ข่าว

'ปู'ยันเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด-ศก.ประเทศ

'ปู'ยันเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด-ศก.ประเทศ

14 ม.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์'ฝากเด็กพัฒนาตนเอง เดินหน้าแจกแท็บแล็ตเสริมความรู้ ยันฟื้นฟู-กระตุ้นศก.ประเทศให้ก้าวไกล

                   14 ม.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" โดยเชิญตัวแทนเด็กนักเรียนเข้าร่วมรายการ ดำเนินรายการโดย น.ส.ตวงพร อัศววิไล

                   น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงความหมายของ คำขวัญวันเด็กว่า "สามัคคี มีความรู้ใฝ่คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี" ซึ่งถือว่ามีความหมายต่อเด็กทุกคน โดย สามัคคี เป็นคำที่ใช้ได้กว้าง ความสามัคคี คือ การมีน้ำใจให้แก่กัน รักกลมเกลียว ซึ่งตนอยากเห็นความปรองดองที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย 2.ความรู้คู่ปัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่กัน เนื่องจากเด็ก หรือเยาวชนจะรู้อะไรต้องรู้อย่างท่องแท้ 3.คงรักษาความเป็นไทย ด้วยเพราะประเทศไทยมีเอกลักษณ์ที่สวยงาม อาทิ การไหว้ การพูดจา ซึ่งตนอยากเห็นเด็กไทยรักษาความดีงาม วัฒนธรรมของประเทศ และภูมิใจในความเป็นไทย และ 4.ใส่ใจเรื่องเทคโนโลยี ตรงนี้ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไกลอย่างมาก การเสริมความรู้ให้แก่เด็กเพื่อสร้างทักษะต่อยอดในการเพิ่มเติมความรู้ และถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

                   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโบายแจกแท็บแล็บพีซีให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ว่า นโยบายดังกล่าวเป็นเพียงตัวเสริมการเรียนรู้ให้เด็กได้คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี อย่าง คอมพิวเตอร์ และรู้จักเรียนรู้ทั้งข้อดีในการท่องอินเทอร์เน็ตหาความรู้เพื่อพัฒนามากยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลมีความกังวลเช่นเดียวกับผู้ปกครองที่หวั่นว่าลูกจะนำเทคโนโลยีมาใช้เล่นเกมส์ จนติดเกมส์ในที่สุดนั้น รัฐบาลมองเห็นเรื่องนี้ และให้กระทรวงศึกษาธิการไปศึกษาในส่วนเนื้อหา อาทิ เกมส์เสริมสร้างทักษะด้านภาษาอังกฤษ เป็นต้น และยังมีนโยบายที่จะส่งเสริมคุณภาพด้านการศึกษา เพื่อรองรับการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งจะเน้นเรื่องของการเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ และปรับปรุงเรื่องความรู้รอบตัว พร้อมทั้ง การช่วยเหลือการศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ต้องช่วยเสริมด้านอุปกรณ์ต่างๆ สร้างความเสมอภาคในการเรียนรู้ ซึ่งได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปดูแลแล้ว ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาเยาวชนที่ดีให้เป็นกำลังสำคัญของชาติ

                   น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำงานและยุ่งทุกวัน แต่ก็ถือว่าเป็นภารกิจที่จะต้องทำ โดยมีอยู่  2 เรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ การฟื้นฟูหลังน้ำลด และการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยได้เรียกประชุมเพื่อหารือร่วมวางแผนฟื้นฟูประเทศ ได้ดำเนินการนโยบายไปแล้ว พร้อมงบประมาณเร่งด่วนซึ่งมีการอนุมัติ ได้กำชับให้จังหวัดเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงความช่วยเหลือจากรัฐบาลไปสู่ประชาชน และรับฟังความต้องการจากประชาชนกลับมาสู่รัฐบาล  และรัฐบาลจะเน้นเรื่องจัดทำแผนงบประมาณปี 55 และอีก 2 เดือน คือ งบประมาณปี 56 ซึ่งจะดำเนินการ โดยต้องวางแผนแต่ละจังหวัด ว่าต้องทำอย่างไร ทั้งในด้านเศรษฐิจ การฟื้นฟู หรือการพัฒนาด้านต่าง ๆ ส่วนงบฟื้นฟูแต่ละจังหวัดสามารถดำเนินการได้แล้ว

                   ส่วนปัญหาม็อบแท็กซี่ที่ออกมาประท้วงเรื่องราคาก๊าซเอ็นจีวีนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ราคาเอ็นจีวี ไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง จึงมีมติ ขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี เดือนละ 50 สตางค์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยหลายฝ่ายมีความเข้าใจ และพร้อมแสดงความคิดร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป ในส่วนม็อบเกษตรกรเรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วย ลงพื้นที่รับฟังปัญหา และเร่งหาทางแก้ไขโดยด่วนแล้ว เพื่อให้ราคายางกลับมาสูงขึ้น ตนยืนยันว่า ไม่ปิดกั้นข้อเสนอของประชาชน หรือแนวทางแก้ปัญหา และนโยบายจะให้ดำเนินการไปอย่างถูกต้อง ไม่ให้กระทบกับผู้มีรายได้น้อย

                   "ปัญหาด้าน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลมีความพยายามหารือ หาแนวทางแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง พร้อมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสร้างความรู้ต่อเยาวชนที่ไร้พ่อแม่ จากปัญหาความรุนแรง และความปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลใมีนโยบายเยียวยาในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

                   นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า อยากเห็นเด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า เด็กมีความสำคัญ และเชื่อมั่นว่าเด็กมีความรู้ความสามารถ ซึ่งอยากฝากผู้ปกครอง ครู ช่วยกันส่งเสริม พร้อมดึงศักยภาพของเด็กให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต หากเยาวชนแข็งแรง ประเทศชาติย่อมแข็งแกร่ง