ข่าว

รีบไปรับ'วีไอพี'ตบหยอกแก้วหูฉีก?

รีบไปรับ'วีไอพี'ตบหยอกแก้วหูฉีก?

12 ม.ค. 2555

รีบไปรับ'วีไอพี'ตบหยอก...แก้วหูฉีก? : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

           จากกระแสสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กรุมประณามคลิป "ข้าราชการ ซี 7" ประพฤติตนไม่เหมาะสม "ตบบ้องหู" เจ้าหน้าที่เอาท์ซอร์ส บริษัทล็อกซเล่ย์ ซึ่งมาประจำอยู่บริเวณจุดตรวจช่องพิเศษ สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และต้องการเดินทางต่อด้วยเครื่องบินภายในประเทศ หลังจากต้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามปกติ แต่กลับถูกข้าราชการซี 7 คนดังกล่าวแสดงพฤติกรรมคล้ายจะทำร้ายร่างกาย?!!
 
            คลิปดังกล่าวใช้ชื่อว่า "C8 กรมศุล ตบแก้วหูฉีก" ซึ่ง "BilingualThailand" นำมาโพสต์ไว้ใน ยูทูบ เมื่อวันที่ 9 มกราคม บรรยายคลิประบุว่า "สรุปข้อมูลข่าวนี้ และข้อเท็จจริง" : 1.ข้าราชการคนนี้ C7 ชื่อ สมบัติ ไม่เปิดเผยนามสกุล เป็นหัวหน้าตรวจผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ แหล่งข่าวเพิ่มเติมเรียกว่า เป็นหัวหน้าป้องกันและปราบปรามตามนโยบาย ปกป้องสังคมของกรมศุลกากรในการสกัดกั้นการลักลอบหนีศุลกากรและยาเสพติดให้โทษ ตามข่าวคือ นายสมบัติไม่ได้พกบัตรประจำตัวมา เจ้าหน้าที่เป็นเอาท์ซอร์สของบริษัทล็อกซเล่ย์ ไม่ใช่พนักงานของสนามบิน จึงขอตรวจตามกฎระเบียบ เพราะไม่รู้จัก จึงโดนต่อว่าและทำร้ายร่างกาย ขณะนี้นายสมบัติถูกย้ายงานจากสุวรรณภูมิ มาที่กรมศุลแล้ว
 
            2.เจ้าหน้าที่ที่โดนทำร้ายร่างกายเข้าโรงพยาบาลลาดกระบังหลังจากเกิดเหตุการณ์ และได้รับการตรวจพบว่า "แก้วหูฉีกขาด" อย่าปล่อยให้ความไม่ถูกต้องกลายเป็นอภิสิทธิ์ที่ได้รับการยกเว้น คนเราเป็นมนุษย์เท่ากัน ไม่ว่าคุณจะใหญ่หรือเล็กจงปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม และพึงระวังการทำผิด ทุจริต ที่รู้อยู่แก่ใจ พลังของ Social Network ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด ขอบคุณสำหรับความถูกต้องที่เกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะมากหรือน้อยในสายตาใคร แต่มันก็เป็นสิ่งที่บุคคลใดก็ตามที่ทำผิดพึงได้รับผลนั้น
 
            ทว่าเบื้องลึกของเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณบ่ายโมง วันที่ 8 มกราคมนั้น...สืบเนื่องจากห้องทำงานของ "นายสมบัติ" อยู่ติดกลับจุดตรวจเอกซเรย์ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และต้องการเดินทางต่อด้วยเครื่องบินภายในประเทศ วันที่เกิดเหตุ นายสมบัติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่ง มีภารกิจต้องไปรับและอำนวยความสะดวกแก่แขกวีไอพี ซึ่งเป็นญาติกับอดีตกรมศุลกากร ก่อนหน้านั้นนายสมบัติเคยทำงานใกล้ชิดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าว เมื่อญาติของนายมาจะต้องไปคอยอำนวยความสะดวก 
 
            ระหว่างทางที่จะไปอำนวยความสะดวกต้องผ่านจุดตรวจเอกซเรย์ดังกล่าว นายสมบัติรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาด้วย ติดบัตรแสดงตนให้เห็นเด่นชัดทุกคน แต่หัวหน้าชุดที่ประจำช่องจุดตรวจสั่งให้ตรวจทุกคนตามปกติ จึงอาจสร้างความไม่พอใจให้แก่นายสมบัติ จนกระทำในสิ่งที่ดูไม่เหมาะสม
 
            ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สนามบินรวมถึงเจ้าหน้าที่ของบริษัทล็อกซเล่ย์ ต่างรู้จักมักคุ้นกับนายสมบัติเป็นอย่างดี เนื่องจากเดินเข้า-ออกบ่อย ซึ่งอุปนิสัยของนายสมบัติเป็นคนพูดจาโผงผาง เสียงดัง แม้วันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทุกคนติดบัตรหมด แต่เจ้าหน้าที่ของบริษัทล็อกซเล่ย์ก็ยังทำหน้าที่ตามระเบียบ ยิ้มแย้มทักทาย โค้งทำความเคารพตามประสาคนที่คุ้นเคยกัน ระหว่างโค้งคำนับหัวหน้าของเขาก็สั่งให้ตรวจตามปกติ เมื่อเขาปฏิบัติตามก็ถูกนายสมบัติต่อว่า ประมาณว่า "เห็นหน้ากันทุกวันยังตรวจอีกเหรอ" และจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังใช้เครื่องสแกนบริเวณหน้าขา นายสมบัติก็ใช้สองมือประกบที่ต้นคอใกล้กับใบหูเบาๆ และตบที่บ่า แล้วก็ยืนโต้เถียงกัน ก่อนเอื้อมมือทั้งสองประกบที่ใบหูเจ้าหน้าที่อีกครั้ง แล้วมายืนโต้เถียงต่อก่อนเดินจากไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชายคู่กรณีก็ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่เพียงไม่นานก็ถูกสั่งให้พักงาน เพราะกลัวว่าจะเกิดการปะทะกันอีก
 
            อย่างไรก็ตาม คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวไม่ได้มาจากกล้องวงจรปิดของการท่าอากาศยานฯ แต่เป็นกล้องวงจรปิดของบริษัทล็อกซเล่ย์ ที่ติดตั้งอยู่เหนือช่องตรวจดังกล่าว ซึ่งเป็นที่มาของคลิปอื้อฉาวที่ไร้เสียง แต่สามารถจินตนาการเหตุการณ์ไปได้ต่างๆ นานา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นที่จะตอบได้ว่า แค่ "หยอก" หรือ "เอาจริง" ?

..............

(หมายเหตุ : รีบไปรับ'วีไอพี'ตบหยอก...แก้วหูฉีก? : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)