ข่าว

เฝ้าระวัง-เอาอยู่'ไข้หวัดนก'ลามไทย

เฝ้าระวัง-เอาอยู่'ไข้หวัดนก'ลามไทย

12 ม.ค. 2555

เฝ้าระวัง-เอาอยู่'ไข้หวัดนก'ลามเข้าไทย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

            หลังจาก 14 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ เกาหลีใต้ บังกลาเทศ พม่า ญี่ปุ่น จีน กัมพูชา อินเดีย เวียดนาม อิสราเอล มองโกเลีย อินโดนีเซีย อิหร่าน เนปาล และแอฟริกาใต้  เผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกเมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อ 60 คน และมีผู้เสียชีวิต 33 คน โดยมีผู้เสียชีวิตอยู่ในทวีปเอเชียมากที่สุด และรายล่าสุดเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา
 
            ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา เชื้อไข้หวัดนกได้แพร่ระบาดอย่างหนักในประเทศจีน ฮ่องกง เวียดนาม และกัมพูชานั้น..."ไทย" มีความพร้อมที่จะรับมือไข้หวัดนกระลอกใหม่แล้วหรือยัง "ทฤษดี ชาวสวนเจริญ" อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยอมรับว่า สถานการณ์การพบเชื้อไข้หวัดนกรอบๆ ประเทศไทยนั้น เป็นเชื้อไข้หวัดนกชนิดรุนแรง (เอช 5 เอ็น 1) ไม่ว่าจะเป็นจีน ฮ่องกง เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย พม่า เป็นต้น จึงทำให้ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังมากขึ้น และเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในบางพื้นที่
    
            "แม้ว่าเพื่อนบ้านเราจะมีการพบเชื้อไข้หวัดนกก็ตาม แต่ไทยยังไม่พบว่ามีความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ แต่ก็ไม่ประมาท มีการเข้มงวดกวดขันไม่ให้เชื้อนี้เข้ามา มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมได้ สำหรับประเทศไทยนั้นพบเชื้อไข้หวัดนกชนิดรุนแรง ครั้งสุดท้ายเมื่อ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 หลังจากนั้นไม่พบเจอเชื้อเอช 5 เอ็น 1 เป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว" อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว
       
            อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมปศุสัตว์แนะนำว่า ช่วงนี้มีอากาศหนาว เกษตกรที่เลี้ยงสัตว์ปีกรวมกับสัตว์อื่นนั้นให้กั้นคอกไว้ต่างหาก รวมถึงให้ความอบอุ่นแก่สัตว์ปีกด้วย ถ้ามีสัตว์ปีกตายผิดปกติขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ และห้ามจับต้องหรือสัมผัสซากสัตว์ปีกที่ตายด้วยมือเปล่า ที่สำคัญคือ ห้ามนำซากสัตว์ปีกที่ตายมาชำแหละเป็นอาหารอย่างเด็ดขาด            
     
            เช่นเดียวกับ นพ.ภาสกร อัครเสวี ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค บอกว่า ไข้หวัดนกในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ซึ่งเชื้อไข้หวัดนก (เอช 5 เอ็น 1) ถือว่าอยู่ในช่วงฤดูกาลของมันที่จะพบได้ในช่วงหน้าหนาว
    
            "ตอนนี้เตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังกันอยู่ โดยเฉพาะในจังหวัดที่เคยมีการพบการตายของสัตว์ปีกนั้นจะมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ คนที่เป็นปอดบวมรุนแรง คนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ รวมถึงคนที่เสียชีวิตโดยไม่สามารถอธิบายได้ ถ้าหากมีการระบาดในประเทศไทยอีกครั้ง จะมีการควบคุมบริเวณที่เกิดเชื้อไข้หวัดนกขึ้นไม่ให้แพร่กระจายไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยหรือผู้ที่สัมผัส ส่วนโอกาสที่จะเกิดการระบาดในไทยหรือไม่นั้น คงคาดเดาไม่ได้ ทำได้เพียงเฝ้าระวังกันอยู่"  นพ.ภาสกรกล่าว
 
            ด้าน รศ.สพญ.ดร.สันนิภา สุรทัตต์ ผู้ประสานงานศูนย์วิจัยโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำในสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดนกที่ดีที่สุดคือการเฝ้าระวัง แต่ไม่ต้องไปตื่นเต้นตกใจ เหมือนตอนที่มีการระบาดหลายปีก่อน มีบทเรียนมาแล้วว่าควรจะต้องทำอย่างไร ทางราชการเองก็มีการเฝ้าระวังจากประเทศข้างเคียงอยู่ตลอด
     
            "อยากจะให้มีการแจ้งเตือนประชาชนตามแนวชายแดนให้ช่วยกันเฝ้าระวัง ป้องกันตนเอง และลดความเสี่ยงการนำสัตว์จากในพื้นที่เสี่ยงเข้ามาในประเทศ ส่วนในเรื่องของนกอพยพหนีอากาศหนาวคงจะไปควบคุมไม่ได้ แต่เมื่อเจออาการผิดปกติของนกก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ โดยส่วนตัวมองว่าไข้หวัดนกยังไม่น่ากังวล ที่พบอยู่ทั่วไปไม่ใช่ตัวที่รุนแรง หากร่วมกันเฝ้าระวังก็สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้" รศ.สพญ.ดร.สันนิภาแนะนำ
 
            แม้ว่ายังไม่พบการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในไทย แต่หลายพื้นที่ของประเทศเริ่มมีการเฝ้าระวังกันแล้ว อย่าง จ.บุรีรัมย์ ก็ระดมเอกซเรย์ฉีดยาฆ่าเชื้อป้องกันหวัดนกตามแหล่งท่องเที่ยวชมนกที่มีนกอพยพหนีหนาวจากไซบีเรีย และนกประจำถิ่นหลายชนิดเข้ามาอาศัยและทำรังวางไข่ ส่วนที่ จ.ลำปาง เริ่มเตือนประชาชนอย่านำซากไก่ตายมากินเด็ดขาด พร้อมสั่งโรงพยาบาลทุกแห่งเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการโรคทางเดินหายใจแล้ว รวมทั้ง จ.ชัยนาท เองก็เริ่มเฝ้าระวังนกปากห่างกว่าแสนตัว ด้วยการฉีดน้ำไล่และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดซ้ำพร้อมเก็บตัวอ่อนและไข่ทำลายเพื่อลดปริมาณการแพร่พันธุ์แล้ว

................

(หมายเหตุ : เฝ้าระวัง-เอาอยู่'ไข้หวัดนก'ลามเข้าไทย  : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)