ข่าว

ประยุทธ์สนอง'ราชินี'ทรงห่วงช้างป่า

ประยุทธ์สนอง'ราชินี'ทรงห่วงช้างป่า

12 ม.ค. 2555

"ประยุทธ์” สนองพระราชเสาวนีย์ "ราชินี" ทรงห่วงใยช้างป่า สั่ง มทภ.1 ประสานกรมอุทยานฯดูแลพิเศษ เตรียมฝึกทหารพล.ร. 9 ในพื้นที่ปัญหาพร้อมไล่ล่ามือสังหารช้าง จับตาวัดป่ามหาสารคามหวั่นช้างล้มซ้ำรอบ 3 หลังพบมีการเคลื่อนย้ายช้างพลายตัวใหม่เข้ามาเลี้ยงอย่างผิดกฎห

               วันที่ 12 ม.ค.2555 ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและราชยานถึงกรณีที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยการลักลอบล่าช้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางด้านทิศตะวันตกว่า กองทัพบกได้รับแจ้งมาตั้งแต่วันแรกที่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยสั่งให้กองทัพภาคที่ 1 ไปดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ ซึ่งกองทัพบกมีกองกำลังสุรสีห์ในพื้นที่ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 1 ได้สั่งไปยังกองพลทหารราบที่ 9 โดยเข้าไปประสานการทำงานกับกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

              และคณะทำงานที่ปรึกษาของสำนักพระราชวังและราชเลขานุการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และได้นำความที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยมาถ่ายทอดทุกคนที่ทำหน้าที่ได้รับทราบ ซึ่งมีเรื่องต้องแก้ไขคือการบังคับใช้กฎหมาย และสืบสวนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นกลุ่มไหนอย่างไร อย่าเพิ่งไปบอกว่ากลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ซึ่งตนได้ฟังครั้งแรกว่าเป็นคนมีสี ซึ่งตนก็อยากรู้ว่าสีอะไรก็ได้สอบถามไปแต่ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าสีอะไร ถ้าใช้คำว่ามีสีมันก็ยุ่ง อย่างไรก็ตามถ้าสีอะไรทุกสีก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้อยู่แล้ว หากเป็นทหารก็ต้องดำเนินการโดยด่วนทันทีจะต้องปลดพ้นหน้าที่หรืออะไรก็ว่ากันไป
 
              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปคือช้างจะอยู่กับคนอย่างไรอย่างปกติสุข ต้องเอื้อเฟื้อต่อกันช้างก็อยู่ในส่วนช้างคนก็อยู่ส่วนคนไม่รบกวนซึ่งกันและกัน ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติได้คิดหาแนวทาง โดยเฉพาะกองทุนเพื่อจัดหาอาหารช้างโดยให้คนในพื้นที่เป็นคนจัดหาเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ดีระหว่างคนกับช้างในพื้นที่ เราจะให้ทหารไปทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ และมีการตั้งชมรมคนรักช้างขึ้นมาเพื่อคอยดูแลอาหารช้าง โดยช้างกินวันละประมาณ 200 กก. ต่อตัวต่อวัน

              นอกจากการดูแลเรื่องกฎหมายแล้ว จะต้องดูแลในเรื่องธุรกิจร้านอาหารป่าที่ผิดกฎหมาย อยากจะบอกว่าอาหารที่เป็นสัตว์ป่าไม่ได้มีประโยชน์ถึงขนาดที่จะต้องนำมากินเพื่อให้เกิดอายุยืนไม่น่าจะเชื่อ แต่สัตว์ป่าควรจะเก็บไว้ดู และชื่นชมจะดีกว่า ทุกอย่างจะต้องเอื้อเฟื้อต่อกัน ขณะเดียวกันเรามีทหารลาดตระเวนดูแลอยู่แล้ว แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าเราได้ลงนามใน เอ็มโอยู.ในการเข้าไปมีส่วนร่วมดูแลผืนป่าแล้วจะเข้าไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ทหารจะเข้าไปจะต้องมีเบี้ยเลี้ยงค่าอาหาร และมีการประสานงานกับสำนักงานอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ทหารเข้าไปตลอดเวลาไม่ได้ จะต้องมีการวางแผนว่าจะเข้าไปเวลาใดอย่างไร ไม่อย่างนั้นสัตว์ป่าจะแตกตื่น เขาห้ามนำคนเข้าไปในป่า แต่หากไม่เข้าก็ไม่ได้เพราะสัตว์จะได้รับอันตรายจึงจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุง

              “ผมได้สั่งการให้ พล.ร.9 ว่าหากมีการฝึกในพื้นที่ต่างๆ ก็ให้มีการปรับเปลี่ยนแผนให้เข้ามาฝึกในพื้นที่ดังกล่าวแทน เพื่อคอยลาดตระเวนให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม เพราะหากทำแบบเดิมกรมอุทยานแห่งชาติก็มีคนตรวจตราไม่ทั่วถึง ดังนั้นทหารจะเข้าไปช่วยเสริมให้ ซึ่งได้เริ่มทำไปแล้ว และมีการตั้งด่านจุดสกัดมากขึ้น แต่การที่จะให้ทหารเข้าไปดำเนินการทางกรมป่าไม้ และกรมอุทยานสัตว์ป่า จะต้องจัดงบประมาณให้กับทหารเป็นพิเศษ ส่วนจะมากหรือน้อยก็ไม่มีปัญหาทางทหารทำให้อยู่แล้ว ทั้งนี้เชื่อว่าจะหาต้นตอผู้ที่อยู่เบื้องหลังทำผิดกฎหมายได้ เพราะคนที่ทำความผิดจะต้องหาตัวได้อยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 

