ข่าว

เปิดหมู่บ้านชาวสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน

เปิดหมู่บ้านชาวสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน

12 ม.ค. 2555

เปิดหมู่บ้านชาวสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย ... เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ

                   ไม่น่าเชื่อว่าดินแดนชนบท ห่างไกลจากตัวอำเภอเมืองกว่า 78 กิโลเมตร จะเป็นสถานที่ที่ผู้คนจากอีกซีกโลกหนึ่ง ต้องการมาอาศัยอยู่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ดังเช่น หมู่บ้านลาณีเรสซิเด็นซ์ ของนางลาณี เยเกอร์ วัย 44 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ใช้พื้นที่กว่า 13 ไร่ ในบ้านนาแพง ต.บ้านดู่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ทำเป็นหมู่บ้าน และโรงแรมที่พัก สไตล์ผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและยุโรป เพื่อบริการชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวสวิตเซอร์แลนด์วัยเกษียณอายุ ที่ชื่นชอบและต้องการอยู่เมืองไทยได้มาใช้เวลาพักผ่อนที่นี่

                   ก่อนหน้าจะผุดเมืองสำหรับชาวสวิสและเยอรมันแห่งนี้ "ลาณี" เป็นสะใภ้อินเตอร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ มานานกว่า 20 ปี หลังแต่งงานย้ายตามสามีไปอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทุกครั้งที่มีวันหยุดยาว ครอบครัวเยเกอร์จะเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองไทย เพราะสมาชิกในครอบครัวต่างชื่นชอบบรรยากาศ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ประเทศไทยมาก โดยเฉพาะแม่สามีที่ชื่นชอบในอัธยาศัยของชาวอีสานและเป็นผู้จุดประกาย สนับสนุนให้ลูกชายและลูกสะใภ้สร้างหมู่บ้านสำหรับชาวสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้สูงอายุจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวและพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยในช่วงบั้นปลายชีวิต

                   แนวคิดการสร้างหมู่บ้านมีมานานกว่า 10 ปีแล้ว ครั้งนั้นครอบครัวกลับมาเยี่ยมญาติพี่น้องที่นี่ ช่วงเย็นแม่สามีจะชอบเดินเล่น เมื่อกลับเข้าบ้านลูกชายเรียกกินข้าว แม่บอกว่า กินที่บ้านชาวบ้านแล้ว ลูกชายก็แปลกใจว่า ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร แม่สามีก็เล่าว่า เดินเข้าไปในหมู่บ้าน มีชาวบ้านเรียกกินข้าว เข้ามาพูดคุย ยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี บรรยากาศก็ล้อมรอบด้วยทุ่งนา แปลงผักสดที่ชาวบ้านปลูก ทำให้แม่สามีชอบที่นี่มาก แต่ก็อยากมีเพื่อนที่พูดคุยภาษาเดียวกัน แม่สามีจึงเสนอไอเดียว่า หากมีหมู่บ้านให้ชาวสวิสคนอื่นๆ เข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน ได้พูดคุย ทำอาหารแบ่งปันกัน ก็คงจะดี

                   จึงทำให้มีแนวคิดขึ้นมา ส่วนสามีเองก็รักเมืองไทยมาก เมื่อพูดคุยกับสามีจึงตกลงใจกันว่า กลับไปสวิตเซอร์แลนด์จะตั้งใจทำงานเก็บเงินมาสร้างหมู่บ้านชาวสวิสที่บ้านเกิดให้ได้ ที่สำคัญคือ ต้องการตอบแทนชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้ต้อนรับในช่วงที่ไปใช้ชีวิตที่นั่นเป็นอย่างดี

                    บรรยากาศรอบหมู่บ้านมีนาข้าวล้อมรอบ แยกตัวออกจากหมู่บ้าน ในหมู่บ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวก มีบริเวณให้พักผ่อนอย่างสงบ บ้านแต่ละหลังเน้นการก่อสร้างสไตล์ไทยผสมยุโรป ภายในตัวบ้านมี 2 ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ซึ่งแต่เดิมตั้งเป้าการก่อสร้างไว้เพียง 8 หลัง ต่อมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้สูงอายุที่รู้จักกัน และบอกกันปากต่อปากจึงขยายโครงการเป็น 13 หลัง

                    นอกจากนี้มีโรงแรมขนาด 6 ห้อง 2 ชั้น ไว้รองรับญาติพี่น้องของชาวต่างชาติที่สนใจมาพักและท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงวันหยุดพักผ่อน ด้านในยังมีสระว่ายน้ำ ร้านอาหารไทยและยุโรป ไว้คอยบริการลูกค้าด้วย

                   "เป็นสิ่งที่เราตั้งใจทำ ตอนนี้ก็ทยอยสร้างบ้านและตกแต่งบริเวณโดยรอบหมู่บ้าน เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ เสียงตอบรับถือว่าดีมาก เพราะมีชาวต่างชาติให้ความสนใจสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะที่นี่เป็นเหมือนบ้านพักคนชราให้ชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ในระยะยาว แต่ไม่มีการซื้อขายกัน เป็นลักษณะของการเช่ารายเดือน บริการของเราถูกมากคิดเพียงเดือนละ 32,000 บาท ในจำนวนนี้รวมค่าอาหาร 3 มื้อ ทำความสะอาด มีบริการนวดอาทิตย์ละ 2 ครั้ง น้ำฟรี ซึ่งเราให้บริการตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า"

                    นอกจากนี้ทางเราก็มีการติดต่อกับบ้านพักคนชราที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย ลูกค้ารายแรกเป็นหญิงชาวเยอรมัน อายุ 60 ปี เข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อพฤษภาคม 54 จนปัจจุบันมีลูกค้าจองบ้านพักแล้ว 3 หลัง เข้าอยู่ 4 คน บางคนจ่ายค่าเช่าให้รายปี จะเดินทางมาพักเมื่อไรก็ได้ ส่วนการเดินทางไปท่องเที่ยวหรือเข้าไปในตัวเมือง ไปตามแหล่งท่องเที่ยวก็สะดวก รวดเร็ว เพราะถนนหนทางและการคมนาคมดีขึ้น

                    การเดินเล่นเข้าไปในหมู่บ้านนาแพงเป็นกิจกรรมยามว่างที่ต่างชาติหลายคนชื่นชอบ เพราะในหมู่บ้านมีวิถีชีวิตของชาวอีสานให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม รวมถึงการทอผ้าไหม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในชนบทอีสานที่ยังคงมีให้เห็น เป็นที่ชื่นชอบสำหรับชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะได้เห็นขั้นตอนกรรมวิธีการถักทอผ้าไหมอย่างใกล้ชิด

                   "ฝรั่งจะชอบกันมาก เพราะไม่เคยเห็น ขั้นตอนการเลี้ยง การทอผ้า ส่วนชาวบ้านเองก็มีรายได้ด้วย หลังจากที่เข้ามาสร้างหมู่บ้านก็คิดว่าช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพไม่ต้องเดินทางเข้าไปทำงานในเมืองหลวง ที่หมู่บ้านเองตอนนี้ก็จ้างงานชาวบ้าน 6 คน เป็นพนักงานทำความสะอาด คนสวน นอกนั้นก็เบ็ดเตล็ด แต่ที่ขาดจริงๆ คือตำแหน่งพ่อครัวที่สามารถทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ด้านการรักษาความปลอดภัยมี รปภ.ดูแลตลอด ส่วนแขกที่เข้ามาพักทางหมู่บ้านจะไปแจ้งชื่อของผู้เข้าพักไว้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็ให้การดูแลทางหมู่บ้านเป็นอย่างดี"

                    ขณะนี้หมู่บ้านลาณีเรสซิเด็นซ์ กำลังเร่งก่อสร้างบ้านเพิ่มเติม ขุดสระน้ำขนาดพื้นที่ 3 ไร่ ปลูกต้นไม้ ทำสวนสุขภาพสำหรับออกกำลังกาย สวนพืชสมุนไพร ที่นี่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2554 โดยมาดามคริสทีน ซาลาเนอร์ เบอร์เดอร์เนอร์ เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เดินทางมาเป็นประธานเปิดหมู่บ้านลาณีเรสซิเด็นซ์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เปิดไว้รองรับชาวต่างชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี ที่เกษียณอายุราชการ ได้เดินทางมาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยในช่วงบั้นปลายชีวิต พร้อมกองทัพสื่อมวลชนสถานีโทรทัศน์ SF1 และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเดินทางมาถ่ายทำรายงานข่าวนำไปออกอากาศที่สมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ด้วย

                    "หวังว่าที่นี่จะทำให้ชาวต่างชาติจะได้รู้จักประเทศไทยในอีกแง่มุมหนึ่งมากขึ้น รวมถึงการใช้ชีวิตที่ให้ความรู้สึก อยู่แล้วรู้สึกสบายใจ ปลอดภัย เหมือนว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองของเขา เชื่อว่าแนวโน้มต่อไปในอนาคตจะมีชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่เกษียณอายุราชการต้องการมาใช้ชีวิตในบั้นปลายอยู่ที่ภาคอีสานเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้มีชาวสวิสเดินทางเข้ามาพักอาศัยอยู่แล้ว 4 ราย ในปีหน้าตอบรับจะเดินทางเข้ามาพักอาศัยอีกกว่า 10 ราย"

.......................................................
(หมายเหตุ : เปิดหมู่บ้านชาวสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย ... เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ)