ข่าว

หมายจับ5จนท.อุทยานพันเผาช้าง

หมายจับ5จนท.อุทยานพันเผาช้าง

13 ม.ค. 2555

ตร.ภาค 7 ขอหมายศาลจังหวัดเพชรบุรี จับผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งช่าติแก่งกระจาน พร้อมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ารวม 5 ราย ข้อหาเกี่ยวข้องและเผาซากช้าง พยานระบุชัดทั้งหมดรู้เห็นขั้นตอนการถอดงาช้าง

               เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 13 มกราคม พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ สวนคล้าย ผกก.สภ.แก่งกระจาน ร่วมแถลงข่าวการออกหมายจับผู้ต้องหา 5 คน ที่ร่วมกันเผาทำลายซากช้างป่าที่ถูกยิงตาย บริเวณริมอ่างเก็บน้ำกระหร่าง 3 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา

                พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่ปรากฏทั้งพยานบุคคลและหลักฐานอื่น ทำให้ตำรวจเชื่อมั่นว่า บุคคลทั้ง 5 คนประกอบด้วย นายสุริยนต์ โพธิบัณฑิต ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน , นายผล ถมยา เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าแก่งกระจาน ลูกจ้างอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน   , นายจินดา พวงมาลัย พนักงานลูกจ้างอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน , นายมานะ นกแก้ว และนายสุรินทร์ ไม้แก้ว เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังช้างป่า ลูกจ้างอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นผู้เกี่ยวข้องและดำเนินการเผาซากช้าง

                ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี ออกหมายจับโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าบุคคลทั้งหมดที่มีรายชื่อตามหมายจับกระทำความผิดฐาน ร่วมกันทำให้เสียหายหรือทำลาย ซ่อนเร้น ทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด เพื่อช่วยให้ผู้อื่นไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองงาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันซ่อนเร้นเพื่อจำหน่ายฯ โดยเฉพาะนายสุริยนต์ ผู้ช่วยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่าเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งสนธิกำลังจาก ตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ร่วมดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งหมด

               รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบสวน นายผวน  ( สงวนนามสกุล)  ภูมิลำเน่า  ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ชาวบ้านในพื้นที่ ให้การยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เป็นผู้ที่ลงมือเผานั่งยางช้าง ที่ถูกยิงตายใกล้อ่างเก็บน้ำกะหร่าง 3 ม.3 ต.ป่าเด็ง 

               "ช่วงกลางคืนที่เกิดเหตุ  ผมได้ยินเสียงช้างร้องโหยหวนอยู่ จนวันที่ 28 ธ.ค. เสียงช้างเงียบไป แต่ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งวันที่ 31 ธ.ค.  เวลาประมาณ 16.00 น. ออกไปหาปลาแถวๆ ริมอ่างเก็บน้ำก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาจึงเดินตามหาที่มาของกลิ่น และพบลูกช้างนอนตายอยู่ แต่เนื่องจากเวลาเย็นมากแล้วจึงกลับมายังเพิงพักก่อน  เช้าวันที่ 1 ม.ค.   จึงขี่จักรยานไปแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่าเจอซากช้างล้มอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำกะหร่าง 3  ต่อมา 10.00 น. มีเจ้าหน้าที่จากอุทยานฯ มาตรวจสอบที่อ่างเก็บน้ำ มีการถ่ายภาพและตรวจสอบช้าง พบว่าอวัยวะทุกอย่างอยู่ครบ มีงายาวราว 1 ฟุต พบร่องรอยถูกกระสุนปืนยิงเข้าคอด้านบนเจาะลงถึงด้านล่าง จากนั้นเจ้าหน้าที่ถามว่า "ช่วยเลาะงาช้างให้หน่อยได้หรือเปล่า"  ผมตอบว่าไม่กล้าทำ และไม่มีความรู้ เจ้าหน้าที่จึงนำยางรถยนต์มาวางและจุดไฟเผาช้างตัวดังกล่าว"

                รายงานข่าวแจ้งว่า  ข้อมูลทั้งหมดเป็นพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวนขอศาลจังหวัดเพชรบุรีเพื่อจับกุมตัวบุคคลทั้ง 5 คนมาดำเนินคดีในส่วนความผิดที่เกี่ยวข้อง  ส่วนกรณีของช้างอีกตัวถูกยิงที่บริเวณหมู่ 6 นั้นพนักงานสอบสวนพร้อมทั้งชุดสืบสวนและสวบสวนชุดเดียวกัน ยังคงติดตามหาหลักฐานและตัวคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง