ข่าว

'ธิดา'ลั่นยกร่างรธน.ใหม่ทั้งฉบับ

'ธิดา'ลั่นยกร่างรธน.ใหม่ทั้งฉบับ

11 ม.ค. 2555

'ธิดา'ลั่นยกร่างรธน.ใหม่ทั้งฉบับ ยัน ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้ง พร้อมออกปากขอบคุณ รัฐบาล หลัง ครม.อนุมัติเงินเยียวยา

                11 ม.ค.55 นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ว่า นปช.ต้องเดินหน้าเพื่อให้การเขียนรัฐธรรมนูญบรรลุผลให้ได้ จึงขอให้คนเสื้อแดงเร่งส่งแบบฟอร์ม พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน เพื่อรวบรวมรายชื่อให้ครบ 5 หมื่นรายชื่อ ใช้แก้ไขในรธน.มาตรา 291เท่านั้น โดย นปช.จะเร่งทำการตรวจสอบแบบฟอร์มให้เสร็จภายในสิ้นเดือนม.ค.นี้ ทั้งนี้หลักการและเหตุผลในการได้ รธน.ใหม่ ขณะนี้การเริ่มต้นมี 2 แนวทาง คือ แนวที่ 1 การแก้ไขจากรธน.50 บางมาตรา และอีกแนวทางหนึ่งคือการเขียนรธน.ใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งแนวทางที่2นี้เป็นแนวทางของนปช. 

                ส่วนที่มาของคณะผู้ยกร่าง รธน.ในขณะนี้มีแนวทางของ นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคอ.นธ.ที่เสนอให้ตั้งคณะกรรมการยกร่างรธน.มาจากนักวิชาการ 34 คน ส่วนแนวทางที่ 2 เป็นแนวทางของ นปช.คือการให้คณะผู้ยกร่างรธน.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมด 100 คน เพราะ นปช.ต้องการให้พื้นที่อำนาจของประชาชนเพิ่มขึ้นมามากกว่าการเลือก ส.ส.เพียงอย่างเดียว ซึ่งผู้สมัคร สสร.สามารถหาเสียงได้เลย เช่น ผู้สมัคร สสร.ที่เป็นพวกอนุรักษ์นิยม หรือผู้สมัคร สสร.ที่เป็นคนเสื้อเหลืองสามารถหาเสียงได้เลยว่ามีแนวคิดที่ต้องการ รธน.แบบใด  จากนั้นให้ประชาชนตัดสินว่าต้องการ สสร.ที่มีแนวคิดแบบใด

                นางธิดา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้นปช.จะใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งอย่างต่ำจังหวัดละ 1 คน เพราะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศมีทั้งหมด 46.9 ล้านคน ฉะนั้นประชากร 4.6 แสนคน จะได้ สสร.1 คน แต่จังหวัดที่มีประชากรจำนวนมาก เช่น กทม.มีประชากรประมาณ 4 ล้านคน จะมี สสร.ได้ 8 คน ส่วนจังหวัดที่มีประชากรต่ำกว่า 4.6 แสนคนให้มี สสร.อย่างต่ำ 1คน โดย สสร.ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 100 คนประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ    ขอให้พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลพิจารณาโดยใช้วิจารณญาณบนพื้นฐานความประสงค์ของประชาชนด้วย

 

 ปธ.วิปรัฐเผยพรรคร่วมพร้อมลงชื่อหนุนแก้ม.291


                 นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยถึงผลการประชุมวิปรัฐบาลนัดพิเศษเพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้ให้ผู้แทนของแต่ละพรรคกลับไปสอบถามทางพรรคว่าหากมี ส.ส.ยื่นร่างแก้ไขมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ พร้อมที่จะมีส่วนร่วมหรือไม่ ดังนั้นในวันที่ 11 ม.ค.นี้ก็ได้รับคำตอบจากทุกพรรคว่ายินดีที่จะร่วมลงชื่อหากมีการเสนอเข้ามา และถ้าพรรคการเมืองใดจะเสนอร่างแก้ไขของพรรคตัวเองมาก็ไม่ว่ากัน สามารถลงชื่อร่วมกันได้ แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นทราบว่าฝ่ายกฎหมายที่รับผิดชอบใกล้จะร่างเสร็จแล้ว คาดว่าภายในต้นเดือนก.พ. จะสามารถยื่นเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาฯได้ โดยอาจจะพิจารณาควบคู่ไปกับร่างที่ภาคประชาชนเป็นผู้เสนอ

 

"แกนนำนปช."ออกปากขอบคุณรัฐบาลหลัง ครม.อนุมัติเงินเยียวยา

                นางธิดา พร้อมนายวรวุฒิ  วิชัยดิษฐ  โฆษกนปช. ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายวรวุฒิ กล่าวว่า นปช.ขอบคุณมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)  ที่ได้อนุมัติงบประมาณเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อการสลายการชุมนุมเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อวันที่  10 เม.ย. และวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา เราต่อสู้อย่างสันติ ปราศจากอาวุธ แต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ มีการอ้างถึงชายชุดดำ จึงขอให้รัฐบาล ติดตามว่าชายชุดดำมาจากไหน นปช.ขอให้รัฐบาลนำความจริงมาให้ได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายปนระชาชนเพื่อมาลงโทษโดยเร็ว

                นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประเทศไม่มีกฏหมายที่เป็นประชาธิปไตย หากไม่มีการยึดอำนาจก็จะไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับ 50 และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประชาชนก็ไม่ต้องออกมาขับไล่บาดเจ็บล้มตาย ที่ผ่านนปช.จึงมีมติให้ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญปี 50 มาตลอด และเมื่อมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย จึงถึงเวลาแล้วที่จะดำเนินการไขเรื่องนี้ ซึ่งในส่วนของ นปช.เริ่มมีการรวบรวมรายชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว โดยคาดว่าต้นเดือนก.พ. หากรวบรวมเสร็จอาจยื่นต่อสภาได้ทัน

                 ด้านนางธิดา กล่าวถึงความคืบหน้าในการย้ายเรือนจำ ของผู้ถูกกุมขังในคดีการเมือง ว่า ได้รับทราบจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้ใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมว่าในวันอังคาร ที่ 17 ม.ค. ผู้ถูกคุมขังชุดแรกจำนวน 47  คน จากทั้งหมด 57  คน  จะย้ายจากเรือนจำต่างๆทั่วประเทศ มายังเรือนจำผู้ต้องหารทางการเมือง  เรือนจำชั่วคราวหลักสี่  หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้าผู้ต้องขังจะถูกย้ายทันที  ส่วนอีก 10  คนที่เหลือ ที่ยังไม่ได้ย้ายน่าจะเป็นผู้ต้องขังในกรณีที่เกี่ยวกับมาตรา 112  และพระราชบัญญัตความผิดว่าด้วยคอมพิเตอร์ หรือ นักโทษ เด็ดขาดที่ศาลตัดสินแล้วไม่อุธรณ์ แต่รอการพระราชทานอภัยโทษ  จึงขอให้ได้รับการย้ายไปรวมกันทั้งหมดที่เรือนจำชั่วคราว  เพราะถือเป็นความยิ่งใหญ่ของนักต่อสู้ทางการเมืองที่ไม่ใช่อาชญากร 

                ส่วนเรื่องการประกันตัวจากการประสานงานรัฐบาลแจ้งว่า ครม.อนุมัติงบประมาณ 43.8  ล้านบาทเพื่อประกันตัวเพื่อผู้ถูกกุมขังทั้ง 57 คน  ซึ่งขอให้การดำเนินการราบรื่น และขอให้รัฐบาลอลุ่มอล่วย  อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังไม่สิ้นสุดกระบวนการ เพราะผู้ถูกกุมขังทั้งหมดยังต้องเผชิญชะตากรรม  แม้จะได้รับการประกันตัว ซึ่งการต่อสู้คดียังอีกยาวไกล ซึ่ง นปช.อยากให้คดีสิ้นสุดอย่างมีเหตุผลมากที่สุด

                ทั้งนี้ วันพรุ่งนี้ (12 ม.ค.) เวลา 14 .00 น. ตนจะเดินทางไปพบ นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.)พร้อมกับญาติผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อถามถึงขั้นตอนการเยียวยาและขอบคุณที่นำเรื่องเข้าสู่ ครม.อย่างรวดเร็ว วันนี้ นปช.มีความพอใจในตัวเลขการชดเชย แต่อยากทราบในรายละเอียดที่ชัดเจนกว่านี้ว่าในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ บอกว่ามีเงินเยียวยา กว่าหมื่นล้าน  แต่ใช้ไปแล้วกว่า 8 พันล้านบาท ดังนั้นจึงอยากทราบในรายละเอียดด้วย ว่าในสมัยนั้นนำเงินไปใช้ในส่วนใดบ้าง และคิดว่าการเยียวยาไม่มีคำว่าแพงไปเพราะสังคมไทยบอบช้ำมามาก  สิ่งสำคัญคือต้องไม่มีการฆ่าคนกลางถนนอีก  และการเยียวยาผู้เสียชีวิตไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพราะพวกเขาไม่ได้เสียชีวิตด้วยเรื่องส่วนตัว

                ส่วนกรณีที่ นายขวัญชัย  ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร  ออกมาระบุว่า นางธิดา บริหารกลุ่มคนเสื้อแดงให้เป็นคอมมิวนิสต์นั้น นางธิดา กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกอะไร  เพราะคิดว่าคนเสื้อแดงจะเป็นคนตัดสิน คนเสื้อแดงน่ารัก  นายขวัญชัย มีจังหวะที่เหมาะที่คนเสื้อแดง ที่อยู่มาตรงนี้ได้ และโตขึ้นมาได้ แต่เมื่อขึ้นมาขณะนี้จะฟังประชาชนหรือไม่ ก็แล้วแต่เขา คนเสื้อแดงมีวุฒิภาวะ  สักกวันตัวขวัญชัย คงรู้และคงจะปรับตัวใหม่  หรือไม่เช่นนั้นคนเสื้อแดงจะรู้ หากขวัญชัยไม่ปรับตัว และนายขวัญก็จะต้องหายไป อย่างตัวเองก็มีปัญหากับแกนนำส่วนหนึ่ง  แต่วันนี้ก็ปรับตัวกันได้ปกติแล้ว เวลาที่ผ่านไปกับเรื่องราวที่มากขึ้นจะทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น