ข่าว

มองไปข้างหน้ากับภารกิจนโยบาย

มองไปข้างหน้ากับภารกิจนโยบาย

13 ม.ค. 2555

จับกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : มองไปข้างหน้ากับภารกิจนโยบายหลักด้านพลังงานปี 2555 (2)โดย...ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected]

                 วันนี้ขอกลับมาเล่าต่อครับเรื่องนโยบาย "ท่อ" ว่ามันมีประโยชน์อย่างไรและเหุตใดจึงนับเป็นนโยบายเร่งด่วนเพื่อผลักดันในปี 2555 นี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้แถลงไว้ ประโยชน์หลักของนโยบาย "ท่อ" นั้น จะก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศหลายประการ กล่าวคือ

                  1.การขยายแนวท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและทำให้การบริหารจัดการพลังงานในภาวะวิกฤติมีช่องทางในการบริหารวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ท่านลองคิดดูสิครับว่าหากเรามีเครือข่ายของระบบท่อที่มีการเชื่อมโยงกันในหลายๆ จุด เวลาที่จุดใดจุดหนึ่งเกิดปัญหาท่านก็สามารถปิดระบบที่จุดนั้น และใช้ระบบท่อที่มีอยู่มาสนับสนุนจนกว่าจะแก้ปัญหาได้แล้วเสร็จ เหมือนเวลารถติดบนถนนหลัก เราก็อาจหลบหลีกเข้าซอยเล็กซอยน้อยก็ไปถึงที่หมายได้เช่นกัน

                  2.การขยายแนวท่อจะเป็นการลดต้นทุนในการขนส่งพลังงานในระยะยาว และประหยัดเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ในการขนส่งพลังงาน อันจะทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการด้านการขนส่ง (logistic cost) ลดลงอย่างมาก ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถ (competitiveness) ในการแข่งขันของประเทศ เพราะทุกวันนี้เรากำลังเอาพลังงานที่แพงมาขนพลังงานที่ถูกกว่า เราต้องพึ่งรถบรรทุกซึ่งมีทั้งที่ใช้น้ำมันและก๊าซมาขนถ่ายพลังงานจากคลังน้ำมันหรือสถานีหลัก ต้นทุนเหล่านี้ส่วนหนึ่งต้องร่วมแบกรับกันทั้ง 2 ฝั่ง คือผู้ผลิตและผู้บริโภค หากการลงทุนในโครงการท่อสำเร็จผล ย่อมมีส่วนช่วยประเทศในระยะยาวที่ทำให้เชื้อเพลิงสำคัญของประเทศถูกขนย้ายด้วยความประหยัดยิ่งขึ้น ยังไม่นับรวมการประหยัดงบประมาณแผ่นดินอันเกิดจากความสึกหรอของถนนด้วย

                 3.การขนส่งทางท่อยังช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในแต่ละปีมีคนที่ต้องเสียชีวิตจากรถบรรทุกบนท้องถนนไม่ว่าจากความประมาทในการขับขี่หรือความบกพร่องของเครื่องยนต์ก็ตาม ความสูญเสียดังกล่าวไม่อาจจะประเมินเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ แต่เชื่อแน่ว่าการหลีกเลี่ยงความสูญเสียดังกล่าวย่อมเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมของประเทศ นอกจากนี้ การลดปริมาณการขนส่งด้วยรถบรรทุกก็ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและทำให้อากาศสะอาดขึ้น

                 4.การขยายแนวท่อไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ จะช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งพลังงานของประชาชนมากยิ่งขึ้น ลดช่องว่างการกระจายรายได้ และยังเพิ่มโอกาสการขยายสถานีบริการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สร้างโอกาสสร้างงานแก่พี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อมีแนวท่อใหม่เกิดขึ้นการเติบโตของเมืองก็จะขยายออกไป มีโอกาสการสร้างงานใหม่ๆ ขึ้นในระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่นไม่ต้องไปทำงานไกล ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมก็ดีขึ้น

นโยบายที่ 2 "บ่อ"

                 คำว่า "บ่อ" ในที่นี้เข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีหมายถึง บ่อน้ำมันและบ่อก๊าซ เพราะการจัดหาพลังงานทั้งจากในและต่างประเทศถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลเร่งผลักดันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของเราเอง ปัจจุบันนี้ ปตท. และ ปตท.สผ. ได้เร่งขยายการลงทุนในบ่อน้ำมันและก๊าซทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐ เพื่อสร้างหลักประกันให้แก่ประชาชนว่าจะมีพลังงานใช้อย่างพอเพียงต่อไปในวันข้างหน้า

                 ตัวอย่างของความสำเร็จที่ผ่านมาคือ การส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านและนำไปสู่การแบ่งปันผลประโยชน์จากการสำรวจและขุดเจาะแหล่งพลังงาน โดยในปัจจุบันการจัดหาก๊าซธรรมชาติของประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 4,598 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน แยกเป็น

จากแหล่งภายในประเทศประมาณ   3,493 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน
จากต่างประเทศประมาณ   1,105  ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน จำแนกเป็น
แหล่งยาดานา     565  ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน
เยตากุนจากพม่า      400  ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน
LNG ประมาณ    140  ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน

                 วันนี้เนื้อที่หมดเสียก่อน ในอาทิตย์หน้าผมจะมาเล่าให้ฟังต่อครับว่าเรามีความจำเป็นอย่างไรที่ต้องเร่งจัดหาพลังงานจากภายนอก

..................................
(จับกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : มองไปข้างหน้ากับภารกิจนโยบายหลักด้านพลังงานปี 2555 (2)โดย...ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected])