
พม่าเบรกผุดโรงไฟฟ้าถ่านหินทวาย
พม่าเบรกสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในนิคมฯ ทวาย อ้างผลกระทบสิ่งแวดล้อม อิตาเลียนไทยฯ พร้อมปรับการใช้เชื้อเพลิงมาเป็นก๊าซธรรมชาติแทน เตรียมหารือโรงไฟฟ้าราชบุรีซึ่งเป็นผู้ร่วมทุน
นายขิ่น หม่อง โซ รัฐมนตรีอันดับ 2 กระทรวงพลังงานไฟฟ้าพม่า แถลงเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2555 ว่า รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 4,000 เมกะวัตต์ ที่จะก่อสร้างขึ้นภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมทวาย ทางตอนใต้ของประเทศแล้ว หลังจากได้อ่านบทความหลายฉบับ ที่แสดงความวิตกถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังพิจารณาอยู่ว่า ควรจะเดินหน้าในโครงการที่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 400 เมกะวัตต์หรือไม่
ทั้งนี้ อดีตรัฐบาลทหารพม่าได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับบริษัทอิตาเลียนไทย ดิเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ไปเมื่อปี 2551 ตามด้วยการทำข้อตกลงการดำเนินงานนาน 75 ปี ในปี 2553 ตามแผนการที่วางไว้นั้น การก่อสร้างส่วนแรกของโครงการจะเสร็จสิ้นภายในเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2553-2557 ส่วนที่ 2 เริ่มตั้งแต่ปี 2557-2560 และส่วนที่ 3 ขยายเวลาก่อสร้างไปถึง 2562
นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวาย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ดีดีซี) ผู้พัฒนาโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวายในประเทศพม่า กล่าวว่า บริษัทได้รับการยืนยันจากทางการพม่าว่า ไม่ได้สั่งระงับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่โครงการนิคมฯ ทวาย แต่ทางการพม่าระบุว่า ชนิดของเชื้อเพลิงที่จะใช้ในการผลิตกระแสโรงไฟฟ้านั้น ทางการพม่าให้ความสำคัญกับก๊าซธรรมชาติเป็นอันดับแรก รองลงมาคือพลังงานทางเลือก ส่วนถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งบริษัทจะนำรายละเอียดดังกล่าวมาพิจารณาในการลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ขนาด 4,000 เมกะวัตต์ มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในนิคมฯ ทวายต่อไป
อย่างไรก็ตาม เดิมบริษัทมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่เมื่อทางการพม่าชี้แจงถึงการให้ความสำคัญต่อเชื้อเพลิงที่จะใช้ในโรงไฟฟ้า มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะเปลี่ยนมาสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ แทนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เรื่องนี้คงต้องหารือกับผู้ร่วมทุน คือ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ก่อน คาดว่า บริษัทราชบุรีฯ ยังคงสนใจลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าในนิคมฯ ทวายต่อไป



