ข่าว

มติวิปฯรบ.แก้'ม.291'มาตราเดียว

มติวิปฯรบ.แก้'ม.291'มาตราเดียว

09 ม.ค. 2555

"วิปฯรบ." ย้ำ "มติแก้ ม.291 มาตราเดียว" หัก "คอ.นธ." ที่ชงตั้ง 34 อรหันต์ ยันชัดต้องมี ส.ส.ร. แย้มต้นเดือน ก.พ. เดินเครื่อง "รื้อรธน."

               ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 9 ม.ค.2555 นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยภายหลังการประชุมวิปรัฐบาลว่า ได้มีการหารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองต่างๆ ได้ลงไปสอบถามประชาชนก็พบว่า ได้รับการสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เรายังคุยกันโดยยึดหลักเหมือนเดิมคือจะแก้ไขเฉพาะมาตรา 291 เพื่อเปิดโอกาสให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.3) ว่าจะมีที่มาอย่างไร แต่สรุปสุดท้ายแล้วคงจะต้องให้เป็นหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะกำหนดให้ส.ส.ร.มาจากหน่วยงานใดบ้าง และมาด้วยวิธีการใด

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินการแก้ไขมาตรา 291 เมื่อใด  ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ามามีการรวบรวมรายชื่อของภาคประชาชนอยู่  หากครบเมื่อใดคาดว่าจะเสนอมาทันที ในส่วนของส.ส.เองก็เช่นเดียวกัน มีส่วนหนึ่งตั้งใจที่จะร่วมเสนอร่างแก้ไขมาตรา 291 แต่ถ้าถามว่าเมื่อใดก็ต้องดูว่ารวบรวมรายชื่อครบเมื่อใด

                 เมื่อถามว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์จะสามารถเริ่มกระบวนการได้หรือไม่  นายอุดมเดช  กล่าวว่า  ความรู้สึกของตนน่าจะได้ หลังจากนี้อีก 1 - 2 สัปดาห์น่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยรัฐบาลกำลังฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งจากภาคประชาชน ส.ส. นักวิชาการ ให้รอบด้าน จากนั้นก็อาจจะเป็นรัฐบาลที่เป็นคนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

                 “ผมยืนยันว่าการแก้ไขมาตรา 291 เพื่อให้มี ส.ส.ร.เพราะต้องการให้เกิดการยอมรับกับรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขใหม่ โดย ส.ส.ร.จะเป็นผู้ลงรายละเอียดว่าควรที่จะแก้ไขในมาตราใดบ้าง ส่วนโมเดล ส.ส.ร.นั้น ทุกวันนี้เรายังฟังความคิดเห็นของผู้ที่หวังดี ไม่ว่าจะเป็นคณะใดๆ ทุกคนที่เสนอความเห็นมาคือคนที่ยอมรับแล้วที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นทุกคนที่เสนอที่มาของส.ส.ร.ตนถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี โดยเราจะนำมาพิจารณากันอีกครั้งในรายละเอียด แต่ที่มาของ ส.ส.ร นั้นหลักๆต้องมีส่วนร่วมของภาคประชาชน” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว

                  ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ(คอ.นธ.) นั้น นายอุดมเดช กล่าวว่า เป็นอีกหนึ่งความเห็นที่จะรับไว้พิจารณา แต่ว่าการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน จะขาดหายไปในส่วนนี้ ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าผู้มีรายชื่ออยู่ทั้ง 34 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สังคมยอมรับ และมีความเชี่ยวชาญในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ โดยไม่มีใครปฎิเสธคุณสมบัติ เพียงแต่บางครั้งเราเห็นว่าที่มายังไม่มีส่วนร่วมของภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม ที่มาของ ส.ส.ร. หากจะดูโมเดลของ ส.ส.ร.1 ส่วนหนึ่งจะมาจากตัวแทนจากทุกจังหวัด และอีกกลุ่มมาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งหากเรายึดกรอบที่มาของ ส.ส.ร.1 บุคคลทั้งหลายที่มีรายชื่ออยู่ใน 34 คนก็ถือว่าเป็นคนที่มีคุณสมบัติที่จะสามารถไปอยู่ในจำนวนตัวแทน ของกลุ่มสาขาวิชาชีพเฉพาะทางได้ ขณะที่การทำประชามตินั้น ส่วนตัวคิดว่าจำเป็น ซึ่งน่าจะทำหลังจากที่ ส.ส.ร.ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนการเสนอร่างแก้ไขมาตรา291อาจจะมีการเสนอกรอบที่มาของ ส.ส.ร.ไว้คร่าวๆ แต่สุดท้ายคนที่สรุปก็คือกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะฟันธงจะให้ ส.ส.ร.มีที่มาอย่างไร

 

 "ปชป."เหน็บ “อุกฤษ”ใช้หลักการอะไรเสนอตั้ง34อรหันต์


                   นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีแนวคิดจะแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 เปิดทางให้มีการตั้ง ส.ส.ร. 3 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้อง  แต่ขอให้ระบุรายละเอียดการแก้ไขให้ชัดเจน แต่ที่ผ่านมานายอุกฤษ มงคลนาวิน  ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) กลับเสนอตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ​ 34 คน ซึ่งบางคนมาจากฝ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ การที่ระบุว่าหาก ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งจะเผด็จการมากกว่านี้นี้นั้น จึงอยากถามว่าใช้หลักอะไรในการแต่งตั้ง

                     “การระบุว่ารัฐธรรมนูญที่มาหลังเผด็จการไม่เป็นประชาธิปไตยนั้น ต้องย้อนถามกลับไปเมื่อสมัยหลังเข้ายึดอำนาจของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) นายอุกฤษ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และยังกลับมาเป็นประธานวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างขึ้นมา และ ที่สำคัญไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จึงอยากถามว่า นายอุกฤษ มีหลักการอะไร ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนเป็นเผด็จการไม่เป็นประชาธิปไตย” นายชวนนท์ กล่าว