
อดีตสสร.ดักคอตั้ง34กก.ไร้'นอมินี'
อดีตสสร.50 ดักคอตั้ง 34 กก.ยกร่างรธน.ต้องไร้นักวิชาการนอมินี อัดนักการเมืองแฝงหากินปมแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อรัฐเร่งแก้เอื้อประโยชน์"ทักษิณ" มั่นใจส.ส.แห่ค้านตั้งกมธ.ยกร่างแน่ พท.นัดแกนนำพรรคถกให้ใครเสนอแก้รธน.
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. นายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 (ส.ส.ร.50) ให้สัมภาษณ์“สำนักข่าวเนชั่น”ถึงข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ(คอ.นธ.) ที่เสนอให้มีคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 34 คน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแทนการยื่นแก้ไขมาตรา 291 ในรัฐสภา ก่อนที่จะจัดให้มีส.ส.ร.ว่า วิธีการใช้ส.ส.ร.ที่มาจากทั่วประเทศที่เคยทำมา ตนก็ลำบากใจที่จะพูดว่าระบบส.ส.ร.ดี เพราะผู้ที่จะเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญ คล้ายกับว่าจะมีผลประโยชน์ของตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะถ้าเป็นนักการเมืองก็จะคิดแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ได้สนใจเรื่องส่วนรวม เหมือนกับว่าเอกสารวางอยู่ใครอยากเขียนอะไรก็เขียนลงไปได้
นายจรัส กล่าวต่อว่า ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมการจำนวนหนึ่งเป็นผู้ยกร่างตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ(คอ.นธ.) นั้น วิธีแบบนี้ประเทศเคยทำมาแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ผลพอ ๆ กับการตั้งส.ส.ร.เช่นกัน ตนยังให้ความเห็นไมได้ เพราะต้องดูรายชื่อก่อน แต่หากมีการเสนอชื่ออกมายังเชื่อว่าจะไม่ได้ความเห็นชอบจากส.ส.หลายพรรค เพราะไม่สามารถส่งคนของตัวเองไปร่วมได้เหมือนการตั้งส.ส.ร. นอกจากนี้นักวิชาการที่เข้ามาทั้ง 34 คนจะมีใครบ้างที่เชื่อได้ว่าเป็นกลาง มีความรู้ ไม่ใช่นอมินีของใคร อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่อยากแก้คือกลุ่มนักการเมือง แต่ชาวบ้าน นักธุรกิจ อยากจะแก้รัฐธรรมนูญด้วยหรือก็คงไม่ใช่ เพราะมีแต่นักการเมืองเท่านั้น ซึ่งเป็นพวกที่หากินแต่มีปัญหาจึงต้องแก้รัฐธรรมนูญ
“จริง ๆ แล้วกระแสการเมืองหรือฝ่ายรัฐบาลอยากแก้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว เพราะมีผลประโยชน์ที่จะใช้ผลักดันเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ(ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี)ที่คาดหวัง ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่วาระเร่งด่วนเท่าการแก้ปัญหาน้ำท่วม หรือการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ ส่วนการล็อคสเป็คจะมีแค่ไหนยังไม่ทราบเพราะต้องดูรายชื่อก่อน แต่ต้องเป็นนักวิชาการจริงๆ ไม่ใช้นักวิชาการการนอมินี เพราะเมืองไทยส่วนใหญ่ยังเป็นนักวิชาการนอมินี”นายจรัส กล่าว
พท.นัดแกนนำพรรคถกให้ใครเสนอแก้รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 9 ม.ค.พรรคเพื่อไทยมีการประชุมคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรค ที่ประชุมได้หารือถึงการประชาสัมพันธ์เชิงรุกของรัฐบาลในหลายกรณีที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ เช่น กรณีที่รัฐบาลจะเดินหน้าขึ้นราคาเอ็นจีวี โดยที่ประชุมเห็นว่าผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณะให้มากขึ้น และไม่ควรป ล่อยให้มีม็อบมาชุมนุมกดดันแบบนี้
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ที่ประชุมได้เสนอให้แกนนำพรรคหารือกันถึงทางออกให้ชัดเจนก่อนว่าจะให้พรรคเพื่อไทย รัฐบาล หรือภาคประชาชนเป็นผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นจึงค่อยนำไปหารือในที่ประชุมพรรค เพราะหากยังไม่ตกผลึกแล้วนำไปหารือในที่ประชุมพรรคเรื่องอาจจะบานปลายจนหาข้อยุติไม่ได้ก็เป็นได้ ดังนั้นในวันที่ 10 ม.ค. ก่อนการประชุมส.ส.พรรค จะมีการประชุมแกนนำพรรคก่อน อาทิ นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี ในฐานะประธานวิปรัฐบาล พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการทำงานของส.ส.และรัฐมนตรี รวมทั้งนพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแกนนำนปช.ก็จะเข้าร่วมประชุมด้วย



