ข่าว

'ไซ่ อิงเหวิน'หวังเป็นผู้นำหญิงไต้หวันคนแรก

'ไซ่ อิงเหวิน'หวังเป็นผู้นำหญิงไต้หวันคนแรก

11 ม.ค. 2555

การเลือกตั้งปธน.ไต้หวันจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 ม.ค.นี้ และผู้สมัครหญิงจากพรรคฝ่ายค้านได้ชูนโยบายหาเสียงที่เน้นขอคะแนนเสียงให้เธอได้รับเลือกเป็นปธน.หญิงคนแรก และยังมีวิธีระดมเงินสนับสนุนการหาเสียงที่ไม่เหมือนใคร

            11 ม.ค.55 นางไช่ อิง เหวิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DPP ใช้วิธีระดมเงินหาเสียงในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาด้วยการแจกกระปุกหมูออมสินกว่า 143,000 ใบให้ผู้สนับสนุนทั่วเกาะไต้หวันร่วมหยอดเงินสนับสนุน และสามารถระดมเงินได้มากถึงเกือบ 6 ล้าน 7 แสนดอลลาร์ หรือราว 200 ล้านบาท

            ไอเดียนี้ได้มาจากเหตุการณ์ที่เด็กชายคนหนึ่งมอบกระปุกหมูออมสินที่มีเงินอยู่ข้างในให้นางไช่ ทำให้ทางพรรค DPP คิดว่า การใช้กระปุกหมูออมสินจะทำให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยสามารถให้เงินสนับสนุนจำนวนน้อยแก่ผู้สมัครโดยไม่ต้องรู้สึกอาย และทำให้พวกขารู้สึกว่าสามารถมีส่วนร่วมได้ง่าย รวมทั้งทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงมีมุมมองที่เปลี่ยนไปต่อนางไช่ ผู้สมัครวัย 55 ปี ที่มาจากครอบครัวร่ำรวย และจบการศึกษาจากต่างประเทศ

            นอกจากนี้ตลอดการหาเสียงเธอพยายามชี้ให้เห็นว่า ไต้หวันจะมีความสมานฉันท์มากกว่านี้หากมีผู้หญิงเป็นประธานาธิบดีคนแรก แต่ก็บอกด้วยว่า หากเธอไม่ชนะเลือกตั้ง ก็มั่นใจว่าตัวเองได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้สมัครประธานาธิบดีหญิงคนแรก และเชื่อแน่ว่าเธอจะไม่ใช่เป็นคนสุดท้าย ต่อจากนี้ไปผู้หญิงทุกคนอาจกล้าที่จะประกาศว่าเป้าหมายสูงสุดคือ
เป็นประธานาธิบดีไต้หวัน

            ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นพบว่า ประธานาธิบดีหม่า อิง-จิ่ง จากพรรคชาตินิยม ยังคงมีคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่นางไช่ ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองและเพิ่งเข้าเป็นสมาชิกพรรค DPP เมื่อปี 2547 มีคะแนนตามหลังแต่ก็ไล่มาติดๆชนิดประมาทไม่ได้ ส่วนนักวิเคราะห์บอกว่า พรรคชาตินิยมจะยังคงชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยได้รับที่นั่งน้อยลงกว่าเดิม

            ที่ผ่านมานายหม่ามีผลงานที่ทำให้ไต้หวันหลุดพ้นจากวิกฤติการเงิน บริหารเศรษฐกิจจนเติบโตแข็งแกร่ง และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับจีนจนอยู่ในระดับดีที่สุด หลังจากตกต่ำลงในช่วงสมัยของประธานาธิบดีเฉิน สุ่ย-เปี้ยนจากพรรค DPP ขณะที่นางไช่โจมตีนโยบายเศรษฐกิจของนายหม่าที่ทำให้สูญเสียตำแหน่งงานในภาคการผลิตให้กับจีน และชาวไต้หวันกังวลว่าหากเธอชนะเลือกตั้ง ไต้หวันจะยังคงดำเนินการตามข้อตกลงทางการค้าที่ทำไว้กับจีนต่อไปหรือไม่