
เอื้ออาทรนนท์รับสภาพไม่ได้5พัน
ผู้อาศัยเอื้ออาทรนนทบุรีแห้วรับเงินช่วยเหลือน้ำท่วม 5 พัน หลังตัวแทนเข้าเจรจากับผู้ว่าฯ ยกข้อกฎหมายพบไม่เข้าข่าย พร้อมรับสภาพยันไม่ปิดถนนอีก วิจารณ์แซ่ดสองมาตรฐานจ่ายเงินช่วยเหลือพื้นที่บางใหญ่
9ม.ค.2555 จากกรณีที่ชาวบ้านชุมชนเอื้ออาทรทั้ง 7 แห่งใน จ.นนทบุรีร่วมตัวกันปิดถนนเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องเงินชดเชยช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวละ 5,000 บาท โดย นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้นัดแกนนำกลุ่มชาวบ้านเอื้ออาทรรวม 30 คนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม ที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี
นายจรัญ บวรจิตมโน อายุ 55 ปี อาชีพรับราชการ หนึ่งในแกนนำกลุ่มชาวบ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง เปิดเผยว่า การหารือร่วมกันได้ขอสรุปว่าข้อเรียกร้องที่เสนอไปนั้น ส่วนราชการไม่สามารถทำตามได้เนื่องจากมีกฎหมายออกมากำหนดชัดเจนแล้วว่ากฎเกณการช่วยเหลือต่างๆต้องเข้ากฎเกณท์ที่รัฐบาลกำหนดเท่านั้น ซึ่งผู้อาศัยในโครงการเอื้ออาทร ไม่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับสภาพ
"พวกเราแค่อยากบอกกับหน่วยงานราชการว่าเราก็ได้รับความเดือดร้อนเหมือนกัน อยากให้หน่วยงานราชการเข้ามาดูแลบ้าง ซึ่งนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทยก็ได้รับปากที่จะเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการฝึกอาชีพด้านต่างๆให้กับผู้ว่างงาน โดยจะมีเบี้ยเลี้ยงให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยากันไปก่อน พร้อมกับรับปากจะนำเรื่องนี้เข้าปรึกษากับนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือต่อไป" นายจรัญ กล่าวและว่า
หลังจากนี้ไปจะไม่มีการปิดถนนประท้วงอีกแล้ว เพราะเข้าใจถึงเหตุผลที่ทางราชการอ้างถึง และฝากขอโทษผู้ที่ใช้รถสัญจรในเส้นทางดังกล่าว ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดถนนของพวกตน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5 พันบาท โดยเฉพาะในพื้นที่เทศบาล มีเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่ได้รับ ทำให้มีเสียงวิจารณ์หนาหูว่าเป็นเพราะฐานการเมืองพรรครัฐบาลหรือไม่ที่ได้รับก่อน
กทม.เร่งปชช.ลงทะเบียนรับเงินช่วยน้ำท่วม5พัน
นายสัญญา จันทรรัตน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงผลประชุมคณะผู้บริหารกทม. ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เนื่องจากติดภารกิจ จึงมี พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจรองผู้ว่าฯกทม.ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน ซึ่งมีวาระแจ้งเพื่อทราบที่สำคัญเรื่องการจ่ายเงินเยียวยา 5 พันบาทช่วยน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้มีการเบิกจ่ายไปแล้วคิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์จากตัวเลขผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินทั้งหมด แต่ยังมีบางเขตที่มีการเพิ่มลดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ภายหลังการสำรวจสภาพน้ำท่วมในพื้นที่บางส่วนเข้าหลักเกณฑ์และไม่เข้าหลักเกณฑ์ จึงต้องมีการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงที่สุด
นายสัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องเงินเยียวยา 2-3 หมื่นบาทนั้น กทม.จะเรียกประชุมภายในสัปดาห์นี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและหลักเกณฑ์ผู้ปฎิบัติให้ตรงกัน เนื่องจากรายละเอียดผู้ที่ได้รับสิทธิ์บางข้อแตกต่างจากการได้รับเงิน 5 พันบาทอาทิ ต้องมีการแจ้งความหากเครื่องมือทำกินสูญหาย ถึงจะมิสิทธิ์เข้าหลักเกณฑ์รับเงิน 2-3 หมื่นบาทได้ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาขอให้รีบมาขึ้นทะเบียน เพื่อให้กทม.ดำเนินการส่งข้อมูลไปยังกรมปภ.เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายผ่านธนาคารออมสินโดยเร็ว
“ขณะนี้มีการแจ้งยอดผู้มิสิทธิ์รับเงิน 5 พันในพื้นที่น้ำท่วม 30 เขตรอบแรกเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 602,214 ครัวเรือน กรมปภ.พร้อมจ่ายจำนวน 202,545 ครัวเรือน มีประชาชนรับเงินช่วยเหลือแล้ว 179,954 ครัวเรือน จากนั้นมีการลงทะเบียนเพิ่มเติมจากรอบแรกอีก 20 เขตจำนวน 260,197 ครัวเรือน ส่วนรอบที่สองมีเพิ่มเติมอีก 12 เขตจำนวน 143,351 ครัวเรือน ซึ่งข้อมูลที่มีการสำรวจเพิ่มเติมทั้งสองส่วนยังต้องรอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป ดังนั้นขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรีบมาใช้สิทธิ์โดยเร็ว”นายสัญญา กล่าว
สิงห์บุรีม็อบน้ำท่วมขู่ผู้ว่าฯเข้ากรุงเทพร้องนายกฯ
ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อเวลา 09.00 น.ประชาชนจากอำเภออินทร์บุรี ประกอบด้วยตำบลอินทร์บุรี หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 5 หมู่ 8 และหมู่ 10 และตำบลประศุกหมู่ 1 ถึงหมู่ 7 จำนวนกว่า 200 คน ได้มาชุมนุมกันเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีนายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ออกมาชี้แจงเรื่องการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้ประเมินค่าเสียหายของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี จำนวนประมาณ 4,000 ครัวเรือใหม่ทั้งหมด เนื่องจากไม่พอใจที่แต่ละครัวเรือนได้เงินช่วยเหลือน้อยเกินความจริง ตามที่เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมาประชาชนกลุ่มนี้ได้มาเรียกร้องเอาไว้ และผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้รับปากว่าจะดำเนินการให้และนัดให้มาฟังผลในวันนี้ ซึ่งเมื่อมาถึง ประชาชนที่มาชุมนุมทราบว่านายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ไม่อยู่ทำให้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่มาเป็นอย่างมาก และทั้งหมดได้นัดหมายกันว่าจะเดินทางเข้าเรียกร้องกับนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กรุงเทพมหานครในวันพรุ่งนี้ที่ 10 มกราคม 2555
เวลาประมาณ 10.00 น. นายณรงค์ อ่อนสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งที่จังหวัดสิงห์บุรีในวันนี้เป็นวันแรก ได้ออกไปพบกับประชาชนที่มาชุมนุม และอธิบายหลักการในการช่วยเหลือของรัฐบาลให้ประชาชนได้ฟัง แต่ก็ได้รับการโต้แย้งจากประชาชนโดยประชาชนได้ยกตัวอย่าง ถึงจังหวัดใกล้เคียงกัน บ้านแต่ละหลังจะได้รับเงินช่วยเหลือต่อหลังกว่า 1 หมื่นบาท แต่ในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี โดยเฉพาะหมู่ที่ 2 ตำบลอินทร์บุรี มีประชาชนได้รับเงินเกิน 4 พันบาทเพียงหลังเดียว ได้รับเกิน 3 พันบาทอยู่ 6 หลัง นอกนั้นที่เหลือได้เพียง 1 พัน ถึง 2 พันบาทเท่านั้น
ในการพูดคุยกันใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า นายณรงค์ อ่อนสะอาด ได้กล่าวกับประชาชนว่า ขณะนี้ทางจังหวัดเองก็เตรียมให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน และได้ตั้งคณะทำงานสำรวจความเสียหายของประชาชนขึ้นมา 10 ชุด และขอให้ประชาชนรอให้คณะทำงานได้ทำการสำรวจก่อน ซึ่งประชาชนที่มาชุมนุมได้ยื่นเงื่อนไขให้คณะทำงานสำรวจให้แล้วเสร็จ และนำตัวเลขจำนวนเงินว่าบ้านไหนได้รับเงินท่ไรมาตอบประชาชนในวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2555 ให้ได้ หากทางจังหวัดไม่สามารถทำได้หรือจำนวนเงินที่บ้านแต่ละหลังได้รับนั้นยังน้อยกว่าความเป็นจริง ประชาชนทั้งหมดจะรวมตัวกันเดินทางไปเรียกร้องกับนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่กรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน
นางจริยา วังชากรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 62/3 ม.2 ต.อินทร์บุรี กล่าวว่า ที่บ้านน้ำท่วมเป็นเวลากว่า 3 เดือน อบต.ประเมินค่าเสียหายให้ 2,300 กว่าบาท ซึ่งน้อยมาก ช่วงน้ำลดจ้างคนล้างบ้านหมดไป 4,800 ร้อยบาท ซึ่งการประเมินครั้งนี้ อบต.ประเมินอย่างไม่เป็นธรรม และไม่ได้ออกไปประเมินจริง ซึ่งตนเองทราบมาว่ารัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ นั้นต้องการจะช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจ และให้เงินมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่าทางจังหวัด อำเภอ และ อบต. ห่วงเงินเอาไว้ทำไม่ หรือไปทำตกหล่นตรงไหนถึงได้เหลือประชาชนเพียงบ้านละพันกว่าบาทเท่านั้น
สนง.ปภ.พัทลุง สรุปตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วม400ล้าน
นายธนกร ตระบันพฤกษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ขณะนี้สถานการณ์นำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ได้คลี่คลายแล้ว หลังฝนทิ้งช่วงส่งผลให้น้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนราษฎรได้ลดลง คงเหลือเพียงพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาอีกจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ได้ในเร็วๆ นี้ ในส่วนของความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมในรอบที่ผ่านมาพฤศจิกายนที่ผ่านมา สรุปความเสียหายอยู่ที่ 400 ล้านบาท แยกเป็นประชาชนได้รับความเดือดร้อน 11 อำเภอ 65 ตำบล 670 หมู่บ้าน 45 ชุมชนจำนวน 48,249 ครัวเรือน 154,965 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 82,384 ไร่ ถนนเสียหาย 174 สาย สะพานและคอสะพานเสียหาย 37 แห่ง กระชังปลาและบ่อกุ้ง บ่อปลา เสียหาย 1,215 บ่อ
อย่างไรก็ตามทางด้านสำนักงานชลประทานจังหวัดพัทลุงตรวจสอบปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่ จังหวัดพัทลุง 6 ลุ่มน้ำประกอบด้วย ลุ่มน้ำป่าพะยอม ลุ่มน้ำคลองท่าแนะ ลุ่มน้ำคลองนาท่อม ลุ่มน้ำสะพานหยี ลุ่น้ำท่าเชียด และลุ่มน้ำป่าบอน ระดับเพิ่มขึ้นเนื่องจากยังมีฝนตกประปรายบนเทือกเขาบรรทัด แต่อยู่ในระดับทีปลอดภัย
ญี่ปุ่นให้5ล้านเยนฟื้นฟูวัด-พระพุทธศาสนาหลังน้ำท่วม
