
ตร.ประจวบฯล้อมคอก'ป้องช้างถูกฆ่า'
หวั่นเกิดเหตุฆ่าช้างซ้ำรอยเดิม ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ จับมือฝ่ายปกครอง และกรมอุทยานฯ วางมาตรการล้อมคอกแก้ไขปัญหาช้างป่า และช้างบ้านถูกทำร้าย พร้อมกำชับทุกฝ่ายทำงานจริงจัง มูลนิธิโปแลนด์มอบรางวัล Good Deed Foundation ให้ผู้ก่อตั้งศูนย์บริบาลช้างแม่ตาว
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 9 มกราคม ที่ห้องประชุม สถานีตำรวจภูธรหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พลตำรวจตรีวิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชุมหน่วยงานในพื้นที่หัวหิน,ปราณบุรี,กุยบุรี และสามร้อยยอด ทั้งตำรวจภูธร,ตำรวจตระเวนชายแดน หัวหน้าอุทยานฯแห่งชาติแก่งกระจาน,กุยบุรี,ฝ่ายปกครอง และเจ้าของปางช้างในพื้นที่ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับการทำร้ายช้างที่เกิดขึ้นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่า และช้างบ้านถูกทำร้าย เนื่องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถือเป็นพื้นที่ที่มีประชากรช้างป่าอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 500 ตัว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งมีรอยต่ออยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเพชรบุรี
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ฆ่า เผานั่งช้างที่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งอยู่ติดพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เองก็มีคดีเกี่ยวกับขบวนการล่าช้างเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ต้องหามาตรการแก้ไขปัญหา ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม อีกทั้งเรื่องการฆ่าช้าง ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัสเป็นห่วงปัญหาการทำร้ายช้าง จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกหน่วยงานจะต้องเข้ามาแก้ปัญหา
สำหรับพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคดีเกี่ยวกับการทำร้ายช้างป่า และช้างบ้าน ในช่วง 2 ปีนี้จำนวนทั้งสิ้น 5 คดี โดยคดีที่เกิดขึ้นเกิดในพื้นที่ตั้งแต่อำเภอหัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด และกุยบุรี และบางคดีชี้ให้เห็นว่ากลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งตระเวนฆ่าช้างเอางา ส่วนคดีช้างบ้าน จะเป็นการตัดงา และตัดเอาขนบริเวณหาง กลุ่มคนร้ายเกี่ยวข้องกับคนในพื้นที่ และนายทุนต่างถิ่น ทั้งนี้จะต้องจัดการปัญหาไปในทางเดียวกัน และจะต้องไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับสัตว์คู่บ้านคู่เมืองขึ้นอีก
โดยในที่ประชุมได้มีมาตรการร่วมกัน เช่น หน่วยงานทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกรมอุทยานฯ จะต้องประสานงานกันในการจัดทำข้อมูลช้างป่า ,ช้างบ้าน ,ควานช้าง,ปางช้าง,พรานป่า และข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กำหนดเส้นทางที่เป็นจุดเสี่ยงในการขนย้ายช้าง หรือเส้นทางเข้าออกป่า ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะ วัสดุและอุปกรณ์ที่อาจจะเกี่ยวเนื่องเช่น ยาสลบ ไซริงค์ เข็มฉีดยา รวมทั้งการปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มเป้าหมาย “เราอาจต้องใช้ยุทธการเปิดป่า และลงพื้นที่มากขึ้น” ในบางจุดที่เป็นเส้นทางสัญจรของช้าง และยานพาหนะ อาจจะต้องมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดด้วย พร้อมได้กำชับทุกฝ่ายทำงานอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดการณ์ฆ่าช้างซ้ำรอยเดิมเกิดขึ้นในพื้นที่อีกเด็ดขาด
มูลนิธิโปแลนด์มอบรางวัลให้ผู้ก่อตั้งศูนย์บริบาลช้างแม่ตาว
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปรแลนด์ รายงานว่า นางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้งศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้รับรางวัล Good Deed Award จากมูลนิธิ Fundacji Zacny Uczynek หรือ Good Deed Foundation ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.2005 เพื่อส่งเสริมค่านิยมอันดีต่างๆ อาทิ ประชาธิปไตย หลักนิติธรรมและประชาสังคม มนุษยธรรม สิทธิเสรีภาพ มาตรฐานทางจริยธรรม ความสามัคคี และความเห็นใจแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังดำเนินการเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรม การศึกษา และศิลปะ รวมทั้งสนับสนุนให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบภาวะขาดปัจจัยพื้นฐานในการทำงาน และขจัดปัญหาการว่างงาน
รางวัลนี้ ถือเป็นเกียรติให้กับนางแสงเดือน ที่ให้การสนับสนุนงานด้านมนุษยธรรม ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์บริบาลช้าง (Elephant Nature Park) ขึ้นที่ ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ บนเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ในปี 2538 ปัจจุบันมีช้างกว่า 30 เชือก อาศัยอยู่ที่ศูนย์ดังกล่าว ส่วนใหญ่ถูกส่งมาเข้ารับการรักษาที่ศูนย์ และบางส่วนเป็นลูกช้างที่เกิดขึ้นภายหลัง ศูนย์บริบาลช้างดังกล่าวเปิดให้สาธารณชนสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสการใช้ชีวิตของฝูงช้างที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด และภายในศูนย์บริบาลแห่งนี้ จะไม่มีการนำช้างมาเป็นพาหนะให้นักท่องเที่ยวเหมือนกันสถานที่อื่น ๆ ปัจจุบัน นอกจากศูนย์บริบาลช้างใน จ.เชียงใหม่ แล้ว อีกทั้ง นางแสงเดือน กำลังอยู่ในระหว่างการเปิดศูนย์บริบาลช้างอีกแห่งที่ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ภายใต้โครงการ “โครงการช้างคืนถิ่น พัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด” ร่วมกับองค์การบริหารส่วน จ.สุรินทร์ อีกด้วย
ทั้งนี้ นางแสงเดือน เกิดที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2505 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และได้ทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในระหว่างที่ทำงานที่ต้องนำช้างมาเป็นพาหนะในการเดินป่า ได้รับทราบถึงการทารุณกรรมต่างๆ เพื่อให้ช้างเชื่องและเชื่อฟังมนุษย์ จึงตัดสินใจหันมาทุ่มเทอุทิศชีวิตการทำงานให้กับการอนุรักษ์ ช่วยเหลือช้างที่บาดเจ็บ พิการ หรือถูกทำร้าย
นอกจากนี้ นางแสงเดือน ยังเคยได้รับรางวัล The Earth Award จากนิตยสารไทม์ในปี 2549 และได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ให้เป็น Hero of Asia ประจำปี 2548 และจากมูลนิธิฟอร์ดให้เป็น “Hero of the Planet” ประจำปี 2544 นอกจากนี้ ชีวิตการทำงานเพื่อช่วยเหลือช้างของคุณแสงเดือนฯ ได้เคยถูกถ่ายทำเป็นสารคดีโดย National Geographic Discovery Channel Animal Planet BBC และสื่อต่างประเทศรายอื่นๆ
สำหรับในปี 2554 นี้ มีผู้ที่ได้รับรางวัล 3 คน นอกจาก นางแสงเดือน แล้วรางวัลนี้ยังมอบให้กับ ศาสตราจารย์ Shewah Weiss ชาวอิสราเอล เชื้อสายยิว ซึ่งรอดชีวิตจากการสังหารหมู่ชาวยิวช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตอิสราเอล และโปแลนด์ มีบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอิสราเอลและโปแลนด์ และนาย Adam Wajrak นักข่าวและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชาวโปแลนด์



