ข่าว

'ธิดา'ขีด2เดือนจ่ายเยียวยาแดง3.25ล.

'ธิดา'ขีด2เดือนจ่ายเยียวยาแดง3.25ล.

12 ม.ค. 2555

'แกนนำแดง' ดอดหารือ 'มท.1' เคาะเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยาเสื้อแดง แนะจ่าย 3.25 ล. พร้อมขีดเส้น 2 เดือน ส่วนอีก 4.5 ล. จ่ายเป็นสลากออมสิน

            12 ม.ค.55 นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมกับญาติทั้งหมดอีก 12 ครอบครัว ได้เดินทางเข้าพบนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) เพื่อหารือถึงเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติวงเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต พร้อมกับสอบถามถึงขั้นตอนการเยียวยา รวมถึงกำหนดการของญาติว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้นปช.สามารถรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง คือช่วยผู้เสียหาย และช่วยให้รัฐบาลสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นต่อไป นอกจากนี้ นางธิดายังได้สวัสดีปีใหม่ และอวยพรขอให้นายยงยุทธได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยต่อไปอีกด้วย

            “ขอขอบคุณนางธิดา ในฐานะที่ดูแลผู้รักประชาธิปไตย ต่อจากนายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. พร้อมกับขอชี้แจงว่ามติครม.ที่ออกมา เกิดขึ้นตามความประสงค์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ผมดำเนินการตามที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธานได้มีข้อสรุปอะไรมา ให้รีบไปทำ แต่บังเอิญไปติดเรื่องน้ำท่วมจึงล่าช้าไปบ้าง เมื่อน้ำลด ก็รีบทำให้พวกเราทุกคน เพราะหัวอกมนุษย์เสียคนที่เรารัก ไม่มีวันกลับมา ซึ่งถือเป็นเรื่องเจ็บปวด โดยเฉพาะทางคอป.ได้สรุปไว้ชัดว่าพลเมืองประเทศสมควรจะแสดงความประสงค์ทางการเมืองได้ ถือเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องดูแลเขา เพราะประชาชนทั้งหมดถือว่า บาดเจ็บและเสียชีวิตความประสงค์ทางการเมือง” นายยงยุทธ กล่าว

            นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า แต่รัฐไม่มีการช่วยเหลือเยียวยาได้ ปคอป.ก็เอามาขายผล ให้เป็นรูปธรรม เป็นการเยียวยาจิตใจผู้ที่เสียอกเสียใจ อย่างไรก็ตามยอดเยียวยาทั้งหมด 7.75 ล้านบาท ในกรณีที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล ก็ไม่เกิน 2 แสนบาท คงต้องไปดูข้อเท็จจริงอีกครั้งค่ารักษาเท่าไร ซึ่งจะแบ่งจ่ายออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกนั้นจะจ่าย 3 ล้าน เพื่อเยียวยาจิตใจ และอีก 2.5 แสน เป็นค่าทำศพ รวมทั้งหมด 3.25 ล้าน ที่สามารถจ่ายได้ทันที ส่วนที่เหลือ 4.5 ล้าน รัฐบาลจะนำไปซื้อสลากออมสิน หรือกองทุนรวมที่มีดอกเบี้ยเงินฝากในระยะเวลา 5 ปี เพื่อเป็นเงินออมให้บุตรและครอบครัวต่อไป โดยอาจมีโอกาสถูกสลากออมสินด้วย ซึ่งเมื่อครบ 5 ปีแล้วก็เป็นสิทธิ์ของผู้ที่เป็นเจ้าของเงินว่าจะซื้อต่อ หรือจะถอนออกมาเป็นเงินก้อน

            นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า เงินในส่วนนี้จะสามารถพิจารณาจ่ายได้ อย่างเร็วภายใน 1 เดือนครึ่ง หรืออย่างช้าที่สุด ภายใน 2 เดือน เรื่องนี้ได้มีการแต่งตั้งให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการพิจารณาหลักเกณฑ์ ว่าจะมอบหมายให้กระทรวงใดเป็นผู้จ่าย ซึ่งจะประชุมอนุกรรมการครั้งแรกในสัปดาห์หน้า และจะมีการประชุมครั้งเดียว โดยจะหารือครอบคลุมไปเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาถึงร้านค้าที่โดนเผา ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด ซึ่งในส่วนของผู้บาดเจ็บอาจมีจำนวนมาก และต้องทยอย ๆ จ่ายตามฐานข้อมูลที่มีมา ซึ่งเมื่อได้ผลการประชุมแล้วจะรีบแจ้งหลักการให้ทราบทันที

            “ ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการซื้อชีวิต เพราะวันที่พรรคเพื่อไทยได้ขึ้นเป็นรัฐบาลนั้น ผมได้ขอให้สมาชิกพรรคทุกคนยืนขึ้นไว้อาลัยผู้เสียชีวิตทุกคนในฐานะวีรบุรุษประชาธิปไตย และกลุ่มนปช.ทุกคน ถือเป็นคนที่ต้องการความยุติธรรม ความเสมอภาค แม้ชีวิตของผู้ตายทั้งหมดจะไม่ค่อยอยู่ในความสนใจของคนทั่วไป แต่อยู่ในใจของคนที่รักประชาธิปไตยทุกคน และขอให้ญาติได้ภูมิใจในวีรชนเหล่านี้ว่าได้สร้างค่า สร้างความสำคัญของประชาธิปไตย ให้เราต้องหวงแหนให้มากที่สุด” ประธาน ปคอป.กล่าว

            ขณะที่นางธิดาได้ถามนายยงยุทธว่า หลักฐานที่จะต้องใช้เพื่อรับเงินเยียวยานั้นจำเป็นต้องใช้ในส่วนใดบ้าง โดยนายยงยุทธ กล่าวว่า ในเบื้องต้น จะต้องเตรียมใบมรณะบัตร ภาพถ่ายให้พร้อม อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยเองมีข้อมูลอยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และที่โรงพยาบาลต่างๆ

            นอกจากนี้ นายยงยุทธยังได้ขอให้ญาติผู้เสียชีวิตถอนฟ้องแพ่งต่อหน่วยงานรัฐ หรือกองทัพบกที่ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะหากคดียังไม่สิ้นสุด รัฐก็ยังไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ ส่วนคดีอาญานั้น ยังคงสามารถดำเนินขั้นตอนการฟ้องได้ต่อไป

 

เสื้อแดงชี้เงินเยียวยารัฐให้เฉพาะคนที่ไม่ได้ทำผิด

             นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองนั้นเป็นไปตามข้อเสนอของคอป.ที่จะชดเชยให้กับผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และไม่ใช่แค่ 91 ศพตามที่เป็นข่าวเท่านั้น ยังรวมถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วย

             ทั้งนี้ โดยหลักการนั้นจะเยียวยาให้กับคนที่ไม่ได้กระทำผิดหรือศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาว่าผิด แต่ในระหว่างดำเนินคดีนั้นจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้หรือไม่นั้นคงต้องรอให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาก่อน ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุใดจึงไม่รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในปี 2516 หรือ 2535 ด้วยนั้น นายวิภูแถลงกล่าวว่า เพราะเราดำเนินการตามที่คอป.ได้ศึกษาในช่วงเหตุการณ์ระหว่างปี 2548-2553 และได้มีข้อสรุปออกมา

 
“เสื้อหลากสี”ล่าชื่อค้านการแก้ม.112ชน“นิติราษฎร์”

             นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 13 ม.ค. เวลา 16.00 - 18.30 น. ทางกลุ่มคนเสื้อหลากสีจะจัดกิจกรรมตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 และในวันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค. เวลา 16 .00 - 18.30 น.จะจัดกิจกรรมตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 13.00 น.วันที่ 15 ม.ค.นั้นเป็นวันเดียวกับที่คณะนิติราษฎร์ จัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมกับเปิดตัว คณะรณรงค์แก้ไขเพิ่มเติม ม.112 (ครก. 112) เพื่อรวบรวมรายชื่อบุคคล เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตามข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร อาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


อธิบดีกรมราชทัณฑ์เผยย้ายนักโทษการเมืองไปเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ไม่ทัน14ม.ค. 

             พ.ต.อ.สุชาติ  วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์  กล่าวถึงความคืบหน้าการย้ายผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองไปคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ว่า ล่าสุดวันนี้(12 ม.ค.) ได้เข้าตรวจสอบการปรับปรุงสถานที่แล้วพบว่ายังไม่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างรอผู้รับเหมาส่งมอบงานให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลในฐานะเจ้าของสถานที่ก่อนจะส่งมอบให้กรมราชทัณฑ์ ซึ่งหากได้รับมอบสถานที่แล้วกรมราชทัณฑ์จะดำเนินการย้ายผู้ต้องขังเข้าไปทันที คาดว่าจะสามารถย้ายผู้ต้องขังคดีที่ชุดแรกจำนวน 47 คน ไปคุมขังในเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ได้ภายในเดือนม.ค.นี้แน่นอน แต่คงไม่สามารถย้ายผู้ต้องขังได้ทันภายในวันที่ 14 ม.ค.นี้ ตามที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช.ระบุไว้ก่อนหน้านี้

             อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังชุดแรกนี้จะมีเพียงผู้ต้องขังคดี เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองเท่านั้น  ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมาตรา 112 นั้น  เบื้องต้นยังไม่ได้พิจารณาย้ายไปคุมขังในเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ เพราะคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และคัดเลือกผู้ต้องขังเห็นว่า เป็นกลุ่มที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีกระแสท้วงติงถึงความเหมาะสมจากหลายฝ่าย ดังนั้น จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดรายบุคคล เพื่อให้สามารถชี้แจงกับสังคมได้


"พท."ฉะฝ่ายค้านมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

             เมื่อเวลา 16.15 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าจะแจ้งความและยื่นเรื่องให้ศาลปกครองตรวจสอบกรณีที่ครม.มีมติเห็นชอบการเยียวยาฟื้นฟูผู้เสียหายและได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองตามข้อเสนอคปอป. ว่า เรารู้สึกไม่สบายใจต่อท่าทีดังกล่าว เพราะคอป.ที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ถูกแต่งตั้งขึ้นมาสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้กลับมาคัดค้านเสียเอง อยากถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าการเรียกร้องให้เยียวยาผู้เสียหายย้อนไปจนถึงเหตุการณ์ในปี 2516 , 2519 และ 2535 นั้น ทำไมตอนเป็นรัฐบาลถึงไม่ทำ วันนี้ทำตัวเหมือนมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

             “ต่อให้เงินชดเชยสูงถึง 10 ล้านบาท ก็คงไม่มีใครอยากแลก วันนี้การเยียวยาของรัฐบาลไม่มีการเลือกปฏิบัติ ฝ่ายค้านแทนที่จะสนับสนุน แต่ให้สมาชิกออกมาคัดค้าน สังคมคงตั้งคำถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความจริงใจในการฟื้นฟู และปรองดองจริงหรือไม่ ถึงเวลาแล้วที่ฝ่ายค้านควรทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ปรองดองแต่ปาก ค้านทุกเรื่อง ค้านในสิ่งที่ตัวเองเคยเขียนไว้ เข้าทำนองเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า”นายพร้อมพงศ์กล่าว