
'ปู'สั่ง'เฉลิม-ผบ.ตร.'เกาะติดก่อการร้าย
ยิ่งลักษณ์ สั่ง เฉลิม-เพรียวพันธ์ ติดตามข่าวผู้ก่อการร้าย รายงาน 24 ชั่วโมง ยันจับได้แล้วขอประชาชนสบายใจ สุวรรณภูมิซ้อมแผนรปภ.บุคคลสำคัญ
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 ม.ค.2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการบันทึกเทปรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ถึงกรณีประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกหนังสือเตือนนักท่องเที่ยวอเมริกาที่อยู่ในประเทศไทยให้ระวังกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติอาจจะมาปฎิบัติการในไทยว่า ความจริงเราได้รับกระแสข่าวมานานแล้ว ซึ่งได้ให้หน่วยข่าวกรองและทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดตามข่าวเป็นระยะ และตนได้สั่งการกับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร.ติดตามอย่างใกล้ชิดและรายงานตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันในความปลอดภัยในสถานสาธารณะที่ต่างๆ รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย
เมื่อถามว่าข่าวนี้เป็นข่าวเดิมที่ร.ตอ.เฉลิม เป็นกังวลก่อนช่วงปีใหม่ ไม่ได้มีข่าวใหม่หรือเบาะแสใหม่เข้ามาใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ใช่ และเราก็ได้มีการติดตามอย่างเป็นระยะอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการติดตามอยู่ ขณะเดียวกันเราก็มีการวางกำลังในเรื่องการป้องกันความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ตนขอให้สบายใจ
เมื่อถามต่อว่า เป็นผู้ก่อการร้ายจากประเทศไหนนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้จับได้แล้ว แต่กำลังเช็คอยู่ ยังไม่อยากบอกก่อน แต่ถ้าเรียบร้อยแล้วจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ผบ.ตร.เรียกหน่วยมั่นคงถกเครียด
เมื่อเวลา 16.50 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีข่างแพร่ทางสื่อมวลชนกรณีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกหนังสือเตือนชาวอเมริกันให้ระวังภัยก่อการร้ายในประเทศไทย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ซึ่งกำลังรับฟังนโยบายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี อยู่ในห้องประชุม 2 อาคาร 1 ตร.ได้ปลีกตัวออกมานอกห้องประชุม โดยมีกลุ่ม รองผบ.ตร. ผู้ช่วยผบ.ตร.ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ ตามออกมาด้วย
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ได้แยกตัวออกไปโทรศัพท์ จากนั้นกลับมาจับกลุ่มหารือเครียดกับ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม.ที่บริเวณหน้าห้องประชุม ก่อน ร.ต.อ.เฉลิม จะเดินออกมาจากห้องประชุมและตามมาสมทบกับกลุ่มดังกล่าว สีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด โดยพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ นั้นโทรศัพท์อยู่แทบจะตลอดเวลา ก่อนจะสลายกลุ่มแล้วผบ.ตร.แยกมาคุยกับร.ต.อ.เฉลิม ที่บริเวณหน้าลิฟท์ ก่อน เรียก พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 มาสมทบ ก่อนผบ.ตร.จะให้สัมภาษณ์ ว่าจับกุมผู้ก่อการร้ายกลุ่มฮิสบอเลาะห์ได้
หารือเครียดคณะทูตสหรัฐ
ต่อมาเวลา19.00น. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับคณะทูต เลขานุการของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอย่างเคร่งเครียดว่าตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยชาวเลบานอน กลุ่มฮีสบอนเลาะห์ ได้เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ซึ่งผู้ต้องสงสัยให้การมีประโยชน์ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ จะแจ้งอีกครั้งในภายหลัง
ผู้ต้องสงสัยชาวเลบานอนถือ2พาสปอร์ต
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า จากการสอบถามข้อมูลผู้ต้องสงสัยเป็นชาวเลบานอนได้ถือ 2 พาสปอร์ต ประกอบด้วยของยุโรปและเลบานอน โดยในวันนี้ทางตัวแทนสถานทูตสหรัฐได้เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก และตอนนี้ก็กำลังแยกย้ายหาข้อมูลเพิ่มเติม
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตก ซึ่งการที่สหรัฐออกมาเตือนครั้งนี้ เป็นเพียงการแจ้งเตือนตามหลักสากล และประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ถูกแจ้ง โดยทางสหรัฐก็ยังติดตามสถานการณ์อยู่ ฉะนั้นตำรวจจะยกระดับความปลอดภัยขึ้น ทั้งการเฝ้าระวังบุคคล และการเฝ้าระวังพื้นที่ โดยให้ทางตำรวจสันติบาลออกหาข่าวอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ผบช.น.และ บช.ภ.1 - 9 และ ผบช.สตม.ให้ระวังเต็มอัตรา โดยเฉพาะการเข้าออกประเทศไทย
