ข่าว

ฝนตกทำปลากระพงในกระชังเสี่ยงโรค

ฝนตกทำปลากระพงในกระชังเสี่ยงโรค

10 ม.ค. 2555

สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เตือนผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ช่วงฝนตกต้องระวังเรื่องโรค ด้านชาวแจ้ห่มแห่ปลูกกระเทียมหน้าแล้ง ส่วนเกษตรฯพิษณุโลก แจกพันธุ์ผักช่วยน้ำท่วม ขณะที่แม่น้ำวังแห้งขอด!

          จากสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดสงขลา ในช่วงนี้มีฝนตกลงมาติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำในทะเลสาบสงขลาและในลำคลองที่เชื่อมต่อกับทะเลมีระดับสูงขึ้น ส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสงขลามีผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังหลายพื้นที่เป็นจำนวนมาก  ที่ต้องเสี่ยงกับการเปลี่ยนแปลงของน้ำและเชื้อโรคในน้ำ รวมทั้งน้ำท่วมกระชังด้วย เพราะฉะนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของน้ำที่จะมีผลต่อการกินอาหารของปลาลดลง จึงควรปรับปริมาณการให้อาหารในแต่ละมื้อลง โดยให้อาหารทีละน้อยเท่าที่ปลากินหมด และเฝ้าระวังเรื่องโรคและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

          นายยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังว่า สำหรับในช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนตกระดับน้ำในทะเลจะสูง เพราะฉะนั้น ถ้าสามารถเก็บผลผลิตได้ก็ต้องรีบเก็บผลผลิตขาย เพราะถ้าทิ้งไว้ก็อาจจะมีความเสี่ยง ถ้าปลายังเล็กอยู่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องอาหาร เพราะในช่วงนี้อุณหภูมิต่ำ ปลาจะกินอาหารน้อยลง ถ้าเราให้มากเกินไป มันก็จะเป็นผลเสียและอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องเชื้อโรค ในช่วงนี้เชื้อโรคในน้ำจะสูง เพราะวงจรชีวิตในช่วงนี้จะยาวกว่าปรกติ โอกาสที่จะเข้าในเงือกและมาเกาะตัวปลามีโอกาสสูง เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวัง เพราะถ้าปลากินอาหารน้อยลงต้องลดอาหารลง ถ้าปลามีเชื้อโรคตัวเบียฬเยอะ ต้องนำปลาขึ้นมาแช่ฟอร์มาลีน หรือพวกคอฟเฟอร์ซันเฟส เพื่อที่จะลดปริมาณของเชื้อที่มาเกาะตามตัวปลาให้ลดลง และในช่วงที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูง เกษตรกรจะต้องเลื่อนระดับกระชังให้สูงขึ้น  ถ้ามีเศษอวนก็ให้เย็บปิดฝากระชังเลย ป้องกันไม่ให้ปลาหลุดลอดไปข้างนอก

 

เกษตรกรแจ้ห่ม แห่ปลูกกระเทียมหลังฤดูทำนา-ขายได้ราคาดี

 

          นายสันติ นฤมิตร รักษาการนายอำเภอแจ้ห่ม พร้อมด้วย นายถวิล กุญชร นายกเทศบาลตำบลทุ่งผึ้ง ออกสำรวจแปลงปลูกกระเทียมพืชฤดูแล้ง ในพื้นที่ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง หลังเกษตรกร หันมาปลูกกระเทียม ซึ่งเป็นพืชฤดูแล้ง ใช้น้ำน้อย ซึ่งเมื่อฤดูกาลเพาะปลูกในปีที่ผ่านมา กระเทียมขายได้ราคาดี จึงหันมาปลูกกระเทียมกันเป็นจำนวนมาก

          นายถวิล เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่ตำบลทุ่งผึ้ง หันมาทำสวนกระเทียม โดยมีเกษตรกรปลูกกระเทียมทั้ง 6 หมู่บ้าน พื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 2 พันไร่ ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกในฤดูแล้ง หลังจากฤดูกาลทำนา เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิตออกจำหน่ายสั้นเพียง 90 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามารับชื้อถึงในสวน เมื่อฤดูกาลเพาะปลูกปีที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนกระเทียมสามารถนำผลผลิตกระเทียมออกจำหน่ายได้ในราคาถึงกิโลกรัมละ 20 บาท โดยมีผลผลิตต่อไร่ 3,000 - 3,500 กิโลกรัม จึงทำให้เกษตรกรหันมาปลูกกระเทียมกันเป็นจำนวนมาก

 

ก.เกษตรฯ แจกพันธุ์ผัก ให้เกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

 

          ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร หรือพันธุ์พืชเพาะเลี้ยง จังหวัดพิษณุโลก นายอนันต์ ลิลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานโครงการผลิตกล้าพันธุ์พืชผักเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดพิษณุโลก หลังจากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แจกพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมไปแล้วเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา จากนั้นจึงได้มอบให้ทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร หรือพันธุ์พืชเพาะเลี้ยง จังหวัดพิษณุโลก ได้เพาะพันธุ์ผัก เพื่อแจกให้กับเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยของจังหวัด ที่มีเกษตรกรเดือดร้อนจำนวน 39,447 ราย จำนวนกล้าพันธุ์พืชผัก 405,800 ต้น เพื่อนำไปปลูกรับประทานในครัวเรือน ซึ่งถือว่าเป็นการฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

          โดยในวันนี้ มีเกษตรกรที่ได้รับพันธุ์ผัก จำนวน 3 ตำบล ของอำเภอเมือง คือ ต.วังน้ำคู้ ต.งิ้วงาม และต.วัดพริก จำนวนทั้งสิ้น 500 ราย โดยจะได้รับพันธุ์ผัก อาทิ พริก กระเพา ปูเล่ มะละกอ เป็นต้น พร้อมทั้งเกษตรกรทุกท่านจะได้รับสารชีวภัณฑ์ , จุลินทรีย์ , สารสมุนไพรในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช อีกด้วย นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดให้มีความรู้เกี่ยวกับการซ่อมเครื่องยนต์ และนิทรรรศการดูแลสัตว์เลี้ยงด้านปศุสัตว์และประมง

 

ภัยแล้งแม่น้ำวังแห้ง ต้องต้อนฝูงวัวนับพันหาแหล่งน้ำไกลหลายกิโลเมตร

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มขยายวงกว้าง ล่าสุดแม่น้ำวังได้แห้งขอด เกษตรกรที่มีอาชีพเลี้ยงวัวได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากขาดแคลนแหล่งน้ำ ทำให้ฝูงวัวนับ 1,000 ตัว เกิดการขาดน้ำอย่างรุนแรง ต้องแก้ปัญหาด้วยการไล่ต้อนฝูงวัวเดินทางไปหาแหล่งน้ำใหม่ ด้วยระยะทางเดินไกลกว่า 10 กิโลเมตร อันเป็นแหล่งน้ำแห่งเดียวที่กลุ่มเกษตรกรต่างต้องต้อนฝูงวัวกินน้ำในเวลายามเที่ยงและเวลายามเย็น ในขณะนี้ทุ่งหญ้าสาธารณะที่เคยเขียวขจี แห้งแล้ง วัวต้องกินต้นหญ้าแห้งและเล็มใบไม้กินแทน ทำให้วัวมีร่างกายซูบผอม แม่วัวไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน ล้มตายไปแล้วจำนวนหลายตัว

          ทั้งนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยผันน้ำในแม่น้ำปิง เข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร กลุ่มผู้เลี้ยงโค เพื่อให้มีน้ำในการเลี้ยงฝูงวัวและปลูกหญ้าให้เป็นอาหารสัตว์ในยามขาดแคลน ซึ่งจะบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างยั่งยืน

 

 

----------

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)

----------