
ผ่าแผน'ปล้น'กลางเมือง
การจับกุม 1 ผู้ต้องสงสัยและกดดันให้อีก 2 ผู้ต้องหาปล้นร้านทองเยาวราช จ.ชลบุรี ทำให้ตำรวจมองเห็นแผนประทุษกรรมของคนร้ายแก๊งนี้ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเห็นเค้าความเชื่อมโยงระหว่างตัวบุคคลได้ดีกว่าเดิม
ช่วงสายวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คนร้ายไม่ต่ำกว่า 5 คนบุกปล้นร้านทองเยาราช เลขที่ 406/339 ถนนทางลงหาดจอมเทียน หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยใช้อาวุธสงครามเป็นปืนเอ็ม 16 และเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 กวาดสร้อยทองรูปพรรณไปได้ทั้งสิ้นกว่า 300 บาท
เป็นการกระทำอุกอาจเย้ยกฎหมายอย่างที่สุด ทั้งการกราดยิงเปิดทางเข้าปล้น ตลอดจนการยิงตอบโต้ตำรวจเปิดทางหนี ส่งผลให้ตำรวจและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 5 คน
พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี สั่งไล่ล่าและสกัดเส้นทางหลบหนีของคนร้ายในทันที จากนั้นตำรวจก็ตรวจพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กน 4889 ชลบุรี พาหนะที่คนร้ายใช้หลบหนี จอดนิ่งสนิทอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยสำนักสงฆ์สายสุคนธ์ หมู่ 5 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และได้กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญสาวไปถึงตัวผู้ต้องสงสัยอีก 3 รายในเวลาต่อมา
...จากการตรวจสอบเบื้องต้นตำรวจพบว่ารถเก๋งโตโยต้า วีออส คันนี้แม้จะมีผ้าคลุมรถยนต์ปิดไว้มิดชิด แต่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ เหมือนกับเพิ่งขับเข้ามาจอดได้ไม่นานเท่าไร ซึ่งเป็นเรื่องผิดสังเกตอย่างยิ่ง
เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบว่า รถเก๋งคันนี้เป็นของ "สุรชาติ ยอดทอง" อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127/32 ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง และบ้านหลังดังกล่าวมี "เกษม กลิ่นดี" วัย 34 ปี เป็นเจ้าของ
ตำรวจเชิญตัวเกษมมาสอบสวน แต่ไม่ได้ข้อมูลใดๆ ที่เป็นประโยชน์ ชายหนุ่มยังคงปิดปากเงียบและยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นเมื่อสักครู่หยกๆ การสืบสวนดำเนินควบคู่กันไปกระทั่งได้เบาะแสยืนยันคำให้การของเกษมที่ว่า เขาไม่ได้ร่วมปล้นครั้งนี้ แต่ก็มีส่วนร่วมรู้เห็น ด้วยการอนุญาตให้ใช้บ้านของเขาเป็นสถานที่สับเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ
โดยตำรวจมีหลักฐานหนึ่งที่เชื่อได้ว่า ข้อเสนอของเขาแลกกับเงินส่วนแบ่งจำนวนหนึ่ง เพราะเกษมกำลังประสบปัญหาเรื่องการเล่น "แชร์" !?!
