
สมองปลาทองกับท้องวาฬรัชดาผับถึงรถตู้6ศพ
สมองปลาทองกับท้องวาฬรัชดาผับถึงรถตู้6ศพ : เลียบค่าย โดย อนลัส [email protected]
ถ้าจะมีใครบอกว่าคนไทยมีสมองไม่ใหญ่เกินไปกว่าสมองปลาทองก็ไม่ต้องไปก่นด่าเขานะครับ
โดยเฉพาะสมองของตำรวจบางคน แต่ท้องกลับใหญ่โตมโหฬารมากกว่าวาฬที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก !?!
ต้องขีดเส้นใต้สองเส้นและเน้นตัวดำไว้ที่ตำรวจบางคนเลยนะครับ ไม่ใช่ตำรวจทุกคนจะเป็นเหมือนกันหมด
เรื่องที่เกิดกับไฮโซปลาวาฬในรัชดาผับ จ.ภูเก็ต เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดล้วนเคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งนั้น
มีเรื่องให้พิจารณาอยู่ 2-3 เรื่อง คือผับเปิดเกินเวลาได้อย่างไร รปภ.และพนักงานเสิร์ฟมีอาวุธซุกซ่อนไว้ได้อย่างไร
ปฐมเหตุมันจะเกิดจากอะไรก็ตามแต่ ใครจะกวนตีนใครก่อนก็สุดแล้วแต่ แต่มันเกิดขึ้นหลังเวลาปิดตามกฎหมาย และใช้อาวุธทำร้ายอีกฝ่ายปางตาย
ผู้ว่าฯ ภูเก็ตบอกว่ารัชดาผับเคยทำผิดลักษณะนี้จนถูกปิดมาแล้วครั้งหนึ่ง ถ้ามีอีกก็จะสั่งปิดถาวร
โถ ! ท่านยังจะหวังให้เกิดขึ้นอีกเหรอครับ ทางที่ดีไล่เรียงเอากับตำรวจท้องที่ไม่ดีกว่าหรือครับ !?!
เหตุใดตำรวจถึงปล่อยปละละเลยให้เกิดเรื่อง เวลาที่กฎหมายบอกว่าสถานบันเทิงทุกแห่งต้องปิดตอนตีหนึ่งน่ะ เอาเข้าจริงก็ไม่มีใครปฏิบัติตามเพราะเหตุใด
เวลาตำรวจเข้าไปตรวจสถานบันเทิงตรวจจริงหรือเปล่า หรือแค่แวะไปหาเครื่องดื่ม ยืนเต๊ะจุ้ยหน้าร้าน และรับซอง ?
จากเรื่องรัชดาผับมาถึงเรื่องรถตู้ 6 ศพมอเตอร์เวย์ ตำรวจอาจไม่ใช่คนกำกับดูแลโดยตรง แต่ถ้าจะหาคนรับผิดชอบแบบคนเหวี่ยงๆ ตำรวจก็อยู่ในกระบวนการที่เอื้อให้รถตู้มีพฤติกรรมที่กฎหมายห้ามอยู่เหมือนกัน
นิสัยขับรถแบบคนไร้มารยาท แซงซ้ายป่ายขวา ปาดหน้าปาดหลัง และจอดรับส่งกลางถนน ล้วนแล้วแต่เกิดจากความเชื่อมั่นของคนขับรถตู้
เชื่อมั่นว่าตำรวจจะไม่ทำอะไร ไม่จับ ไม่ปรับ หรือไม่แม้แต่จะปรายตามองเมื่อเห็นเป็นรถตู้มีสติกเกอร์
ตำรวจก็เหมือนพ่อแม่ เห็นลูกทำไม่ดีแล้วนิ่งเฉยปล่อยเลยตามเลย นานไปลูกมันก็ได้ใจ เข้าใจอะไรผิดๆ ติดตัวไป ไม่ต่างอะไรกับเรื่องสั้น “พ่อแม่รังแกฉัน”
บทเรียนบนปากบาดแผลแห่งความผิดพลาดมีไว้เตือนใจและจดจำไม่ให้ทำพลาดอีก จะได้ไม่เจ็บปวดซ้ำสอง แต่สังคมไทยไม่เคยเรียนรู้เรื่องราวจากบาดแผล เราจึงเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า
เจ็บปวดจากบาดแผลเดิมๆ ที่มันสมองปลาทองไม่มีค่าเท่ากับท้องวาฬและช้างตกมัน !?!



