ข่าว

ปปช.แจ้งข้อหา'สุพจน์'รวยผิดปกติ

ปปช.แจ้งข้อหา'สุพจน์'รวยผิดปกติ

12 ม.ค. 2555

ปปช.มีมติแจ้งข้อหา "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" ร่ำรวยผิดปกติ พร้อมเรียกเข้าชี้แจง 23 ม.ค. เร่งขยายผลสอบเชิงลึกถึงสายรัดเงิน พัน 4 บริษัทคู่สัญญา ก.คมนาคม โยงประเด็นทุจริต

               ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) วันที่ 12 ม.ค.  นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ปปช.ในฐานะโฆษก ปปช. แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานจากอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ยื่นแสดงรายการบัญชี ทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จร่ำรวยผิดปกติและทุจริตต่อหน้าที่ราชการ โดยคณะอนุกรรมการฯได้สรุปตามที่ ปปช. มีคำสั่งเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2554 ให้นายสุพจน์ เข้าชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ก่อนเกิดเหตุการณ์โจรเข้าปล้นบ้านเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2554 โดยให้ชี้แจงทรัพย์สินจำนวน 55 รายการ และนายสุพจน์ได้มอบหมายให้ตัวแทนมาชี้แจงบัญชีทรัพย์สินดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งข้อเท็จจริงจากตัวแทนชี้แจงว่าก่อนวันที่มีการปล้นนั้น นายสุพจน์เก็บเงินค่าสินสอดจากงานแต่งงานของบุตรสาวไว้ที่บ้านเป็นเงินสดจำนวน 5.8 ล้านบาท เพื่อจะนำไปฝากเข้าธนาคารในบัญชีชื่อของบุตรสาและบุตรเขยในวันเปิดทำการของธนาคาร

               นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ต่อมาคณะอนุกรรมการฯได้ทำการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายสุพจน์จำนวน 36 บัญชีหลังถูกปล้น พบ 3 บัญชีมีประเด็นน่าสนใจ คือ บางรายการมีรายได้สูงกว่ารายได้ที่แสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งไว้กับ ปปช. รวมทั้งเงินที่ถูกปล้นที่พนักงานสอบสวนได้อายัดไว้จำนวน 18 ล้านบาทจากคนร้าย ดังนั้น ปปช.ชุดใหญ่จึงมีมติให้ไต่สวนนายสุพจน์ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ โดยจะแจ้งให้นายสุพจน์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 23 ม.ค.เวลา 14.00 น.ว่าเงินทั้งหลายที่ไดเมาจากที่ไหน อย่างไร ได้มาโดยชอบหรือไม่

               นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการตรวจพบสายรัดธนบัตรซึ่งพบว่ามีบริษัทเอกชนเข้าไปเกี่ยวข้องในการทำสัญญากับกระทรวงคมนาคมจำนวน 4 บริษัท ขณะนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนฯกำลังไต่สวนในเชิงลึกต่อไปว่ามีส่วนสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับนายสุพจน์หรือไม่ นอกจากนี้มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่หรือไม่ มีการแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือไม่ และทำการจะตรวจสอบดูว่านายสุพจน์มีทรัพย์สินหรือหนี้สินส่วนเกินที่ไม่ได้แจ้งอื่นใดหรือไม่ จงใจปกปิดหรือไม่ โดยคณะอนุกรรมการฯจะดำเนินการต่อไป

               “ถ้าวันที่ 23 นายสุพจน์ยังไม่มา ตามหลักการแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องแจ้งไปยังภูมิลำเนาของนายสุพจน์เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาแก้ข้อกล่าวหา หากนายสุพจน์ยังไม่มาพบ ปปช.อีก ตามหลักการแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องแจ้งไปยังภูมิลำเนาของนายสุพจน์ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาแก้ข้อกล่าวภายในกำหนดระยะเวลา 15 วัน ถ้าไม่มาจะถือว่าไม่มีข้อสงสัย ติดใจใดๆ ปปช.ก็จะดำเนินการต่อไป”โฆษกปปช. กล่าว

               นายกล้านรงค์ กล่าวด้วยว่า สำหรับทรัพย์สินที่นายสุพจน์ต้องเข้ามาชี้แจงนั้นที่คณะอนุฯตรวจสอบพบว่ามีทั้งเงินสดและทรัพย์สินอื่นอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเงินของกลางจำนวน 18 ล้านบาทด้วย ซึ่งทั้งหมดได้มีการแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินมาก่อน และยังไม่เคยมีการชี้แจงที่มาที่ไปของเงิน และไม่ได้แจ้งว่ามีการเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้ถือว่า นายสุพจน์ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา