
ชาวไต้หวันไม่ปลื้มปธ.หม่าอิงจิ่ว
ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก หลังพบว่าชาวไต้หวันไม่ปลื้ม
ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว ของไต้หวัน ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก ในการรักษาตำแหน่งเอาไว้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด ที่กำลังจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ เขาสร้างความพอใจให้กับจีนและสหรัฐ ในความพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและหันไปสร้างสันติภาพกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ศัตรูเก่าสมัยสงครามกลางเมืองในจีน แต่ก็ยังไม่เป็นที่พึงพอใจมากพอสำหรับผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่ไต้หวัน
คู่แข่งคนสำคัญของประธานาธิบดีหม่า คือ นางไซ่ อิง-เหวิน กำลังมาแรงจากการรณรงค์หาเสียงอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ จากการใช้ประโยชน์จากเสียงร้องทุกข์ของคนชั้นกลาง และชนชั้นแรงงานชาวไต้หวัน ที่ว่า พวกเขาถูกมองข้ามในเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้จากการกระชับความสัมพันธ์จีนของประธานาธิบดีหม่า
จากผลสำรวจความเห็นที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้แสดงให้เห็นว่า ประธานาธิบดีหม่า มีคะแนนนำนางไซ่ เพียงแค่ 3-4 จุด แม้ว่านางไซ่จะไม่เคยได้รับเลือกตั้งใด ๆ มาก่อนเลยก็ตาม ซึ่งแตกต่างกันอย่างมากจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 ที่ประธานาธิบดีหม่า ที่ลงสมัครในนามพรรคชาตินิยมก๊กมินตั๋ง หรือ KMT มีคะแนนทิ้งห่างประธานาธิบดีในขณะนั้น คือ เฉิน สุ่ย เปียน แห่งพรรค
ประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือ DPP ซึ่งปัจจุบัน เฉิน สุ่ย เปียน ยังคงรับโทษอยู่ในเรือนจำในข้อหาคอรัปชั่น
อเล็กซานเดอร์ ฮวง จากสถาบันยุทธศาสตร์ศึกษาและกิจการต่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยถัมกัง ให้ความเห็นว่า ชาวไต้หวันไม่พอใจผลงานของประธานาธิบดีหม่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาพวกเขาผิดหวังกับรัฐบาล DPPมาแล้วถึง 8 ปี แต่พรรค KMT กลับไม่สามารถกอบกู้สิ่งที่พวกเขามองว่าสูญเสียไปในสมัยรัฐบาล DPP คืนมาได้ อีกทั้งยังไม่สามารถทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นในช่วง 4 ปีที่เข้ามาบริหารประเทศด้วย
หลังจากได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในปาฏิหาริย์แห่งเอเชียมาหลายทศวรรษ และยังเป็นศูนย์กลางการพัฒนาไฮเท็คที่สำคัญในปัจจุบัน ไต้หวันกลับต้องเผชิญความยุ่งเหยิงในยุคของประธานาธิบดีหม่า ตัวเลขคนว่างงานอยู่เท่าเดิมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากพุ่งขึ้นไปถึง 6.16 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี 2552 ราคาบ้านในย่านตัวเมืองแพงลิบลิ่ว ขณะที่ช่องว่างเรื่องรายได้ขยายกว้างขึ้น
ได้เกิดหลายคำถามตามมาด้วยว่า ประธานาธิบดีหม่าไปไกลเกินไปหรือไม่ ที่เอาชะตากรรมของไต้หวัน ไปผูกติดกับจีนและตะวันตก เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งนางไซ่ ได้โจมตีเขาด้วยประเด็นนี้ และระบุว่าประธานาธิบดีหม่าเป็นหนี้บุญคุณของประชาคมธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไต้หวันที่เป็นมิตรกับจีน
ไต้หวันแยกตัวจากจีน หลังสงครามกลางเมือง เมื่อปี 2492 แต่จีนยังคงยืนยันว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน และพยายามจะดึงไต้หวันกลับมาอยู่ในความครอบครอง โดยส่วนใหญ่ใช้การข่มขู่ คุกคาม แต่ในช่วงหลังได้หันไปใช้กุศโลบายที่แสดงให้ชาวไต้หวัน 23 ล้านคนเห็นว่า พวกเขาได้ประโยชน์จากการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีน
นางไซ่ พยายามให้คำมั่นแบบเดียวกับประธานาธิบดีหม่าว่า ยังจะเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนต่อไป แต่จะไม่ผลีผลาม พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีหม่าว่า เขาทำให้อธิปไตยของไต้หวันถูกกัดกร่อน ที่ไปกระชับความสัมพันธ์กับจีน
ผู้สมัครอีกคนหนึ่ง คือ นายเจมส์ ซุง อดีตสมาชิกคนสำคัญในพรรค KMT ซึ่งมีโอกาสได้รับชัยชนะน้อยที่สุด ่แต่นักวิเคราะห์การเมืองเชื่อว่า เขาอาจดึงคะแนนจากผู้สมัครอีกสองคนมาได้บ้าง ส่วนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในวันเดียวกัน อาจทำให้พรรคKMT ที่ครองเสียงข้างมาก ต้องเสียที่นั่ง แต่ก็เชื่อว่า เสียงส่วนใหญ่ยังเป็นของ KMT



