ข่าว

'ยงยุทธ'ชี้มติ'พท.'ตั้งสรร.

'ยงยุทธ'ชี้มติ'พท.'ตั้งสรร.

11 ม.ค. 2555

'ยงยุทธ' ชี้ มติ'พรรคเพื่อไทย' ต้องตั้งสรร. ด้าน 'อารี' ค้าน ข้อเสนอ 'คอ.นธ' กำหนดชะตาประเทศไม่ได้ ติง ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่เชื่อประเทศเดินหน้า

             11 ม.ค.55 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขอยืนยันมติของพรรคเพื่อไทยจะต้องตั้งสสร.ขึ้นมา โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมด้วย ส่วนข้อเสนอของนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ที่ระบุว่า จะไม่ตั้งสสร.นั้น ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นอะไร

             นายอารี ไกรนรา เลขานุการ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมว่า ยังไงก็ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นสิ่งที่คนเสื้อแดงทำการเรียกร้องมานานแล้ว ส่วนที่นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ระบุว่าจะไม่ตั้งสสร. แต่ให้ตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 34 คนแทนนั้น ทั้งหมดเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของนายอุกฤษ ส่วนตัวตนไม่เห็นด้วย เพราะคณะกรรมการฯ 34 คนไม่สามารถมากำหนดชะตาของประเทศได้ ดังนั้นคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้วว่าจะต้องตั้งสสร. อย่างไรก็ตามวิธีการไม่ให้ตั้ง สสร.ขึ้นมา ถือเป็นวิธีที่ไม่ได้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาจากประชาชน ฉะนั้นการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมด้วย ส่วนที่นายอุกฤษยังยืนยันที่จะทำร่างของ คอ.นธ ต่อไปนั้น ก็ให้ท่านทำไป แต่ยืนยันว่าจะต้องมีการตั้งสสร.ที่มาจากทุกฝ่ายทุกจังหวัดอย่างแน่นอน

             “ การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ หากจะมีการแก้ก็จะต้องมาจากทุกภาคส่วน ต้องมีที่ไปที่มาชัดเจน ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยถึงจะเป็นรัฐธรรมนูญที่แท้จริง เพราะประชาชนเขามีส่วนได้เสียด้วย คนเราถ้าจะทำอะไรแต่ละอย่างมันมีผลต่อคนทั่วประเทศ ดังนั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน บ้านเมืองถึงจะเดินต่อไปได้ และที่ผ่านมาเราได้เรียกร้องประชาธิปไตยมาโดยตลอด เมื่อเราได้แล้วเราต้องเคารพรักษามันไว้ให้นานที่สุด เราไม่ได้ดูถูกนักวิชาการ แต่ว่าจะต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่เป็นหลัก และรัฐบาลขณะนี้ก็ยึดประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นร่างดังกล่าวก็น่าจะตกไป” นายอารี กล่าว

 

'มท.1'นำ'ผวจ.ภาคกลาง'ลงนามเอ็มโอยูแก้ปัญหายาเสพติด

             นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการ “การสร้างพลังสังคม และพลังชุมชน เอาชนะยาเสพติดในระดับพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1” พร้อมมอบนโยบายในการปราบปรามยาเสพติด โดยนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วทั้งภาคกลางร่วมลงนาม เอ็มโอยู ในบันทึกข้อตกลงการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดทำบันทึกข้อตกลงนี้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ทุกอำเภอดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงนี้ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นคำมั่นสัญญาให้ประชาชนได้ทราบความมุ่งมั่น และจริงจังของภาครัฐในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี หน่วยงาน และบุคคลสำคัญในพื้นที่ภาคกลาง อาทิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการตำรวจภูธร และนายอำเภอ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน และรับนโยบายของรัฐบาล นำไปต่อสู้กับปัญหายาเสพติด

             นาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยยึดหลัก “นิติธรรม” ในการปราบปรามและยึดหลัก “ผู้เสพคือผู้ป่วย”ในการบำบัดรักษา และสร้างพลังให้กับสังคม ชุมชน ด้วยการปลูกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนหันมาร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยให้ผู้ว่าราชการของแต่ละจังหวัดดูแลภาพรวมทั้งจังหวัด ฉะนั้น การจะเอาชนะยาเสพติดด้วยพลังแผ่นดิน จะต้องได้รับความร่วมมือจากองค์กรที่สำคัญอันประกอบด้วย คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) และคณะกรรมการชุมชน ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่เข้าถึงประชาชนในชุมชนได้ดีกว่าหน่วยงานอื่นใด และจะเป็นกลุ่มพลังที่ต่อสู้ และแก้ไขปัญหายาเสพติดให้สิ้นซากหมดไป

             ซึ่งการจัดการประชุมครั้งนี้ จึงนับเป็นการรวมตัวจากผู้แทนหน่วยงานที่มีเครือข่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัด อันจะก่อให้เกิดพลังแผ่นดิน ที่มีความเข็มแข็ง เข้ามาแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปอย่างจริงจัง และยั่งยืน ประสบผลสำเร็จ บรรลุตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้

 

'มท.1'เน้น'หมู่บ้าน-ชุมชน'แก้ปัญหายาเสพติด

             นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ กล่าวมอบนโยบายในงานประชุมการสร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติดในพื้นที่ว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายให้การป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยยึดหลักนิติธรรมในการบำบัดปราบปรามโดยถือว่าผู้เสพคือผู้ป่วย รวมถึงสร้างพลังให้สังคม ชุมชน เกิดความสำนึกและเข้าร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องดูแลภาพรวมของจังหวัด นายอำเภอดูภาพรวมของอำเภอ

             " การใช้พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดนั้นคณะกรรมการหมู่บ้าน และชุมชน จะเป็นองค์กรหลักในการแก้ไขปัญหาเพราะทราบดีว่าในหมู่บ้านหรือชุมชนนี้ใครเป็นผู้ค้า ผู้เสพ และขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามภารกิจที่รับผิดชอบอย่างเต็มกำลัง และประสบความสำเร็จ เพื่อให้ลูกหลานขอคนไทยได้ปลอดภัยจากยาเสพติด " มท.1 กล่าว

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ 25 ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู) เพื่อสั่งการไปยังจังหวัด อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง การป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา