ข่าว

ตัวประกันทรงพลังการประท้วง

ตัวประกันทรงพลังการประท้วง

13 ม.ค. 2555

ตัวประกันทรงพลังการประท้วง

            สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้คนเป็นจำนวนมาก เมื่อการใช้คนหมู่มากเคลื่อนตัวเข้ากดดันภาครัฐ ด้วยการ "ปิดถนน" เพื่อประท้วงให้ได้มาตามความต้องการของตัวเอง ถนนจึงเป็นตัวแปรสำคัญของข้อเรียกร้องต่างๆ มาทุกยุคสมัย ขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนเหมือนถูกมัดมือชก ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหาเส้นทางสัญจรใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการจราจรอันแสนติดขัดที่มักจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            เห็นทีคงต้องมาฟังความคิดเห็นจากบรรดาคนใช้รถใช้ถนนกันบ้าง ว่าพวกเขาคิดเห็นอย่างไรกับการปิดถนน เพื่อกดดันรัฐบาลให้ทำตามข้อเรียกร้องของตัวเอง เริ่มกันที่เจ้าพ่อร้านเพชร ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ บอกว่า ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง แต่การประท้วงด้วยการปิดถนน เพื่อเรียกร้องให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการนั้น สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้เกิดจากความเคยชินของคนที่เรียกร้อง ซึ่งการเรียกร้องนั้นไม่ผิดแต่อย่างใด หากตั้งอยู่บนความไม่เห็นแก่ตัว

            "ถ้าการประท้วงทำเพื่อความสุขส่วนตัวผมว่าไม่ถูกต้อง เพราะไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น พวกเขาอยากจะประท้วงรัฐบาลให้ทำตามความต้องการของตัวเองในหลายๆ เรื่อง ผมว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เขามีกระบวนการมีนโยบายในการทำงาน ถ้าเขาทำการฉ้อฉลหรือคอรัปชั่นบ้านเมือง อันนี้คงไม่ผิดถ้าอยากจะออกมาเรียกร้อง แล้วการชุมนุมกันก็ไม่ควรจะทำการกีดขวางหรือเบียดเบียนคนอื่น ยิ่งประท้วงนานแค่ไหนภาพลักษณ์ของประเทศที่ถูกนำเสนอออกสื่อ ก็จะกลายเป็นภาพลบเท่านั้น แม้จะเป็นการประท้วงเล็กๆ แต่เมื่อออกสื่อความเชื่อมั่นในประเทศก็ถูกลดลง เดี๋ยวนี้ความอดทนของคนน้อยลง เพราะคนยึดถือลาภ ยศ สรรเสริญกันอยู่ตลอดเวลา อยากมีอยากได้มากขึ้นเพราะมีกิเลสเป็นตัวกำหนด หากเราปล่อยวางมีธรรมะในใจรู้จักคำว่าพอ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตัว ประเทศชาติก็จะเจริญมากกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน" ชูชัย ให้ข้อคิด

            ส่วนผู้บริหารทิฟฟานี่อย่าง "จ๋า" อลิสา พันธุศักดิ์ ก็มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า การประท้วงให้ได้มาตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ เป็นพฤติกรรมเลียนแบบทำให้คนก้าวร้าวแบบไม่มีเหตุผล คนที่ทำงานเสียภาษีให้กับบ้านเมืองทำมาหากินปกติ กลับต้องมาได้รับผลกระทบจากผู้ชุมนุมประท้วงปิดถนน เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง

            "ล่าสุดมีมติครม.ออกมาว่า จะทุ่มงบ 2,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เป็นเหยื่อรุนแรงทางการเมือง จ๋าว่าตรงนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีทำให้คนออกมาประท้วงกันมากขึ้นกว่าเดิม คนเสียหายย่อมได้รับการช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่นี่กลับเอาเงินภาษีไปช่วยเหลือผู้ที่มาประท้วง ซึ่งสร้างปัญหาให้กับบ้านเมืองเป็นเรื่องที่แย่ที่สุด จ๋าว่าถ้าหากเราต้องการเรียกร้องอะไร ควรจะทำการผ่านตัวแทนสมาคมหรือองค์กร ใช้เวทีที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น ไม่ใช่ว่าเราเลือก ส.ส. เข้าไปแล้วก็มัดมือชกว่าพวกเขาต้องทำตามที่เราต้องการ ถ้ายังทำแบบนี้มีแต่ทำให้เศรษฐกิจในประเทศแย่ลง บางครั้งก็ต้องยอมบ้างเพื่อประโยชน์ส่วนรวมด้วย" ผู้บริหารสาวกล่าว

            ขณะที่ดีไซเนอร์สาว "ตุ๊ย" ทิพนันท์ ศรีเฟื่องฟุ้ง กล่าวว่า การเรียกร้องเป็นสิทธิส่วนบุคคลแต่อย่าให้เกิดความรุนแรงจะดีที่สุด เพราะการชุมนุมคือการแสดงสิทธิเสรีภาพในขอบเขตที่กำหนดเอาไว้ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นใดๆ ต้องพยายามไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น หรือถ้าจะสร้างความเดือดร้อนก็ต้องทำให้น้อยที่สุด สิ่งสำคัญคือต้องนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมก่อนเป็นอันดับแรก

            "บางทีเราเข้าใจเขานะว่าเขาทำไปเพื่ออะไร เรียกร้องเพื่อเรียกความสนใจให้ทุกคนหันมามองปัญหาของพวกเขา หากการเรียกร้องเหล่านั้นไม่เป็นผล สิ่งที่พวกเขาทำจะกลายเป็นผลเสียแทน ก่อนที่จะทำการใดๆ อยากให้คิดให้รอบด้านมากกว่านี้ อย่างที่ปิดถนนกันในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ก็ทำใจในระดับหนึ่งแล้ว เพราะปกติรถในกรุงเทพฯ ก็ติดเป็นประจำ พอมีการประท้วงปิดถนนก็แค่ติดนานขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกจะดีที่สุด" ดีไซเนอร์สาว วิงวอน

            การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับม็อบบางครั้งก็เป็นเรื่องพูดลำบาก "เอ๋" นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง สาวสังคมและนักธุรกิจสินค้าเครื่องนอนนำเข้า มองว่า จริงๆ แล้วแต่ละคนย่อมมีสิทธิ์ในการแสดงออกทางความคิด ความรู้สึกว่าอยากได้ อยากเรียกร้องเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่ในความอิสระต้องอยู่ในกรอบของการเคารพสิทธิ์ผู้อื่นด้วย ถึงจะเป็นวิถีตามระบอบประชาธิปไตยที่สวยงาม

            "เข้าใจทั้งสองฝั่งไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมหรือคนใช้รถใช้ถนน การอยู่ร่วมกันในสังคมต้องคิดให้มากก่อนตัดสินใจทำอะไร เรื่องเส้นทางจราจรเป็นเรื่องสาธารณะ การจะทำกิจกรรมใดๆ อาจสร้างความเดือดร้อนให้แก่ส่วนรวม อาจจะมองหาพื้นที่ที่ไม่ขัดขวางเส้นทางสาธารณประโยชน์ก็ได้ สำหรับตัวเองหากมีการชุมชนปิดถนน เราจะรู้ล่วงหน้าโดยอาศัยสื่อต่างๆ เผยแพร่ข่าว เพื่อวางแผนหลบหลีกเส้นทางนั้นๆ คือเราเองก็ต้องรู้จักปรับตัวด้วย " นักธุรกิจสาว ทิ้งท้ายชวนคิด มองให้กว้าง คิดให้ไกล ใช้สิทธิ์อย่างไร จึงจะเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