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ รับมอบเงินช่วยเหลือช่วยน้ำท่วมจำนวน 5 ล้านเยน จากนายเคนอิจิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการมูลนิธิผู้มีเมตตา สาขานิกายเซนนิโยเอน ประเทศไทย เป็นผู้แทน ท่านอิโต ซินโซ ประมุขสงฆ์นิกายซินนิโยเอน เพื่อนำมาช่วยเหลือวัดน้ำท่วมในประเทศไทย โดย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทางเซนนิโยเอน ประเทศญี่ปุ่น ที่ห่วงใยประเทศไทยจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งทั้ง 2 ประเทศ มีความสัมพันธ์อันดีกันมาตลอด ครั้งนี้ประเทศญี่ปุ่นยังได้มอบจำนวนเงินดังกล่าวให้ประเทศไทย โดยผ่านวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อนำมาช่วยเหลือและฟื้นฟูพระพุทธศาสนา โดยได้มอบให้พระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ นำปัจจัยส่วนนี้ไปทำพนังกั้นน้ำท่วมพุทธอุทยาน จ.นครสวรรค์
พระเทพปริยัติเมธี กล่าวว่า ทางจังหวัดนครสวรรค์ จะนำปัจจัยส่วนนี้มาสร้างพนังกั้นน้ำรอบพุทธอุทยานซึ่งมีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร โดยจะทำพนังเสริมจากคันดินเดิมที่ทำไว้ 11 เมตร เพื่อให้มีประสิทธิภาพป้องกันน้ำท่วมในปีที่ผ่านมาได้ดีขึ้น รวมทั้งจะใช้เป็นพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเป็นสถานที่พักพิง อย่างไรก็ตาม จำนวนเงิน 5 ล้านเยน หรือประมาณ 2 ล้านบาทนั้น ก็ยังไม่เพียงพอในการฟื้นฟูพุทธอุทยาน แต่ก็ถือว่า เป็นสิ่งช่วยเหลือที่ดีจากพุทธศาสนิกชนชาวญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามงบประมาณในส่วนที่เหลือคงจะต้องอาศัยศรัทธาญาติโยม คาดว่า การฟื้นฟูพุทธอุทยาน จ.นครสวรรค์ และการก่อสร้างศาสนสถานต่างๆคาดว่าจะดำเนินการเสร็จภายในเดือน กรกฎาคม 2555
“พระนาย”เผยยังไม่ได้เอกสารชี้มูลปม"ทุจริตถุงยังชีพ"
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้มูลความผิดว่ามีข้าราชการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) มีส่วนทุจริตการจัดซื้อถุงยังชีพ ว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอส่งมา เมื่อยังไม่เห็นเรื่อง ตนจึงไม่ขอออกความเห็น เพราะตนฟังความข้างเดียวมิได้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันตรงนี้ว่า ตนจะให้ความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายอย่างแน่นอน
"มท.1-ปภ."ประสานเสียงรอสำนวน"ดีเอสไอ"
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากไม่มีใครรายงานมา และยังไม่รู้ว่าข้าราชการทั้ง 10 คน เป็นใคร คงต้องรอการส่งสำนวนจากดีเอสไอมาเป็นทางการก่อน แต่กระทรวงมหาดไทย และ ปภ. มีขั้นตอนในการจัดการอยู่แล้ว
ขณะที่ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวผ่านทางสื่อมวลชน และทางกรมป้องกันฯไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ขณะนี้ตนยังไม่เห็นหนังสือสรุปสำนวนจากดีเอสไอ เลยยังไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นคงต้องดูเนื้อหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษสรุปมาก่อนถึงจะดำเนินการในขั้นต่อไป
ด้านนายธาริต กล่าวถึงกรณีกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้รับสรุปสำนวนการทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพของข้าราชการ ปภ. ว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค. เวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา ตนได้เซ็นหนังสือออกจากดีเอสไอ 2 ฉบับ โดยส่งไปที่ ปปช.1 ฉบับ และส่งหนังสือสำนวนทางอีเอ็มเอสไปที่กระทรวงมหาดไทย 1 ฉบับ โดยส่งถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยโดยตรง คาดว่าความล่าช้าอาจอยู่กระบวนการส่ง