ข้อมูลและประวัติส่วนตัวของเกษมถูกตรวจสอบละเอียดยิบ กระทั่งชุดสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับคนอีก 2 คน หนึ่งในนั้นคือ "สุรชาติ ยอดทอง" เจ้าของรถวีออส และ "กมล แสงเพิ่ม" วัย 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190 ถนนเปรมใจราษฎร์ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี
ปฏิบัติการกดดันไล่ล่ากมลและสุรชาติเกิดขึ้นในทันทีและเปี่ยมประสิทธิภาพ ไม่ถึง 24 ชั่วโมงดีทั้งสองคนก็ติดต่อขอมอบตัว แล้วแผนประทุษกรรมปล้นกลางเมืองก็ถูกบอกเล่าให้ชุดสืบสวนฟัง
วันที่ 3 พฤษภาคม 2552 นายเตี้ย หรือศร คนขับแท็กซี่ป้ายดำเมืองพัทยา กมล และเกษม ร่วมกันวางแผนปล้นร้านทองและซักซ้อมแผนกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ตรงข้ามตลาดหนองมน จ.ชลบุรี โดยนายเตี้ยเป็นคนกำหนดเป้าหมาย คือ ร้านทองเยาวราช
กมลรู้จักกับเกษมเมื่อประมาณสิบปีก่อน เนื่องจากเกษมซึ่งเป็นทหารเก่า มีอาวุธปืนสงครามสะสมอยู่จำนวนหนึ่ง และกมลเองก็นิยมชมชอบสะสมอาวุธปืน จึงมีการเจรจาตกลงซื้อขายอาวุธสงคราม ทั้งปืนเอ็ม 16 และเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ในราคากระบอกละ 7,000-10,000 บาท จนเพิ่มความสนิทชิดเชื้อกันมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งทั้งคู่ประสบปัญหาด้านการเงินเลยร่วมวางแผนปล้นครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม แผนการที่ดูเหมือนจะรอบคอบรัดกุมต้องมีอันเปลี่ยนแปลงเมื่อจู่ๆ เกษมก็เปลี่ยนใจกะทันหัน ถอนตัวออกจากการปล้นกลางเมือง ทั้งกมลและเตี้ยพยายามต่อรองขอใช้บ้านพักเป็นจุดเปลี่ยนรถหลังก่อเหตุ โดยแลกกับเงินส่วนแบ่งจำนวนหนึ่ง เมื่อเกษมตกลงใจ และแผนดำเนินต่อไปเตี้ยเลยไปชักชวนนายยาว ซึ่งกมลคาดว่าน่าจะเป็นชาวกัมพูชากับสุรชาติมาร่วมปล้น
6 โมงเช้าวันที่ 4 พฤษภาคม เตี้ย ยาว กมล และสุรชาติ นัดเจอกันที่บ้านของเกษม หลังจากนั้นกมลจึงแจกจ่ายอาวุธปืนให้เตี้ย ยาว และปืนประจำตัวของเขาเอง โดยใช้ปืนเอ็ม 16 ขนกระสุนไปทั้งสิ้น 500 นัด เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 พร้อมกระสุนอีก 10 นัด จากนั้นจึงทบทวนแผนการอีกครั้งจนขึ้นใจ
แผนมีอยู่ว่า...เตี้ยกับยาวจะเข้าไปปล้นในร้านทอง โดยมีกมลยืนคุมเชิงอยู่นอกร้าน ส่วนสุรชาติทำหน้าที่ขับรถเก๋งพาหนี แต่แล้วเมื่อลงมือปฏิบัติการจริงกลับมีความขลุกขลัก เมื่อเจ้าของร้านพยายามต่อสู้ กมลเห็นว่าเหตุการณ์จะยืดเยื้อเลยผละจากจุดของตัวเอง เข้าไปในร้านแล้วลงมืดสาดกระสุนขู่กว่า 10 นัด เปิดโอกาสให้เตี้ยและยาวเข้าไปใช้พานท้ายปืนเอ็ม 16 ทุบกระตกแตก กวาดเอาสร้อยทองรูปพรรณแล้วตรงไปขึ้นรถวีออสที่สุรชาติติดเครื่องรออยู่
"ระหว่างทางพวกผมกำลังแบ่งทรัพย์สินกันก็เจอรถตำรวจวิ่งไล่ตามมาผมเลยต้องยิงสกัด" กมล ให้การ
การยิงสกัดของกมลเปิดฉากด้วยการกราดกระสุนปืนเอ็ม 16 เข้าใส่รถสายตรวจ 6-7 นัด ก่อนจะงัดเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ออกมายิงใส่อีก 2 นัดซ้อน ส่งผลให้ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บ 5 คน ซึ่งเพียงพอที่จะยับยั้งการติดตามได้ชะงัก ปล่อยให้ 4 โจรดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้
แต่พวกเขาไม่ได้เตรียมใจว่า จะถูกตำรวจแกะรอยติดตามเบาะแสได้รวดเร็วขนาดนี้ !?!