จับตาวัดป่ามหาสารคามเลี้ยงพลายตัวใหม่
 
              ส่วนจากกรณีที่หลวงปู่ครูบาธรรมมุนี  ฐิตธัมโม  พระสวนป่าพุทธสถานสุประดิษฐ์เมธี  อยู่ที่บ้านนาข่า ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม  ได้นำช้างมาเลี้ยงที่สวนป่า  โดยให้เหตุผลว่าเป็นการช่วยเหลือช้างไทย จนเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2553  มีพลเมืองดีแจ้งมูลนิธิเพื่อนช้างว่า พบซากเนื้อและหนังช้างถูกย่างกองไว้ เกรงว่าจะเป็นการปล่อยให้ช้างอดตาย กระทั่งทางปศุสัตว์จังหวัดได้เข้าตรวจสอบและแจ้งให้หลวงปู่ครูบาธรรมมุนีดูแลช้างที่เหลือให้ดี โดยต้องมีแหล่งน้ำและอาหารให้อย่างเหมาะสม 
 
              ต่อมาช่วงเดือนกรกฎาคม 2554 มีพลเมืองดีแจ้งมูลนิธิเพื่อนช้างอีกว่า ช้างที่สวนป่าแห่งนี้ล้มอีกเป็นตัวที่ 2 ซึ่งช้างที่ล้มทั้งคู่เป็นช้างพลาย มีงาสวยงาม        การที่ช้างล้มต่อเนื่อง ได้สร้างความแคลงใจให้กับประชาชนที่อยู่ใกล้สถานปฏิบัติธรรมและผู้ที่เดินทางเข้าวัดเป็นอย่างมาก  โดยมีการตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยให้ช้างอดอยาก จนล้ม เพื่อนำอวัยวะส่วนต่างๆไปทำเครื่องรางของขลังหรือไม่นั้น
 
              ล่าสุดนายอิสระ ปัญญาวรรณ  หัวหน้าฝ่ายสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จ.มหาสารคาม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการตรวจสอบตัวอย่างชิ้นเนื้อทั้งม้าม  หัวใจ และลำไส้  ของช้างพลายที่ล้มเป็นตัวที่ 2 ว่า ได้ส่งชิ้นเนื้อทั้งหมดตรวจสอบหาสาเหตุการล้มที่ห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  จ.ขอนแก่น  ผลไม่พบเชื้อใดๆที่จะทำให้ช้างล้มได้  ส่วนซากของช้างทั้งหมด ทางปศุสัตว์ได้อายัดไว้
 
              "แต่นอกจากส่งชิ้นเนื้อตรวจสอบแล้ว  ผมได้นำเศษอาหารในกระเพาะของช้างมาตรวจสอบด้วยตัวเอง  พบว่ามีรำข้าวเป็นจำนวนมากในกระเพาะช้าง  จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าช้างล้มเมื่อเดือนกรกฎาคม 54 เกิดจากการที่คนเลี้ยงให้ช้างกินรำข้าว ช้างล้มเป็นช้างแก่ การให้ช้างกินรำข้าวจะทำให้เกิดการอัดแน่น อาหารไม่ย่อย อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ช้างล้มได้” นายอิสระกล่าว

              ทั้งนี้ นายอิสระ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  ล่าสุดพบหลวงปู่ครูบาธรรมมุนี  ฐิตธัมโม  พระสวนป่าพุทธสถานสุประดิษฐ์เมธี นำช้างพลายหนุ่ม อายุประมาณ 10 ปี ตัวใหม่เข้ามาเลี้ยง โดยไม่ได้แจ้งให้ทางสำนักงานปศุสัตว์มหาสารคามทราบ ถือเป็นเป็นการเคลื่อนย้ายช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต  จึงได้ประสานให้สำนักงานปศุสัตว์ อ.วาปีปทุม เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นาข่าแล้ว

              นอกจากนี้ได้ทำหนังสือถึงองค์การบริหารส่วนตำบลนาข่าให้เข้าตรวจสอบ  พร้อมให้ท้องถิ่นใช้ข้อบัญญัติท้องถิ่นในการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการนำช้างเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบต.โดยตรง

              “ที่ผ่านมาทางปศุสัตว์เองก็จับตามองสวนป่าพุทธสถานสุประดิษฐ์เมธีเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3  ซึ่งช้างพลายตัวใหม่ที่ทางวัดสวนป่าอ้างว่ามีชาวบ้านนำมาฝากเลี้ยงนั้น ได้บอกกับทางปศุสัตว์ว่าจะฝากเลี้ยงไว้เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น  แต่ผ่านมาเป็นเดือนแล้วก็ยังไม่มีการเคลื่อนย้าย เบื้องต้นได้เข้าไปตรวจสุขภาพช้างพลายตัวใหม่แล้ว พบว่าสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์  แต่ก็ยังกังวลเรื่องความเหมาะสมของสถานที่เลี้ยงช้างและอาหาร ที่ทางสวนป่าให้ช้างกินเพียงอ้อยและทางมะพร้าวเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการของช้าง  ส่วนที่ทางวัดอ้างว่าจะปรับปรุงสถานที่และปลูกพืชอาหารช้าง ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ  ทำให้จับตามองเป็นพิเศษ  เพราะเกรงว่าจะมีช้างล้มอีก”  นายอิสระกล่าว