
บีโอไอแฟ
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : บีโอไอแฟ โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
บีโอไอ (Board of Investment of Thailand) หรือสำนักงานส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีหน้าที่ตามชื่อที่ตั้งเอาไว้คือ ชักจูงให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้น จากการที่มีเงินของนักลงทุนต่างชาติ เข้ามาจ้างแรงงานทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
เสียดายที่หน่วยงานราชการของไทยไม่ทำงานประสานกันเป็นทีม ทำให้คำพูดที่กล่าวทำนองเยาะเย้ยว่า คนไทยเก่งแต่เล่นกีฬาหรือทำงานประเภทบุคคลเท่านั้น ถ้าทำเป็นทีมเมื่อไหร่ไม่มีทางเก่งไปได้ เพราะทุกคนในทีมจะคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น และสำคัญตนว่าทีมไปไม่รอดหากขาดตนเองไป
บีโอไอ ก็ตกอยู่ภายใต้คำพูดเสียดสีดังกล่าวด้วย เพราะทุกหน่วยงานของไทยมักจะมีข้ออ้างว่าต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ส่วนปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่บีโอไอ มีส่วนสนับสนุนอย่างสูงยิ่ง จึงส่งให้เกิดผลลบทางด้านสังคมมากมายเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะไม่มีการทำงานสอดประสานกันกับหน่วยงานด้านสังคมของภาครัฐ
บีโอไอ เมื่อประมาณสิบห้าปีที่ผ่านมา ได้หันมาเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าด้วยตนเอง จากครั้งแรกซึ่งวัดผลแบบไทยๆ ทำให้ติดใจ จึงตามมาด้วยครั้งที่สองเมื่อ 11 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีครั้งที่สามตามมาอีกในคราวนี้
แรกทีเดียวงาน บีโอไอแฟร์ วางแผนจัดปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ติดปัญหาน้ำท่วมจนทำให้ต้องเลื่อนออกมาต้นเดือนมกราคม โดยจัดกันยาวนานตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม และแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนในอาคารมีถึงวันที่ 13 มกราคม และส่วนกลางแจ้งริมทะเลสาบมีไปถึงวันที่ 13 มกราคม ซึ่งทำให้ดูพิลึกพิลั่นเอาการที่งานเดียวกันเริ่มพร้อมกันแต่เลิกไม่พร้อมกัน
แม้จะกล่าวอย่างเป็นทางการว่า บีโอไอ ดำเนินการจัดงานด้วยตนเอง แต่ในทางปฏิบัติจริงเป็นที่รู้กันว่างานอย่างนี้ ต้องมีผู้อื่นมาทำหน้าที่ผ่องถ่ายรับช่วง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม บีโอไอ ก็ยังต้องตกอยู่ในฐานะผู้รับผิดชอบเต็มตัวอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงพ้น
นอกจากความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนวัดจัดงาน เพราะปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่มองเห็นได้ชัดเจนว่า ไม่มีการประสานงานในฐานะหน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัดงานเอง ทั้งในแง่ของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่มีน้อย จนหากไม่ได้ผู้ร่วมงานออกแรงช่วย คงมีโอกาสได้จัดงานกันเองดูงานกันเองค่อนข้างมาก
หรือแม้แต่ในแผ่นพับจากผู้จัดงานเกี่ยวกับสถานที่จอดรถประเภท "จอดแล้วจร" เช่น ที่จอดรถที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งห่างจากสถานที่จัดงานมากกว่าครึ่งร้อยกิโลเมตร จะมีใครที่ไหนคิดเอารถไปจอดที่นั่นแล้วขึ้นรถ ขสมก. มาเที่ยวชมงาน นอกจากนั้นส่วนใหญ่ก็มีแต่สถานที่จอดรถที่อนุญาตให้ไปจอดเฉพาะวันหยุดราชการ และแม้จะในวันหยุดราชการแต่บางแห่งก็ยังต้องเสียค่าจอดรถ 200 บาท เพื่อนั่งรถ ขสมก. ต่ออีกหนึ่งชั่วโมงกลับอีกหนึ่งชั่วโมงเพื่อมาชมงาน
การประสานงานในลักษณะนี้ส่อให้เห็นชัดเจนว่าขาดความรอบคอบอย่างแรง เพราะหากต้องไปจอดรถไกลถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ทำไมไม่ประสานงานไปยังสนามบินดอนเมือง ซึ่งอยู่ใกล้กว่าและมีสถานที่สำหรับจอดรถได้มากมายไม่แพ้กัน หรือหาเช่าพื้นที่ว่างสำหรับจอดรถในบริเวณใกล้เคียงแทน
ท้ายที่สุดไม่ว่าการจัดงานของบีโอไอ ครั้งนี้จะวัดความสำเร็จในแบบราชการไทยๆ ด้วยการประเมินจำนวนผู้เข้าชม หรือวัดผลจากยอดการจำหน่ายสินค้าภายในงาน ผมก็หวังว่าคงจะเป็นงานครั้งสุดท้ายที่หน่วยงานของรัฐจะเป็นผู้จัดงานแข่งกันกับภาคเอกชนเช่นนี้ เพราะหน้าที่ของหน่วยงานรัฐควรจะอยู่ที่การให้ความสะดวก และสนับสนุนให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้สะดวกมากขึ้นเพราะถึงอย่างไรผู้ที่มาร่วมออกงานทุกราย คงไม่สามารถปฏิเสธการ "ขอความร่วมมือ" ให้มาออกงานได้อย่างแน่นอน
สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามผมยังอยากเชิญชวน ให้ท่านทั้งหลายได้ไปชมงานบีโอไอแฟร์ ในครั้งนี้ที่เมืองทองธานี เพราะมีของดีๆ ให้ชมอยู่มากมายตามพาวิลเลียนทั้งหลายที่มาออกงาน
............................................
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : บีโอไอแฟ โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



