
แฉงบฯสร้างสภาใหม่เวนคืน7พันล้าน
เปิดรายละเอียดงบประมาณสร้างสภาใหม่ ใช้ค่าเวนคืนไปแล้ว เกือบ 7พันล้าน "ปู่ชัย"ยกข่าวลือป่วนรัฐสภาใหม่ แค่รอคนดูไบกลับมาสร้างเสริมฮวงจุ้ย
10ม.ค.2555 สำหรับรายละเอียดของงบประมาณที่ใช้ดำเนินการในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย พบว่า มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 22,987 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.งบประมาณที่ใช้ดำเนินก่อสร้างอาคารและเตรียมความพร้อม มูลค่า 19,987 ล้านบาท แบ่งเป็น 7 งาน ได้แก่ 1.งานก่อสร้างและอาคารประกอบ จำนวน 11,738 ล้านบาท 2.งานควบคุมก่อสร้าง จำนวน 205 ล้านบาท 3.ค่าจ้างออกแบบจำนว 205 ล้านบาท 4.ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ จำนวน 122 ล้านบาท 5.ค่าใช้จ่ายเพื่อเตรียมความพร้อม ได้แก่ เงินชดเชย และซื้อที่ดิน จำนวน 7,139 ล้านบาท และ 7.งานด้านสาธารณูปโภค จำนวน 586 ล้านบาท และ 2.งานด้านไอที จำนวน 3,000 ล้านบาท
ส่วนงบประมาณที่ได้ดำเนินจ่ายไปแล้วได้แก่ ค่าจ้างออกแบบ จำนวน 205 ล้านบาท, ค่าชดเชย ให้กับหน่วยงานทหาร, โรงเรียนโยธินบูรณะ และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ จำนว 6,712 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณในส่วนของข้อ 5 ส่วนเงินที่เหลือนั้นต้องนำไปชดเชยให้กับ กทม. และนำไปซื้อที่ดินจำนวน 2 แปลง ของกรมอุตสาหกรรมป่าไม้และของตระกูลกุลประดิษฐ์, จ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ ที่ได้แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ รวมงบประมาณที่ใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 6,917 ล้านบาท
ด้านรายละเอียด 4 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกในการประกวดราคาจ้าง ที่กลายเป็นข้อถกเถียงกันว่ามีผิดระเบียบพัสดุ หรือไม่นั้น มีข้อมูลที่เผยแพร่ใน เว็บไซต์ของรัฐสภา (http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/main.php?filename=control_employ_newsapa) พบรายละเอียด คือ หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้ประกาศให้ผู้ที่สนใจเข้ายื่นเอกสาร มีผู้สนใจแจ้งความประสงค์เข้ายื่นเอกสาร จำนว 17 ราย แต่เมื่อถึงเวลารับฟังการชี้แจง พบว่ามีเพียง 6 บริษัทที่เข้าร่วมได้แก่ 1.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน, 2. บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่ น จำกัด (มหาชน), 3.บริษัท เพาเวอร์ไลน์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท รวมนครก่อสร้าง (ประเทศไทย) จำกัด, 5. บริษัท เบ็ญจมาศ จำกัด และ6.บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่ น จำกัด (มหาชน)
หลังจากนั้นที่ปรึกษาบริหารโครงการได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติ เบื้องต้นในการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีทางอีเล็กทรอนิกส์ ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ครั้งที่ 3/2554 วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2554 ,ครั้งที่ 4/2554 วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554และครั้งที่ 5/2554 วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2554 เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การให้คะแนน ประชุมกับคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีอีเล็กทรอนิกส์ ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ครั้งที่ 1/2554 วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2554 ,ครั้งที่ 2/2554 วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2554 ,ครั้งที่ 3/2554 วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2554 และครั้งที่ 4/2554 วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน 2554 เพื่อตรวจสอบเอกสารของผู้ยื่นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้น
ทั้งนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ประกาศผลการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้น ในการประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จากจำนวนผู้เข้าร่วมยื่นเอกสารทั้งหมด 6 ราย ซึ่งได้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่ น จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท เพาเวอร์ไลน์ จำกัด (มหาชน) และ 4 บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่ น จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ตามร่างขอบเขตของงาน (TOR) การประกวดราคา อยู่ระหว่างการปรับแก้ตามข้อคิดเห็นของคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน (TOR) การประกวดราคาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ
'ปู่ชัย'รื้อใหม่แค่เสริมฮวงจุ้ยคนดูไบ
นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และ อดีตประธานรัฐสภา เปิดถึงกรณีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 มีแนวคิดย้ายที่ก่อสร้างสภาแห่งใหม่ไปที่จ.สระบุรีว่า ตอนนี้เดินหน้าก่อสร้างสภาแห่งใหม่ได้ที่บริเวณเกียกกายมา 3 ปีแล้ว กว่าจะผ่านครม.ยุคนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ เพื่อได้งบประมาณเป็นเรื่องยาก ที่ผ่านมากี่นายกฯ กี่ประธานรัฐสภาตั้งแต่นายมารุต บุญนาค อดีตประธานสภาก็ยังทำไม่สำเร็จ ลำพังปล่อยให้คนพวกนี้ ซึ่งมือไม่ถึงทำ 10 ชั่วโคตรก็ไม่สำเร็จ
นายชัย กล่าวต่อว่า ตนไม่ทราบว่ากลุ่มของประธานรัฐสภาชุดนี้มีความคิดจะย้ายการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เพราะอะไร แต่ตนได้ทราบข่าวลือจากใครก็ไม่รู้ เป็นเพราะต้องการรอให้คนจากดูไบกลับมาก่อนถึงจะก่อสร้างได้ ซึ่งเป็นความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยของเขา ส่วนจะเป็นความจริงหรือไม่ตนไม่รู้



