
การเมืองเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ
การเมืองเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ : ประชาธิปไตยฯที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสเรื่องราวของการแก้รัฐธรรมนูญที่เริ่มจะดึงดูดความสนใจของผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องของความคลุมเครือจากฝ่ายรัฐบาลเอง ว่าตกลงใครจะเป็นเจ้าภาพ จะแก้อย่างไร และความเร่งรีบของการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะเริ่มเมื่อไหร่
ในอีกทางหนึ่งก็มีข้อเสนอของประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ ที่จุดประเด็นที่สำคัญในสังคม แต่ดูเหมือนกับว่าสิ่งที่ประธานกรรมการเสนอขึ้นมานั้นจะส่งไม่ถึงทุกคน
เพราะสื่อให้ความสนใจกับเรื่องของรายชื่อที่ประธานเสนอเป็นอันดับแรก และข้อเสนอที่ว่าด้วยเรื่องกระบวนการแก้ไขเป็นอันดับสอง ในมุมที่ว่าควรแก้ไขด้วยวิธีการปรกติ แต่ก็ควรจะใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และควรจะลงประชามติเช่นกัน ซึ่งประเด็นสุดท้ายนี้ก็น่าสนใจ ด้วยว่าข้อเสนอการแก้รัฐธรรมนูญทุกแบบจะเสนอลักษณะที่เลยไปจากตัวบทที่มีอยู่ในแง่ของการกลับไปขอประชามติจากประชาชนอยู่ดี
เรื่องที่ไม่มีการพูดกันทั้งที่น่าสนใจมาก ก็คือข้อเสนอหลักที่ว่าด้วยเรื่องคำจำกัดความของคำว่าหลักนิติธรรมเอง และการวิพากษ์ตัวรัฐธรรมนูญ 2550
“การปกครองบ้านเมืองต้องปกครองโดยกฎหมาย กฎหมายที่ใช้ปกครองต้องเป็นกฎหมายที่ดี และมีความเป็นธรรม กฎหมายที่ดี คือ กฎหมายที่ไม่ขัดต่อหลักนิติรัฐหรือหลักนิติธรรม กฎหมายต้องให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาคของบุคคล กฎหมายต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป และไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง “โดยยึดหลักการสำคัญที่ว่า ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ” ห้ามออกกฎหมายย้อนหลังไปลงโทษ หรือเพิ่มโทษ ไม่ว่าจะเป็นโทษทางอาญา หรือโทษทางด้านสิทธิพลเมือง (ได้แก่การจำกัดสิทธิทางการเมือง) หลักการที่ใช้ในการลงโทษในกรณีมีบางคนในคณะได้กระทำความผิด จะลงโทษได้เฉพาะผู้กระทำความผิดเท่านั้น บุคคลอื่นๆ ในคณะนั้น อาจต้องรับผิดร่วมด้วย ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบุคคลคณะนั้นได้มอบหมายเห็นชอบ ร่วมรู้เห็นหรือยินยอมกับการกระทำความผิดนั้นซึ่งกรณีนี้ถือเป็นข้อยกเว้นของหลักทั่วไปที่ว่า “บุคคลจักได้รับผลร้ายก็เฉพาะจากการกระทำความผิดของเขาเอง”
"เมื่อได้พิจารณาถึงที่มา และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 โดยละเอียดแล้ว เห็นว่าแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทบัญญัติบางส่วนเป็นบทบัญญัติที่ดี เพราะยึดมั่นในหลักนิติธรรม แต่ก็มีบทบัญญัติหลายส่วนที่ลบล้างและขัดแย้งกันเอง และมีบทบัญญัติหลายบทหลายมาตราที่ขัดกับหลักนิติธรรมอย่างแจ้งชัด นอกจากนั้นยังคงให้คณะบุคคลบางคณะที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญในศาลรัฐธรรมนูญ และในองค์กรอิสระซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดชะตากรรมของประเทศ และของประชาชน ของพรรคการเมือง ของประชาชน ของสมาชิกรัฐสภา ที่ได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชน เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่เป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติ ซึ่งไม่ได้รับมอบอำนาจมาจากประชาชน เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และอำนาจอธิปไตยกลับคืนมาเป็นของประชาชนแล้ว บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่สำคัญของบ้านเมือง โดยคณะปฏิวัติจึงต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ในทันที และให้มีกระบวนการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ให้ตำแหน่งสำคัญทุกตำแหน่งดังกล่าว ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระราชอำนาจโดยเฉพาะ และให้สอดคล้องกับประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"
ผมคิดว่าเรื่องสองเรื่องนี้ที่ยกมาให้เห็นเป็นสาระสำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญ แต่จะเป็นเรื่องที่คนที่มีอำนาจไม่สนใจ ซึ่งถ้าพูดถึงคนที่มีอำนาจ ผมพูดทั้งพวกที่ต้องการแก้แต่ยังไม่กล้าขยับ อาทิ รัฐบาล และพวกที่ไม่ต้องการให้แก้ อาทิ บรรดาพันธมิตรรัฐประหาร ที่ก็ยังมีอำนาจอยู่ในองค์กรหลายองค์กรในตอนนี้ เพราะทั้งคู่นั้นต่างได้ประโยชน์จากสิ่งที่ดำรงอยู่
ผมว่าเอาเข้าจริง บ้านเมืองเราจะแก้รัฐธรรมนูญกันไปอีกกี่รอบ ถ้ายังไม่พูดเรื่องของหลักนิติธรรมให้ชัดแบบที่เป็นอยู่ เพราะไปยึดแต่หลักการคนดีทำอะไรก็ไม่ผิด หรือหลักไม่ควรตั้งคำถามกับคนดี และการกระทำที่คิดว่าดี หรือเลวน้อยกว่าการกระทำอื่น การแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหมายหรอกครับ เพราะตอนนี้กระแสการต้านการแก้รัฐธรรมนูญกำลังก่อตัวอย่างเงียบๆ และบางส่วนก็จะใช้ลักษณะของการการส่งเสริมการลงประชามติคราวที่แล้ว คืออ้างเงื่อนไขจำเป็น หรือสร้างความหวาดกลัวให้แก่การเลือกหนทางในการเดินไปข้างหน้า (และนั่นอาจหมายถึงอีกสัญญาณในข้อเสนอเรื่องกรรมการของทาง คอ.นธ. ที่ให้ความสำคัญกับตัวแทนสื่อจำนวนมาก ไม่ใช่ในแง่ของตัวแทนสาขาอาชีพ แต่หมายถึงตัวแทนของฐานันดรผู้มีอำนาจในการกำหนดประเด็นกับสังคมเสียมากกว่า)



