
'ต๋อง บางบัว'เปิดใจฆ่าเสี่ยค้าพลอย
'ต๋อง บางบัว'เปิดใจ 'ทนไม่ไหว'ฆ่าเสี่ยค้าพลอย : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
"ฮัมหมัด มูฮัมเหม็ด" นักธุรกิจวัย 30 ปี เจ้าของร้านจิวเวลรี่ ถูกฆาตกรรมภายในรถเบนซ์ แบบสปอร์ต รุ่น อี 250 ซีจีไอ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ณ 6002 กรุงเทพมหานคร ขณะรถจอดอยู่ในลานดินริมถนนพระราม 3 ใกล้วัดปริวาส แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา
หลังเกิดเหตุเพียงวันเดียว ชุดสืบสวนก็ได้เบาะแสคนร้ายว่าเป็น "ธนาสิทธิ์ ศรีสมภาร หรือต๋อง" วัย 27 ปี ซึ่งคบหาเป็นเพื่อนกับผู้ตายนั่นเอง โดยชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบของ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.สตร.บก.สปพ. ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รรท.ผบก.สปพ. ร่วมกับชุดสืบสวนของ สน.บางโพงพาง ร่วมสืบสวนจับกุมคนร้าย ที่ผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับเลขที่ 546/2554 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2554 ให้จับกุม นายธนาสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 349 ซ.ลาดปลาเค้า 42 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ในข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน และล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มกราคม ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ร่วมลงมือเพิ่มเติมคือ นายรติวรรธต์ ศิลปจารย์ หรือ บอม และ "นายอ้วน" ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
การร่วมกันสืบสวนเพื่อติดตามคนร้าย เริ่มต้นจากพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า น่าจะหลบหนีไปอยู่กับเพื่อนคนหนึ่งที่ จ.กำแพงเพชร ชุดสืบสวนของ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จึงเดินทางขึ้นไปตรวจสอบข้อมูลจนกระทั่งพบตัว นายธนาสิทธิ์ บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ริมถนนทุ่งสวนซอย 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จึงแสดงหมายจับพร้อมควบคุมตัวมาสอบสวนเมื่อวันที่ 6 มกราคม
ระหว่างเดินทางด้วยรถยนต์จาก จ.กำแพงเพชร มุ่งหน้ากรุงเทพฯ นายธนาสิทธิ์ ได้เปิดใจคุยกับชุดสืบสวนถึงสาเหตุที่ต้องฆาตกรรมนายฮาหมัด โดยอ้างว่า ทนความกดดันไม่ไหวจึงบันดาลโทสะ !!
"ผมรู้จักกับนายฮาหมัด ในฐานะเพื่อนและเจ้านายมาระยะหนึ่ง เพราะเสพยาก๊วนเดียวกัน ตลอดระยะเวลามักถูกเอาเปรียบหลายเรื่อง บางครั้งนายฮาหมัดใช้ให้ไปทวงหนี้สินการทำธุรกิจจิวเวลรี่ บอกจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้หรือช่วยผ่อนรถให้ พอทวงหนี้ได้ก็ให้เงินสดไม่กี่พันบาท ไม่ตรงกับที่รับปากไว้ บางครั้งให้ไปยิงปืนข่มขู่อู่ซ่อมรถยนต์ เพราะเก็บเงินค่าซ่อมแพงก็ไปทำให้ บางครั้งหากไม่พอใจก็ดุด่าหรือส่งข้อความภาพเท้ามาให้ผ่านข้อความภาพทางมือถือ ผมอดทนมาหลายครั้งมาก จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุเดินทางไปที่ จ.สุพรรณบุรี พร้อมกับเพื่อนสาวของผม และนายฮาหมัด เพื่อไปหาซื้อลูกกระสุนปืน เพราะนายฮาหมัดชอบยิงปืนพกสั้น ระหว่างทางก็ถูกนายฮาหมัด พูดจาถากถาง จนทนไม่ไหว ประกอบกับก่อนหน้านี้ไปซื้อยาไอซ์จำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่มาก แต่ปรากฏว่านายฮาหมัดบอกว่ายาไอซ์บางส่วนหาย ผมไม่รู้เรื่องผมบอกจะชดใช้เงินสดแทนให้แต่สุดท้าย เมื่อไปเสพยาปรากฏว่ายาไอซ์ไม่ได้หาย" นายธนาสิทธิ์กล่าวอ้าง
นายธนาสิทธิ์ อ้างอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ 3 วันได้ร่วมเสพยากับผู้ตายแต่ก็ถูกกดดันอีก จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาเพื่อนชื่อ นายรติวรรธต์ ให้หาอาวุธปืนมาให้ ซึ่งเพื่อนคนนี้บอกว่าให้คิดดีๆ แต่ก็ตอบไปว่าทนไม่ไหวแล้ว เพื่อนคนนี้ก็ให้ "นายอ้วน" ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริงขับขี่รถจักรยานยนต์มาส่งให้บริเวณหน้าร้านอาหารโต๋เต๋ ข้างโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม โดยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์นายอ้วน ไปยังจุดที่นายฮาหมัดจอดรถยนต์แล้วนั่งอยู่ในรถยนต์ เมื่อไปถึงที่หมายก็เปิดประตูรถยนต์ยิงนายฮาหมัด 5 นัด ก็ขับรถยนต์ของนายฮาหมัด มาจอดไว้ตรงจุดที่ตำรวจพบศพ หลังจากจอดรถยนต์ก็รื้อค้นทรัพย์สินนายฮาหมัดได้หลายอย่าง แล้วนำอาวุธปืนไปขว้างทิ้งในป่าข้างจุดที่จอดรถยนต์นั่นเอง
หลังก่อเหตุแล้ว นายธนาสิทธิ์ เดินทางไปหาเพื่อนขอยืมรถจักรยานยนต์เพื่อขับขี่ไปที่ จ.สระบุรี ระหว่างทางก็ทิ้งโทรศัพท์มือถือไอโฟน 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือแบล็กเบอรี่ 1 เครื่องตามข้างทาง ระหว่างนอนที่ จ.สระบุรี ได้คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น จนกระทั่งรุ่งเช้าขี่รถจักรยานยนต์มาคืนเพื่อน แล้วไปหาเพื่อนสาวนัดเจอกันที่สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อนั่งรถทัวร์ไปหาแม่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ระหว่างพักอยู่ที่นั่นก็เก็บทรัพย์สินบางส่วนของนายฮาหมัด คือนาฬิกาโรเล็กซ์ สร้อยคอทองรูปพรรณ กระเป๋าเงินและเงินสดเกือบ 1 แสนบาทไว้ แต่พอข่าวความคืบหน้าคดีออกทางสื่อมวลชน ทำให้ต้องหนีไปพร้อมเพื่อนสาว และโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนก็ให้มาหลบอยู่กับเพื่อนที่ จ.กำแพงเพชร ส่วนเงินสดเกือบ 1 แสนบาท ใช้จ่ายในการเดินทางเหลืออยู่ 7.8 หมื่นบาท จนกระทั่งถูกจับได้ในที่สุด
.............
(หมายเหตุ : 'ต๋อง บางบัว'เปิดใจ 'ทนไม่ไหว'ฆ่าเสี่ยค้าพลอย : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)



