ข่าว

เปิดใจผู้รอดชีวิตรถตู้เที่ยวมรณะ

เปิดใจผู้รอดชีวิตรถตู้เที่ยวมรณะ

10 ม.ค. 2555

เปิดใจเรื่องปาฏิหาริย์แฝงในเหตุการณ์ร้ายแรง จากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ 6 ศพ บนทางด่วนมอเตอร์เวย์ จากปากคำของผู้รอดชีวิต 1 ใน 7 ผู้โดยสารบนรถตู้เที่ยวมรณะคิวแรกรับอรุณของวันเกิดเหตุ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 ม.ค.55  ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้รอดชีวิตหนึ่งในเหยื่อของรถตู้โดยสารเที่ยวด่วนมรณะ 6 ศพ สาย กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-บางคล้า บนถนนสาย 7 มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-พัทยา คือ นายชนาธิป พิสุทธิทรัพย์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 300/1 ม.1 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง ได้เล่าเรื่องราวย้อนหลังถึงเหตุการณ์บังเอิญ ที่ได้เป็นผู้รอดชีวิต หรืออาจเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นในอีกแง่มุมหนึ่งก็ว่าได้ เมื่อมีผู้ที่ต้องมาเสียชีวิตแทนตัวของเขาเอง หรือเป็นการเปลี่ยนตัวคนตายแทน ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวของเขา และผ่านพ้นไปได้ไม่นาน

          นายชนาธิป กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันก่อนเกิดเหตุ ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 (บางปะกงปิยะเวช) ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ในวันเกิดเหตุเป็นวันที่จะต้องรีบเดินทางไปทำงานที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งตนเองนั้นเป็นพนักงานฝ่ายจัดซื้อ ของสนามกอล์ฟแห่งนี้ และจะเป็นผู้ใช้บริการรถตู้สายนี้อยู่เป็นประจำในช่วงรุ่งเช้าของทุกวันจันทร์ แต่ในวันเกิดเหตุนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางมาทำธุระช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อน จึงต้องมาทำงานในวันศุกร์

          และโดยปกติแล้วจะเป็นผู้โดยสารที่จะต้องนั่งโดยสารรถตู้อยู่ที่เบาะหน้าคู่กับคนขับอยู่เป็นประจำ เนื่องจากเป็นคนที่มีร่างกายสูงใหญ่ โดยมีความสูงถึง 2 เมตร หรือ 200 ซ.ม. จึงไม่เหมาะที่จะเข้าไปนั่งแออัดรวมกันกับผู้โดยสารตัวเล็ก ๆ ที่เบาะด้านใน ภายในตัวรถเพราะเปลืองเนื้อที่และไม่สะดวก จึงมักได้เก้าอี้ที่เบาะด้านหน้ารถ หรือนั่งคู่กับคนขับที่มีพื้นที่ให้ได้ขยับตัวได้บ้าง จนกลายเป็นที่นั่งประจำ แต่ในวันที่เกิดเหตุนั้นตนเองได้เดินทางมาขึ้นรถล่าช้ากว่าปกติในทุกครั้งคือ มาสายกว่าปกติ เมื่อมาถึงที่ท่ารถก็ปรากฏว่าที่นั่งเบาะหน้า ที่เคยนั่งเป็นขาประจำนั้นมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว

          จึงต้องเข้าไปนั่งที่ด้านในสุดของตัวรถ ที่เบาะหลังด้านซ้ายตรงทางเดินที่เหลือว่างอยู่เพียงตัวเดียว และยังเป็นผู้โดยสารคนสุดท้ายที่ขึ้นรถ โดยเมื่อตนขึ้นรถนั่งที่เสร็จเรียบร้อยรถก็ออกจากสถานีขนส่งหมอชิตพอดี ก็เท่ากับว่าเป็นผู้โดยสารที่เดินทางมาขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย ซึ่งหากมาเร็วกว่านี้ หรือได้ที่นั่งที่เดิมก็คือที่เบาะด้านหน้านั้น ก็คงจะไม่ได้มาพูดคุยกันแบบนี้อีกแล้ว จึงถือว่าคงเป็นบุญของเรา หรือเป็นความโชคดีของเรา ที่ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่านี้ และหากจะโชคดีไปกว่านี้ ก็น่าจะมาล่าช้ากว่านี้อีก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาขึ้นรถเที่ยวนี้และได้ไปขึ้นรถในเที่ยวหลัง หรือคันหลังจากนี้ไปก็จะได้ไม่ต้องมาประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้กับเขาด้วย

          นายชนาธิป กล่าวต่อว่า แต่ในครั้งนี้ก็ยังถือว่าโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่านี้ คือ กระดูกสะโพกแตกต้องดามใส่เหล็ก กระดูกสะบ้าหลุด จากเหตุการณ์ระทึกขวัญ ที่มีตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยในครั้งนี้ ก็ยังคงจำฝังติดอยู่ในหัวอยู่ตลอดเวลาจนถึงในเวลานี้

          ส่วนตอนเกิดเหตุการณ์นั้นตนไม่เห็นอะไร เพราะหลับมาโดยตลอดทาง แต่ก็ได้เห็นเพียงชั่วครู่ หรือเพียงเสี้ยวนาทีในขณะที่ต้องตื่นเมื่อรถโยนตัวขึ้นคอสะพาน ก็ได้เห็นว่ารถใช้ความเร็วสูงอยู่ โดยใช้เวลานั่งมาบนรถนานเกือบ ๆ ชั่วโมงแล้วในวันนั้นจึงมาประสบอุบัติเหตุ ซึ่งปกติแล้วจากที่เคยนั่งรถสายนี้อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ รถจะใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้นจากสถานีขนส่งหมอชิต ก็จะมาถึงสถานีขนส่งฉะเชิงเทราแล้ว

          หลังเกิดเหตุขึ้น เมื่อตื่นขึ้นมาก็เห็นว่ารถจอดนิ่ง ครั้งแรกเข้าใจว่ารถเกิดการเฉี่ยวชนกันเพียงเล็กน้อย และคนขับน่าจะกำลังเคลียร์กันอยู่ เพราะยังไม่รู้สึกเจ็บ เนื่องจากในขณะนั้นร่างกายยังชาอยู่ จึงได้โทรศัพท์ไปหาญาติบอกว่าประสบอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์เพียงเล็กน้อย จากนั้นไม่นานนักจึงได้มีคนเข้ามาลากตัวออกมาจากตัวรถแล้วถูกนำมาส่งยังโรงพยาบาล จนมาทราบภายหลังว่าเป็นอุบัติเหตุใหญ่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และยังเกิดไฟลุกไหม้รถที่ตนเพิ่งนั่งมาด้วยอีก จึงยิ่งทำให้รู้สึกตกใจมาก

          ต่อไปหากจะใช้บริการรถตู้แบบนี้อีก ก็คงจะต้องระวังตัว และมีสติมากขึ้นกว่านี้ ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาตนขึ้นรถมาแล้วก็มักจะหลับมาโดยตลอดทาง หรือหากตายไป ก็คงจะตายไปแบบไม่รู้ตัว จึงอยากให้คนขับมีความระมัดระวังมากขึ้นกว่านี้ เพราะตนเองนั้นยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้บริการรถตู้โดยสารสายนี้อยู่เป็นประจำ และที่ผ่านมาก็มักจะขับเร็วมาโดยตลอด ก็อยากให้คนขับ หรือผู้ประกอบการเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นจะได้ไม่ต้องมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เอาให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยดีกว่าขับเร็วแล้วไม่ถึง นายชนาธิป กล่าวในที่สุด