมพิธีศพหลายพันคน กลังจากอยาโตลาห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ประนามเหตุลอบสังหารด้วยการใช้ระเบิดโจมตีขบวนรถว่า เป็นการกระทำที่ขี้ขลาด และกล่าวหาสหรัฐกับอิสราเอลว่า อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านนางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาว่า สหรัฐไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น