ข่าว

ครอบครัว'เสก'ขู่ฟ้องหมิ่นอดีตภรรยา

ครอบครัว'เสก'ขู่ฟ้องหมิ่นอดีตภรรยา

11 ม.ค. 2555

ครอบครัว "เสก โลโซ" ควบทนายความแถลงยัน "เสก" ไม่ได้หนี "รพ." ช่วงเข้ารับการรักษาติดยา ตามที่อดีตภรรยาโพสต์ทางเฟซบุ๊ค น้องสาววอนขอให้ยุติ ไม่หยุดอีกมอบทนายความฟ้องฐานหมิ่นประมาทแน่ หมอขยายเวลารักษาอีก 1 เดือน

             จากกรณีนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องชื่อดัง ได้เข้ารับการบำบัดรักษาตัวและอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่สถาบันธัญญารักษ์ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2555  มีกระแสข่าวออกมาระบุนายเสกสรรค์ได้หนีออกจากโรงพยาบาลเมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 มกราคม โดยกลับไปที่บ้านพัก และต่อมาแพทย์ได้รับตัวนายเสกสรรค์กลับไปยังโรงพยาบาล โดยนางวิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ อดีตภรรยาของนายเสกสรรค์เป็นผู้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงสาเหตุของการหนีเป็นเพราะเป็นห่วงลูกเมียและทรัพย์สินนั้น

             เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ม.ค. ครอบครัวศุขพิมาย โดยนางปลิว ศุขพิมาย มารดาของนายเสกสรรค์  นางสาวฑยุตา ศุขพิมาย น้องสาว นายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความส่วนตัวของนายเสกสรรค์ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องที่มีการเผยแพร่ข่าวว่านายเสกสรรค์ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลนั้น ครอบครัวศุขพิมายขอยืนยันว่านายเสกสรรค์มิได้ได้หลบหนีแต่อย่างไร
 
             การแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีการนำคลิปวิดีโอที่นายเสกสรรค์เข้ารับการรักษาตัวที่สถาบันธัญญารักษ์ มาเปิดให้สื่อมวลชนได้ชม ซึ่งคลิปดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ทางwww.youtube.com พิมพ์ว่าคลิปเสกบำบัด 1-7

             นายอุดม กล่าวว่า สาเหตุที่เปิดคลิปให้สื่อมวลชนดูเนื่องจากว่าอดีตภรรยาของนายเสกสรรค์ได้โพสต์ลงในเฟสบุ๊คว่านายเสกสรรค์ไม่ได้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ตนและญาติของนายเสกสรรค์จึงต้องออกมาแถลงเพื่อความกระจ่างในเรื่องดังกล่าวว่านายเสกสรรค์ไม่ได้หลบหนีตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

             หลังจากที่ครอบครัวศุขพิมายส่งมอบนายเสกสรรค์ให้แก่โรงพยาบาล ก็ถือว่าอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของแพทย์แล้ว ครอบครัวศุขพิมายไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงการรักษาพยาบาลของแพทย์ เพราะหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความชำนาญในวิชาชีพของแพทย์จะทำการรักษาพยาบาลให้หายป่วยกลับมาโดยเร็ว

             ช่วงการรักษาดูจากสภาพโดยทั่วไปค่อนข้างที่จะเบลอ อย่างเช่น ช่วงที่อยู่ในห้องพักแพทย์ที่รักษาบอกให้ร้องเพลงใจสั่งมา แต่นายเสกสรรค์กลับร้องเพลงอื่น เพลงวนิพกก็บอกจำคอร์ทไม่ได้ เบลอไปหมด การจดจำค่อนข้างคลาดเคลื่อน นึกชื่อแม่ต้องนึกอยู่นาน ซึ่งพฤติกรรมอื่นๆ นายเสกสรรค์ก็ยังเบลออยู่ในบางครั้งก็มีขว้างปาสิ่งของ เพราะน้อยใจแพทย์ไม่ให้ญาติมาเยี่ยมในการรักษาช่วงแรก

             ก็อยากจะฝากสื่อมวลชนไปยังประชาชนที่เป็นแฟนเพลงของนายเสกสรรค์แทนครอบครัวให้คลายกังวล ซึ่งนายเสกสรรค์เป็นคนน่ารักพร้อมรับการรักษา ไม่อยากให้ข่าวแบบนี้ออกไป อาการเบลอเป็นผลจากการรักษา โดยการรักษาจะเพิ่มจาก 35 วัน 45 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นคงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ว่าจะรักษาแบบไหน หรือเพิ่มระยะเวลาต่อหรือไม่ แต่เชื่อว่านายเสกสรรค์ก็จะกลับมาเป็นปกติในอีกไม่ช้า นายเสกสรรค์ได้บอกกับตนว่า เค้าพร้อมที่จะกลับมาเป็นซุปเปอร์สตาร์เหมือนเดิม

