ข่าว

ยิง'สิบโท'ช่วยรบพิเศษดับพร้อมเพื่อน

ยิง'สิบโท'ช่วยรบพิเศษดับพร้อมเพื่อน

10 ม.ค. 2555

ยิงทหารยศสท.พร้อมเพื่อนดับคาแยกสะพานแดง ขณะขับจยย.มาติดไฟแดง ตร.มึนปมสังหาร มุ่งประเด็นล้างแค้นของอริ -ซิ่งปาดหน้ากัน เตรียมแกะรอยจากวงจรปิด เรียกญาติสอบหาเหตุอีกรอบ

              เหตุอุกอาจกลางกรุงรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ร.ต.อ.นฤมิตร คำวอน พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.เตาปูน รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 2 ราย บริเวณแยกไฟแดงแยกสะพานแดง ถ.พระราม 5 แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.วีระ จิระวีระ ผกก.สน.เตาปูน เจ้าหน้าที่ พฐ. แพทย์เวร รพ.รามาฯ และมูลนิธิร่วมกตัญญู
 
              ที่เกิดเหตุพบศพชาย 2 ราย ทราบชื่อคือ  ส.ท.สิทธิพงศ์ ศรีวัง อายุ 21 ปี สังกัดกองพันช่วยรบที่ 1 ร.21 รอ. และเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.ราชภัฎสวนสุนันทา สภาพศพนอนคว่ำหน้าสวมหมวกกันน็อคเต็มใบ  มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณด้านหลังซ้ายทะลุหัวใจ ใกล้กันพบศพ นายวีรพงษ์ มนเดช อายุ 21 ปี ข้าราชการสังกัดกองคลัง ขส.ทบ. และเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเดียวกับ ส.ท.สิทธิพงศ์ สภาพนอนหงาย มีบาดแผลถูกยิงที่ด้านหลัง 5 นัด ที่หน้าอก 1 นัด ใกล้กันพบรถ จยย.ล้มคว่ำ ยี่ห้อฮอนด้า โซนิค สีน้ำเงินดำ ทะเบียน ปพข 518 กทม. ห่างกันเล็กน้อยพบหัวกระสุนไม่ทราบขนาด 1 หัว และห่างออกไป 10 เมตร พบหัวกระสุนอีก 1 หัว 
 
              สอบถาม ส.ต.กัมปนาท รัตนรักษ์ อายุ 21 ปี สังกัดเดียวกับผู้ตาย และเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย กล่าวว่า หลังเลิกเรียนประมาณ 19.30 น.พวกตนได้ชวนผู้ตายไปกินข้าวที่ย่านซอยสวนอ้อย แต่ผู้ตายทั้งสองขอตัวกลับบ้านและมาทราบข่าวว่าถูกยิงเสียชีวิตที่แยกสะพานแดงจึงรีบมาดู ส่วนสาเหตุไม่ทราบเพราะทั้งสองไม่มีเคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร แต่เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน นายวีรพงษ์ เคยมีปัญหากับวัยรุ่นย่านรามอินทรา กม.11 แต่ไม่น่าจะเป็นสาเหตุให้ผู้ตายมาถูกยิงอย่างทารุณเช่นนี้
 
              พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ แต่ได้ตั้งประเด็นไว้กว้างๆ ในเรื่องของการล้างแค้นของคู่อริ หรืออาจจะเป็นเหตุเฉพาะหน้าคือ ส.ท.สิทธิพงศ์ เป็นคนขี่รถ จยย.อาจจะขับรถปาดหน้ากับอีกฝ่าย ซึ่งได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลเกี่ยวกับพยานแวดล้อม และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามแยกต่างๆ ทั้่งพื้นที่รอยต่อ รวมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่นำตัวญาติและเพื่อนของผู้ตายมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุ
 
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่การจราจรหนาแน่น และคนร้ายก็อาศัยจังหวะช่วงที่รถผู้ตายจอดติดไฟแดงอยู่ ก่อนจะหลบหนีไป และไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์มีเพียงตำรวจประจำป้อมยามจราจรได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ก่อนจะเห็นรถ จยย.ของผู้ตายล้มลง ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นอุบัติเหตุธรรมดา โดยหลังเกิดเหตุมีบรรดาญาติและเพื่อนๆของผู้ตายเดินทางมาดูและต่างร้องไห้เสียใจ นอกจากนี้ยังมีบรรดาชาวบ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุออกมามุงดูกันจำนวนมาก โดยจุดเกิดเหตุตำรวจได้ปิดการจราจรแยกดังกล่าวเพื่อหาวัตถุพยาน แต่ไม่พบปลอกกระสุน ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะใช้อาวุธปืนลูกโม่ ซึ่งอาจจะเป็นขนาด .38