
ส่ง11คนงานฟ้องศาลข้อหาเคลื่อนย้ายสัตว์-ทรมานสัตว์
ปศุสัตว์เร่งระดมเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือสุนัขที่ถูกกักขัง หวั่นทรมาน แออัดจนขาดอากาศหายใจ พร้อมจะส่งตัวคนงานที่ควบคุมได้ 11 คน ส่งฟ้องศาลในข้อหา เคลื่อนย้ายนำสัตว์ออกนอกเขต
13 ม.ค.55 ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ตร.จว.สกลนคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไผ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.เมืองสกลนคร นำกำลังตำรวจกว่า 50 นาย บุกตรวจค้นคอกพักสุนัข คาดว่า เป็นแหล่งพักสุนัข ของขบวนการค้าสุนัขข้ามประเทศ อยู่พื้นที่บ้านโนนสำราญ หมู่ 8 ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร จากการตรวจค้น สามารถตรวจยึดสุนัขที่กำลังเตรียมรอส่งขายอยู่ในกรงๆละ 8 -12 ตัว เกือบ 100 กรง รวมสุนัขกว่า 1,500 ตัว และพบสุนัขหลายสายพันธุ์ ถูกขังอยู่ในคอกขนาดใหญ่ อยู่บริเวณเดียวกันจำนวน 3 คอก รวมสุนัขอีกกว่า 3,000 ตัว พร้อมควบคุมตัวคนงาน 11 คน ไปสอบสวนเพื่อหาเจ้าของนายทุน และแจ้งข้อหาคือ เคลื่อนย้ายนำสัตว์ออกนอกเขต ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และการทรมานสัตว์ เป็นความผิดทางอาญา ซึ่งจะสามารถทำสำนวนคดี ส่งฟ้องศาลได้ภายในวันนี้
ล่าสุดนายปราโมทย์ ศรีธรณ์ ปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร สั่งการให้นายวิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ นำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือสุนัข ด้านจริยธรรม โดยเข้าตรวจดูอาการสุนัขด้วยสายตา และประเมินสุขภาพเบื้องต้น พบว่า สุนัขจำนวนมากมีอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากมีการงดให้อาหาร และน้ำ จากการเตรียมขนย้าย จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ยกกรงที่สุนัขถูกจับขัง ระบายสุนัขเข้าไปอยู่ในคอกใหญ่ และส่วนหนึ่งนำไปไว้ในกรงเปล่า เพื่อไม่ให้สุนัขแออัดมากจนเกินไป แต่อย่างไรก็ตามพบว่า เป็นสัญญาณที่ดีที่สุนัขส่วนใหญ่ยังแข็งแรง และจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้สุนัขไม่เครียด ไม่เช่นนั้นอาจจะมีสุนัขล้มตายมากกว่านี้
“ตอนนี้ทำได้เพียงในด้านมีจริยธรรม เพราะยังไม่มีคำสั่งศาลให้ดำเนินการอย่างใด ซึ่งเท่าที่ดูพบว่า ถ้าปล่อยให้สุนัขอยู่ในกรงเหมือนที่จะเตรียมขนย้ายอย่างนี้ จะต้องถือว่าแออัดกันเกินไป เพราะเขาไม่สามารถขยับตัวได้ และไม่สามารถเอาน้ำ เอาอาหารไปให้ สิ่งที่เจ้าหน้าที่สามารถทำได้ตอนนี้ มีอยู่ 2 แผน แผนแรก คือ จะหากรงเปล่าบริเวณเดียวกัน ก็จะปล่อยสุนัขส่วนหนึ่งลงไป แต่ถ้ากรงเต็มแล้ว ก็จะใช้วิธีเอากรงขนาดเล็กที่ว่างๆ มาถ่ายหมาออกสักครึ่งหนึ่ง ทำให้สุนัขมีพื้นที่ว่างขึ้น ส่วนผลการตัดสินของศาลน่าจะไม่เกินบ่ายๆ ของวันนี้ ศาลคงน่าจะมีคำสั่งออกมาแล้วว่าจะทำยังไง สมมุติว่าศาลมีคำสั่ง ให้ส่งของกลางคือสุนัข ให้ปศุสัตว์ดูแล ทางกรมปศุสัตว์ก็มีนโยบายชัดเจนแล้วว่าจะมีการขนย้ายสุนัขทั้งหมดไปอยู่ที่ด่านกักกันสัตว์บุรีรัมย์” นายสัตวแพทย์วิสุทธิ์ กล่าว
สำหรับการบุกเข้าตรวจสอบคอกสุนัขดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 ม.ค.55 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม นำกำลังเจ้าหน้าที่ นรข.สกัดจับขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติ โดยตรวจยึดได้เมื่อประมาณเวลา 04.00 น. บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.ดอนแพง ต.บ้านแพง ในเขตเทศบาลตำบลบ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม โดยเบื้องต้นสอบปากคำผู้ต้องหาได้ซัดทอดว่า นำเอาสุนัขทั้งหมดมาจากจ.สกลนคร จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานมายังจ.สกลนครและเข้าตรวจสอบคอกสุนัขในพื้นที่
พลตำรวจตรีพลศักดิ์ บรรจงศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.เมืองสกลนคร พ.ต.ท.ชาญศิลป์ นาสูงชน รอง ผกก.สส.สภ.เต่างอย พ.ต.ต.จักรกฤษณ์ ภักษ์ไธสง สว.สส.สภ.เมืองสกลนคร พ.ต.ต.อาทิตย์ วนสินธุ์ สวป.สภ.เมืองสกลนคร นำลังตำรวจกว่า 50 นาย บุกเข้าตรวจค้นคอกพักสุนัข ในพื้นที่บ้านโนนสำราญ หมู่ 8 ตำบลท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร โดยจุดแรกเข้าตรวจค้นที่บ้านไม่มีเลขที่ บ้านโนนสำราญ หมู่ 8 เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เนื่องจากมีสุนัขที่รอจัดส่งขายไปประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก ถูกขังรวมกันอยู่ในคอกขนาดใหญ่ และส่วนหนึ่งคนงานกำลังจับเข้ากรงซึ่งมีกรงละ 10-15 ตัว และคนงานส่วนหนึ่ง ประมาณ 7-8 คน วิ่งหลบหนีเข้าป่าละเมาะข้างคอกสุนัขไปได้
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบสุนัขอยู่ในพื้นที่โรงเก็บมุงสังกะสีขนาดใหญ่ ภายในมีคอกสุนัขกว่า 300 คอก มีสุนัขประมาณ 3,000 ตัว โดยสุนัขที่พบเห็นมีอาการหวาดกลัวตื่นตระหนกบางตัว มีบาดแผลบาดเจ็บจาการขนย้าย บางตัวมีน้ำตาไหลออกมาทั้ง 2 ข้าง สร้างความความสงสารต่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจยึดเป็นอย่างมาก จากนั้นได้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งควบคุมตัวพนักงานและสืบสวนหาเจ้าของคอก จากนั้นได้นำกำลังตำรวจตรวจสอบในบริเวณใกล้กันจากจุดแรกเนื่องจากได้ยินเสียงสุนัขร้องโหยหวนจึงเข้าตรวจสอบพบอีกคอกในพื้นที่ติดกันห่างกันเพียง 50 เมตร เป็นกระต็อบไม่มีเลขที่ ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบมี ได้พนักงานวิ่งหลบหนีที่ดูแลได้ไหวตัวทันวิ่งหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ พบสุนัขที่ถูกขังไว้ในคอก เพื่อรอส่งออกจำนวนกว่า 200 คอก คอกล่ะ 10 ตัว นับสุนัขได้ประมาณ 1,500 ตัว จากตรวจค้นในกระต็อบหลังดังกล่าวพบกระเป๋าเดินทาง สมุดบัญชีซื้อขายสุนัข มีการโอนเงินเข้าออกตามจำนวนสุนัขมีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเดิมได้ตรวจรอบบริเวณใกล้เคียง ยังพบคอกสุนัขที่มีสุนัขถูกขังอยู่อีกประมาณ 800 ตัว และกรงเปล่าอีกเต็มพื้นที่ รวมถึงพื้นที่สำหรับชำแหละเนื้อสุนัขที่มีซากการชำแหละ รวมถึงรถกระบะที่จะใช้มรลักลอบบรรทุกสุนัขอีก โดยขณะนี้ นายไกรลาส แก้วดี ปลัดจังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นาอำเภอเมืองสกลรครและเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร ตรวจสอบเพื่อกักกันและดำเนินการต่อไป



