ข่าว

'ครม.เงา'ค้านมติครม.เยียวยาผู้ชุมนุมการเมือง

'ครม.เงา'ค้านมติครม.เยียวยาผู้ชุมนุมการเมือง

11 ม.ค. 2555

'อรรถวิชช์' ค้าน 'มติครม.' ชดเชยเยียวยาการชุมนุมทางการเมือง ชี้คนที่ถูก 'ศาลพิพากษา' ให้มีความผิดไม่ควรได้รับการเยียวยา จี้'รบ.' พูดให้ชัด ด้าน 'ยุทธศักดิ์' เมินพูดชดเชย 7.5ล้าน หวั่นสร้างประเด็น

             11 ม.ค.55 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.และโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวภายหลังการประชุมครม.เงาว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเงิน 49 ล้านบาท เพื่อชดเชยเยียวยาผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมืองนั้น ครม.เงาไม่เห็นด้วยกับมติของครม.ที่จะอนุมัติเงินให้กับผู้ที่กระทำความผิดตามกฏหมาย โดยขอตั้งข้อสังเกตในกรณีที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด คนต่างๆเหล่านี้ถ้าหากดูหลักเกณฑ์แล้วก็จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งความจริงแล้วไม่สมควรที่จะได้รับ เช่น กรณีการประกอบระเบิดและระเบิดใส่ตัวเองที่สมานเมตตาแมนชั่น หรือการยิงวัดพระแก้วแต่พลาดเป้าไปถูกกระทรวงกลาโหม ซึ่งหากมองตามเกณฑ์คนเหล่านี้ก็จะได้รับเงินชดเชยเช่นเดียวกัน ซึ่งครม.เงาไม่เห็นด้วย

             ผู้สื่อข่าวถามว่า เงินเยียวยาไม่คลอบคุลมคนที่ถูกดำเนินคดีต้องแยกแยะหรือไม่ ว่ากรณีใดที่ไม่ควรจะได้รับ โฆษกฯครม.เงา กล่าวว่า วันนี้ครม.เงาก็ได้มีการหารือในเรื่องนี้มีการพูดคุย เพราะผู้ที่มาชุมนุมทางการเมืองและมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินในเวลานั้น เวลานี้คนเหล่านั้นก็ยังไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นว่าควรที่จะนิรโทษกรรมให้บุคคลเหล่านี้เสร็จสิ้นก่อน แต่ในวันนี้หารือเพียงกรณีบุคคลที่ถูกศาลพิพากษาให้มีความผิดจริง คนกลุ่มนี้ไม่ควรที่จะได้รับเงินชดเชยเยียวยา ซึ่งรัฐบาลควรออกมาพูดให้ชัดเจนว่า คนกลุ่มนี้จะได้รับเงินชดเชยด้วยหรือไม่

 

'ยุทธศักดิ์'เมินพูด'รัฐ'ชดเชย7.5ล้านหวั่นสร้างประเด็น

            วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2548-2553 จำนวนรายละ 7.5 ล้านบาท แม้ว่าล่าสุด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะให้สัมภาษณ์ว่าเห็นด้วยที่ให้มีการจ่ายเงินชดเชยในเรื่องนี้ ขณะที่นายทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ต้องการไปสร้างประเด็นอีก โดยการพิจารณาดังกล่าวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีกระแสทางสังคมออนไลน์ที่ไม่เห็นด้วยในการจ่ายเงินชดเชยกับผู้ที่เสียชีวิตที่สูงถึงรายละ 7.5 ล้านบาท พร้อมกับมีการเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตของกำลังทหารที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนที่ในการรักษาอธิปไตย และ รักษาประเทศชาติ กลับได้เงินชดเชยไม่เท่ากับผู้ที่เสียชีวิตทางการเมือง

            ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเงินชดเชยไปยังกระทรวงกลาโหม ถึงสิทธิกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนาม เมื่อเสียชีวิต ,ปลดพิการทุพพลภาพ และบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการสนาม ในส่วนที่รับจากกองทัพบก (ทบ.) พบว่า ได้รับเงินพระราชทาน จำนวน 50,000 บาท เงินบำรุงขวัญ ทบ. จำนวน 40,000 บาท เงินค่าสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตแบบภัยสงคราม   นายทหารสัญญาบัตรได้รับ จำนวน 1,000,000 บาท , นายทหารประทวนได้รับ จำนวน 800,000  บาท และทหารกองประจำการ ,อส.ทพ.ได้รับจำนวน 500,000 บาท เงินค่าจัดการศพสงเคราะห์ ตามระเบียบ ทบ.ว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์ ประมาณ 190,000 บาท (เฉพาะผู้ ที่เป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ ทบ.) เงินช่วยเหลือทหาร อส.ทพ. ผู้ป่วยเจ็บหรือเสียชีวิตเนื่องจากปฏิบัติราชการสนามและครอบครัว (เงิน "ชทค.") จำนวนเท่าเงินรายเดือน แต่ไม่น้อยกว่า 3,000 บาท ตามคำสั่ง ทบ.ที่ ๔๐๖/๒๕๔๔ ลง 18  ส.ค.44 (เงินกองทุนพระบารมีปกเกล้า)