             “เสก ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยบาล และยินดีรับการรักษาทุกขั้นตอน ไม่มีข้อยกเว้น และในช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาลก็ได้ให้เสก เดินคุยกับกับผู้ป่วยรายอื่นด้วย ส่วนเรื่องการแต่งตัวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ให้เสก แต่งตัวตามที่เขาชอบ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ห้องพักนั้นก็จะมีกีตาร์ เปียโนที่เขาชื่นชอบ แต่ในระหว่างการรักษาพยาบาลของแพทย์นั้น ได้มีปัญหาบางประการเกิดขึ้น ทำให้ครอบครัวศุขพิมายต้องขอให้แพทย์ใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการอนุญาตให้บุคคลใดเข้าเยี่ยมหรือพูดคุยกับเสก ที่เป็นคนไข้เพราะได้ปรากฎข้อเท็จจริงแล้วว่า จากการปล่อยให้มีการพูดคุยกับเสก โดยอิสระได้ทำให้เสกอาการผิดปกติ โดยครอบครัวศุขพายขอยืนยันว่า ไม่เคยกีดกัน หรือห้ามไม่ให้บุคคลใดเยี่ยมเสก โดยขอให้เป็นดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการรักษาพยาบาลเท่านั้น” นายอุดม กล่าว

             ส่วนเรื่องทรัพย์สินนั้น นายอุดมทนายความได้นำเอกสารสำเนาหนังสือมอบอำนาจที่นายเสกสรรค์ที่ทำขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2554 ที่มอบอำนาจให้แก่นายอุดม หรือนางสาวฑยุตา น้องสาวของนายเสกสรรค์มีอำนาจในการดูทรัพย์สิน และปกป้องทรัพย์สินแทนนายเสกสรรค์แสดงต่อสื่อมวลชนเพื่อยืนยันว่า นายเสกสรรค์ได้มอบอำนาจให้น้องสาวและทนายความดูแลทรัพย์สินของนายเสกสรรค์จริง มิได้เป็นการกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอย แต่ทั้งน้องสาวและทนายความที่ได้รับอบอำนาจจากนายเสกสรรค์มีหน้าที่เพียงดูแลและปกป้องทรัพย์สินมิให้บุคคลที่มี่ส่วนเกี่ยวข้องสร้างความเสียหายให้แก่เสก เท่านั้น
 
             ครอบครัวศุขพิมาย และทนายความขอยืนยันว่าตั้งแต่นายเสกสรรค์เข้ารับการบำบัดรักษาตัวที่โรงพยาบาล ครอบครัวศุขพิมายและทนายความไม่เคยเบิกถอนเงินของนายเสกสรรค์ออกมาจากธนาคาร ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆในการดูแลรักษาพยาบาลเป็นเงินส่วนตัวของพี่ชายและน้องสาวทั้งสิ้น ทรัพย์สินของนายเสกสรรค์ที่อยู่ในความดูแลของครอบครัวศุขพิมายนั้น ยังอยู่ครบถ้วน โดยบัญชีเงินฝากทุกบัญชีรวมทั้งบัญชีเงินฝากที่นายเสกสรรค์นำเงิน 10 ล้านบาทฝากไว้ให้ลูก แม่กับน้องสาวเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ส่วนบ้านและรถปอเช่ร์นั้น อดีตภรรยาเป็นผู้ดูแล รอวันให้นายเสกสรรค์หายป่วย เพื่อส่งมอบคืนให้ตามเจตนาของนายเสกสรรค์ที่ได้แสดงไว้ก่อนรับการรักษาเลิกยาเสพติด
 
             ด้าน น.ส.ฑยุตา กล่าวว่า สวนเรื่องอดีตภรรยาเขียนข้อความลงเฟซบุ๊คนั้น ขอให้ยุติได้แล้ว เพราะดูเหมือนว่านายเสกสรรค์กับคนในครอบครัวเป็นคนผิดฝ่ายเดียว หลังจากนี้หากการเขียนข้อความพาดพิงเกิดความเสียหายจะให้ทนายความฟ้องฐานหมิ่นประมาท

             ด้านนางปลิว เผยความในใจด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ได้พูดคุยกับลูกชาย และให้กำลังใจให้หายเร็วๆ นายเสกสรรค์ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ยังจำได้ทุกย่าง ยอมรับว่าเป็นห่วงมาก เพราะนายเสกสรรค์เองยังห่วงลูก ห่วงบ้าน และครอบครัว ซึ่งตนบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทุกคนก็ยังอยู่บ้านสบายดี ขอให้ตั้งใจในการรับการรักษาให้กลับเป็นลูกที่น่ารักและครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนเดิม

             ด้ายนพ.วิโรจน์ วีระชัย ผอ.สถาบันธัญญารักษ์ กล่าวว่า อาจต้องมีการขยายเวลารักษานายเสกสรรค์ ออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่เคยกำหนดใช้ระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ เนื่องจากต้องมีการปรับการให้ยาเพื่อช่วยลดอาการข้างเคียง ที่มักพบในผู้ป่วย ได้แก่ อาการหูแว่ว ประสาทหลอน รวมถึงการคิดจินตนาการ อย่างไรก็ตาม การขยายระยะเวลารักษาออกไปนั้น ไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเวลาการบำบัดรักษายาเสพติดส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์