
ผวาน้ำคลองเปลี่ยนสีหวั่นท่วมหาดใหญ่ซ้ำ
สงขลาฝนตกหนัก น้ำคลองหาดใหญ่เปลี่ยนสีเป็นสีแดงขุ่น ระดับน้ำเพิ่มสูง ชาวพะตงเตรียมพร้อมรับมือหวั่นน้ำท่วมซ้ำสองรอบ 2 สัปดาห์ น้ำป่าทะลักสุคิรินระดับน้ำเฉลี่ย 80-100 ซม. อพยพชาวบ้าน ปัตตานีคลื่นทะเลแรงซัดกระหน่ำถนนริมหาดพังต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีฝนตกหนักต่อเนื่อง สภาพอากาศและท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝนมืดครึ้ม แม้ว่าในบางช่วงฝนจะหยุดตกเว้นช่วงให้ก็ตาม แต่ล่าสุดได้รับทราบข้อมูลจากชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านพรุ ที่เขามีญาติๆอยู่ในพื้นที่บ้านทุ่งปรือ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใกล้เชิงเขา เริ่มประสบกับน้ำป่าไหลหลากลงจากเขาทำให้น้ำในคลองต่างๆในหมู่บ้านบางจุดเริ่มล้นตลิ่งแล้ว ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังและเก็บข้าวของขนย้ายทรัพย์สินสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย
ขณะที่พื้นที่บ้านทุ่งลุง ต.พะตง ประชาชนส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตประจำวันกันตามปกติ เพียงแต่มีการตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเห็นฝนตกหนักและทราบข่าวว่ามีน้ำป่าจากเขาในพื้นที่ใกล้เคียงไหลลงมา ซึ่งประชาชนบางรายก็เริ่มที่จะนำกระสอบทรายมาวางกองทับกันไว้หน้าบ้าน เพื่อเตรียมป้องกันเป็นแนวกั้นน้ำเข้าบ้าน หากน้ำไหลบ่ามา ก็จะสามารถยกวางกั้นน้ำได้ทันที เพราะหวั่นว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำสองอีกในรอบ 2 สัปดาห์
ส่วนระดับน้ำในคลองสายต่างๆในพื้นที่ ต.พะตง นั้น แม้ว่าจะมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น แต่ระดับน้ำยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะคลองบางสายระดับน้ำยังคงต่ำกว่าขอบตลิ่ง ประมาณ 2 เมตร แต่ที่เห็นชัดเจนมากคือ สีของน้ำในคลองที่กลายเป็นสีแดงขุ่น การไหลของน้ำเริ่มไหลแรงและเร็วขึ้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า เมื่อประมาณเที่ยงวันของวันที่ 12 ม.ค. โรงเรียนบางแห่งในพื้นที่ ต.พะตง ได้ประกาศใช้นักเรียนเดินทางกลับบ้านได้ เพราะกลัวว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำสองอีกครั้ง หลังจากประสบภัยน้ำท่วมมาแล้ว เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
หาดใหญ่ตั้งวอลล์รูมน้ำรับมือยกธงเหลือง
ความคืบหน้าสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สงขลา เริ่มน่าเป็นห่วง ล่าสุดเวลา 16.00 น.วันนี้ (12 ม.ค.)ดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ประกาศยกธงสีเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ให้ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกนั้นอาจมีปริมาณเท่ากับสถานการณ์น้ำเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา คือเฉลี่ยประมาณ 100 มิลลิเมตร ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่อาจมีน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ 8 ชุมชนเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ที่เคยเผชิญน้ำท่วมเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดนายพีรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานคณะกรรมการประเมินสถานการณ์น้ำจังหวัดสงขลา ได้เรียกหารือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดภายใน 8 ชั่วโมงนี้ หลังจากที่ได้ประมวลผลสถานการณ์น้ำทุกๆชั่วโมงแล้วพบว่าสถานการณ์น้ำมีแนวโน้มน่าเป็นห่วง พร้อมกันนี้ได้มีการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการวางแนวกระสอบทรายขนาดใหญ่หรือบิ๊กแบ็ก ในพื้นที่จุดเสี่ยงที่น้ำจะไหลเข้าพื้นที่สำคัญ ซึ่งล่าสุดได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเจราจาและทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนจันทร์วิโรจน์ และชุมชนถนนรัตถการเพื่อป้องกันปัญหาการต่อต้านหรือคัดค้านการวางกระสอบทราย
"ขณะนี้ได้ตั้งกองอำนวยการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำที่เทศบาลฯเพื่อระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งได้ประกาศยกธงเหลืองเพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดแล้ว โดยภายใน 8 ชั่วโมงนี้จะมีการประเมินผลและหาข้อสรุปที่ชัดเจนในการแจ้งเตือนระดับน้ำ และแจ้งการเปลี่ยนแปลงธงสัญลักษณ์หรือไม่" ดร.ไพร กล่าว
ทุ่งลุงน้ำท่วมขัง30ซม.รถเล็กสัญจรไม่ได้
นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานคณะกรรมการประเมินสถานการณ์น้ำจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า หลังจากที่ฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 12 ม.ค. ล่าสุดพื้นที่ ต.พะตง ตลาดทุ่งลง อ.หาดใหญ่ มีน้ำท่วมขังประมาณ 20-30 เซ็นต์เมตร ทำให้ถนนกาญจนวนิช (หาดใหญ่-สะเดา) รถเล็กผ่านไม่ได้ต้องใช้เส้นทางสำรอง อ.คลองหอยโข่ง-คลองแงะ อ.สะเดา แทน
ส่วนพื้นที่อื่นยังไม่มีรายงานว่ามีน้ำท่วมขังเกิดขึ้น แต่สถานการณ์ปัจจุบันต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ผู้ว่าฯสุราษฎร์เตือนระวังน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม
นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ให้ระมัดระวังอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลากและคลื่นลมแรงในระหว่างวันที่ 12-17 มกราคม นี้ ส่วนเรือประมง เรือโดยสารและเรือเฟอร์รี่ ให้พิจารณาเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ด้วย
ทั้งนี้ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้ออกประกาศ เรื่องฝนตกหนักภาคใต้ตอนล่าง เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนล่าง ประกอบกับในช่วงวันที่ 12-15 มกราคม 2555 ภาคใต้จะได้รับอิทธิพลจากคลื่นกระแสลมตะวันออกเคลื่อนเข้ามาปกคลุม จะทำให้ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตอนล่างลงมามีฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สภาพอากาศที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีฝนตกตลอดทั้งวันและตกหนักในบางพื้นที่ โดยชาวบ้านพื้นที่เสี่ยงยังคงเฝ้าระวังเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไว้ที่สูงเช่นเดิมตั้งแต่เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา
น้ำป่าทะลักที่สุคิรินทหารเร่งอพยพชาวบ้าน
ที่จ.นราธิวาส ตลอดทั้งวันมีฝนตกปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ส่งผลทำให้น้ำป่า บนเทือกเขาสันกาลาคีรีในพื้นที่ อ.สุคิริน ได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของราษฎร จนเจ้าหน้าที่ทหารต้องระดมกำลังกันอพยพชาวบ้าน ให้มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้มีราษฏรรวม 5 หมู่บ้านของ ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จำนวน 195 ครัวเรือน ถูกน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 80-100 ซ.ม สะพานในหมู่บ้านถูกน้ำท่วม 3 แห่ง จนยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้นำเรือท้องแบน และรถฮัมวี่ออกมาให้บริการขนส่ง
นายจำนัล เหมือนดำ นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการป้องกันอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มประจำ อ.สุไหงปาดี ออกแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขาในพื้นที่ ต.สากอ ต.ริโก๋ และต.โต๊ะเด็ง ให้เฝ้าระวังและเพิ่มความระมัดระวังปัญหาหน้าดินทลายลงมาทับบ้านเรือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด24ชั่วโมง
ปัตตานีคลื่นทะเลแรงซัดกระหน่ำถนนริมหาดพังต่อเนื่อง
สถานการณ์ในพื้นที่ปัตตานี ปรากฏว่ามีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ท้องฟ้ามึดครึ้ม หลังจากที่ กรมอุตุวิทยาฯพยากรณ์อากาศ ว่า ช่วงนี้อาจจะมีฝนตกหนัก และคลื่นลมทะเลยังพัดแรง ให้เรือเล็กทุกชนิดควรงดออกจากฝั่ง และให้ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเตือนชาวบ้านเป็นระยะๆแล้ว
ส่วนบริเวณริมทะเล ยังมีคลื่นลมแรง คลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร จากการที่มีคลื่นและลมพัดกระหน่ำริมฝั่งทะเลด้านจังหวัดปัตตานีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ริมทะเลด้านอำเภอยะหริ่งมีความเสียหายอย่างต่อเนื่องและพบว่า น้ำทะเลได้กัดเซาะขยายเพิ่มมากขึ้น บริเวณถนนเขต ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง ตามที่ผู้สื่อข่าวรายงานไปแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ยังมีถนนอีกเส้นทางหนึ่งในอำเภอยะหริ่ง คือเส้นทาง อ.ยะหริ่ง- อ.ปะนาเระ ซึ่งเป็นเส้นทางริมทะเล ซึ่งสามารถดูทิวทัศน์บรรยากาศฝั่งทะเลตะวันออก เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ปรากฏว่า บริเวณ ม.3 บ้านท่าด่าน ต.ตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถนนประมาณ 1 กม.ได้ขาดช่วง เพราะถูกน้ำทะเลกัดเซาะถนนหายลงไปในทะเล มาหลายเดือน และช่วงนี้มีคลื่นลมแรง ได้พัดกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง และน้ำทะเลได้กัดเซาะถนนอีกอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแล จากเดิมที่เคยถูกกัดเซาะเล็กน้อยกลายเป็นขยายไปทำให้ถนนหายลงไปในทะเล 1 กม. ส่งผลให้ชาวบ้านที่เคยสัญจรไปมาเดือดร้อน ต้องอ้อมไปทางถนนในหมู่บ้าน ซึ่งถ้ายังไม่แก้ปัญหาเชื่อว่าถนนชายทะเล ระหว่าง อ.ยะหริ่ง-อ.ปะนาเระ อาจหายไปทั้งถนนในอนาคตได้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริเวณริมทะเลยังมีคลื่นและลม พัดแรงเช่นกัน โดยคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ชาวบ้านที่อาศัยริมทะเลต้องระมัดระวัง แต่มีบางครอบครัวหลังจากที่มีการประกาศ ได้อพยพไปอยู่บ้านญาติในตัวอำเภอยะหริ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากริมทะเลประมาณ 7 กม. เพื่อความปลอดภัย
ส่วนบรรยากาศน้ำท่วมในพื้นที่ยังปกติ เนื่องจากฝนตกเป็นช่วงๆไม่รุนแรง ประกอบกับระดับน้ำในแม่ปัตตานียังปกติ เนื่องจากน้ำจากตอนบนจังหวัดยังไม่มาก แต่ถ้ายังมีฝนตกต่อเนื่องน่าเชื่อว่า ประมาณ 2-3 วัน มวลน้ำจากบนไหลสู่แม่น้ำปัตตานีอาจจะท่วมพื้นที่ราบล่มในพื้นที่ปัตตานีได้