มาตรการ"เฝ้าระวัง"สถานที่สำคัญ
พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) มีคำสั่งให้ตำรวจทุกหน่วยคุมเข้มรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญและพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้วตั้งแต่ช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ที่ผ่านมาซึ่งขณะนี้ก็ยังดำเนินการอยู่ ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานทูตสหรัฐอเมริการประจำประเทศไทยนั้นมีการจัดกำลังตำรวจคอยดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้วและมีหน่วยรักษาความปลอดภัยของสถานทูตดูแลอย่างเข้มงวดซึ่งที่ผ่านมาหลังจากมีข่าว ผบช.น.ไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติมเนื่องจากมีแผนปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยรองรับอยู่แล้ว เบื้องต้นขณะนี้ทาง บช.น.ยังไม่ได้รับรายงานด้านการข่าวว่าจะมีการก่อการร้ายในพื้นที่ กทม.ช่วงเสาร์อาทิตย์นี้แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือด่วนที่สุดให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศเพิ่มมาตรการคุมเข้มสถานทูต สถานกงสุล และบุคคลสำคัญทางการทูตทุกแห่งในความรับผิดชอบ และบุคคลสำคัญให้มากขึ้นโดยให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดและตรวจสอบอาคารสูงในรัศมี 300 เมตร เพื่อป้องกันการใช้อาวุธวิถีโค้ง และให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกทุกช่องทาง รวมถึงโรงแรม ที่พักอาศัย แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่ชุมนุมของบุคคลสัญชาติเป้าหมาย หากมีเหตุฉุกเฉินให้รายงานศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้รับทราบทันที
โดยประสานการปฏิบัติกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด บช.น. บช.ก. และ บช.ตชด. สนับสนุนหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี เพื่อรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ พิจารณาตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และตรวจสอบอาคารสูงข่ม จุดสูงข่ม รอบบริเวณพร้อมเพิ่มความเข้มในการตรวจตราบุคคลเดินทาง เข้าออกราชอาณาจักรทุกช่องทาง ตลอดจนโรงแรม ที่พักอาศัย แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ชุมนุมของบุคคลสัญชาติเป้าหมาย โดยให้ประสานงานกับเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยสถานที่ดังกล่าว
สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังในส่วนของนครบาลที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากนั้น แม้ยังไม่มีรายงานเหตุผิดปกติใดๆ แต่ก็มีการจัดกำลังตำรวจตรวจตรามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงคริสมาสต์และปีใหม่ที่ผ่านมา เน้นการดูแลป้องกันเหตุร้ายสถานที่สำคัญ สถานที่เชิงสัญลักษณ์ ทั้งแหล่งที่คนอเมริกันไปเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวคนต่างชาติย่านนานา ข้าวสาร สุขุมวิท สีลม พัฒน์พงศ์ และให้ฝ่ายสืบสวนหาข่าวในเชิงลึกเพิ่มเติม รวมถึงประสานสันติบาลโดยใกล้ชิด
สุวรรณภูมิซ้อมแผนรปภ.บุคคลสำคัญ
เมื่อเวลา 13.00 น.นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เดินทางมาที่อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสถวรรณภูมิ เพื่อเป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมการรักษาความปลอดภัยในหลักสูตร “การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ” ที่เดินทางมาใช้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีการอบรมทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฎิบัติ โดยในช่วงเช้าได้เปิดการอบรมทำความเข้าใจในด้านการรักษาความปลอดภัยให้แก่บุคคลสำคัญที่เดินทางมาใช้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ปฎิบัติ โดยมีการจำลองเหตุการณ์เหมือนจริง
นายสมชัย กล่าวว่า ได้มีสถานการณ์จำลองว่าขบวนการก่อการร้ายส่งสมาชิก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประกอบวัตถุระเบิดเข้ามาแทรกซึมในประเทศไทย จำนวน 2 ชุด และรอโอกาสลอบสังหารบุคคลสำคัญ โดยใช้วิธีเข้าประชิดตัวแล้วลอบสังหารด้วยปืนพก มีดสั้น หรือระเบิดพลีชีพ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องหาวิธีการป้องกันบุคคลสำคัญ อนึ่ง การฝึกอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้าอบรมจำนวนทั้งสิ้น 72 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 36 คน รุ่นที่ 1 อบรมระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2555 และรุ่นที่ 2 อบรมระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2555