            นอกจากนี้ยังมีเงิน ในส่วนที่รับจากส่วนราชการ และหน่วยงานอื่น ได้แก่ เงินค่าทดแทน จำนวน 25 เท่าของเงินเดือน และ เงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ จำนวน 20,000 บาท ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยบำเหน็จความชอบ ค่าทดแทน และการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการเนื่องในการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ พ.ศ. 2521 (ระบียบ บ.ท.ช. พ.ศ.2521) เงินช่วยเหลือพิเศษ 3 เท่าของเงินเดือน (ทหารกองประจำการ และอส.ทพ.ไม่ได้) และเงินเดือนค้างจ่าย ตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการจ่ายเงินเดือนเงินปี บำเหน็จ บำนาญและเงินในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2535 บำเหน็จตกทอด (ทหารกองประจำการ และอส.ทพ.ไม่ได้) ,บำนาญพิเศษ ตามพ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการพ.ศ.2494 เงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ (อผศ.) จำนวน 7,000  บาท ตามคำสั่ง องค์การทหารผ่านศึก ที่ 24/2544 ลง 6  มี.ค.44  เงินช่วยเหลือมูลนิธิสายใจไทย จำนวน 30,000 บาท ตามประกาศมูลนิธิสายใจไทย ฯ ที่ 001/2549 ลง 31 ม.ค.49 เงินเยียวยา (เฉพาะผู้ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้.) ตามมติ ครม. 31 พ.ค.48 และ ระเบียบ กค. ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินพ.ศ.2546 ดังนี้ 1.จากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 500,000 บาท 2.จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีครอบครัว ได้รับ จำนวน 50,000 บาท  ,โสด ได้รับ จำนวน 25,000 บาท

            ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงกลาโหมยังมอบเงินบำนาญพิเศษ ตามพ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 และฉบับที่ 24 พ.ศ2551และข้อบังคับ กห.ว่าด้วยบุคคลที่ทำหน้าที่ทหาร และการกำหนดส่วนบำนาญพิเศษ พ.ศ.2497 ดังนี้ 1.นายทหารสัญญาบัตร ,นายทหารประทวน และทหารกองประจำการ ได้รับ40/50 ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย 2 อส.ทพ. ได้รับ40/50  ของเงินเดือนที่ พ.1 ชั้น1 และได้รับการปูนบำเหน็จพิเศษ ,ขอพระราชทานยศทหาร และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามข้อบังคับ  กห. ว่าด้วยการพิจารณาบำเหน็จพิเศษในเวลาเหตุฉุกเฉิน พ.ศ2529 และฉบับที่แก้ไข เฉพาะนายทหารสัญญาบัตร ,ประทวน และพลทหารกองประจำการ

 

มอบ'วิรัตน์'ส่ง'ศาลรธน.'ตีความ'พรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้'

            นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แถลงข่าวภายหลังการประชุมครม.เงาว่า ที่ประชุมมีมติคือ กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติออกพ.ร.ก.4 ฉบับ 1.พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินพ.ศ… เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รับผิดชอบการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นของกองทุนฟื้นฟูจำนวน 1.14 ล้านล้านบาท 2.ร่างพ.ร.ก.เงินกู้เพื่อการบูรณะและฟื้นฟูประเทศที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยจำนวน 3.5 แสนล้านบาท 3.ร่างพ.ร.ก.จัดตั้งกองทุนประกันภัย จำนวน 5 หมื่นล้านบาท  และ 4. ร่างพ.ร.ก.แก้ไขพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้ธปท.สามารถปล่อยสินเงื่อนไขผ่อนปรนให้แก่สถาบันการเงินจำนวน 3 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ครม.เงาเห็นด้วยกับ 2 ร่าง คือ พ.ร.ก.จัดตั้งกองทุนประกันภัยและพ.ร.ก.ปล่อยสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนแก่สถาบันการเงิน

            โฆษกฯครม.เงา  กล่าวว่า ส่วน พ.ร.ก.ฉบับแรกจะมอบหมายให้นายวิรัช กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา ในฐานะฝ่ายกฏหมายของพรรคยื่นรื่อง ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความในความจำเป็นเร่งด่วน ว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ในการออกพ.ร.ก. ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์  ในการดำเนินการเพราะรายละเอียดของเอกสารมีจำนวนมากพอ ขณะที่ พ.ร.ก,.เงินกู้เพื่อฟื้นฟูปัญหาอุทกภัยต้องรอดูพ.ร.ก.ตัวจริงว่า ในเนื้อหามีรายละเอียดของโครงการมากน้อยเพียงใด และถ้าหากเนื้อหาของโครงการไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็จะเป็นอีก 1 ร่าง พ.ร.ก.ที่จะส่งตีความว่าสมควรออกเป็นพ.ร.ก.หรือไม่

            “ ที่ต้องมีการส่งตีความ พ.ร.ก.ฉบับแรกเห็นได้ชัดว่า สามารถนำมาออกเป็น พ.ร.บ.ได้ เพราะเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะตั๋วเงินที่จะครบกำหนดของรัฐบาลในเดือน ก.ย.2555 ภาระดอกเบี้ยก็ยังคงอยู่ตามเงื่อนไขเหมือนเดิมทุกประการ เราเลยไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบทำโดยมัดมือชกสภาผู้แทนฯในการที่จะออกเป็น พ.ร.ก.” นายอรรถวิชช์ กล่าว