ข่าว

'สดศรี'ค้านข้อเสนอคอ.นธ.

'สดศรี'ค้านข้อเสนอคอ.นธ.

09 ม.ค. 2555

'สดศรี' ค้านข้อเสนอคอ.นธ.ตั้ง 34 อรหันต์ แก้รธน. เสนอ ตั้งส.ส.ร. 3 จำนวน 99 คน จาก ส.ว.เลือกตั้ง - ชงแก้ไข รธน. มาตรา 291 ให้ส.ว.เป็นส.ส.ร.ได้ ชี้เป็นการช่วยประหยัดงบประมาณ

                   9 ม.ค.55นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) มีข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 34 คน ว่า กรณีดังกล่าวนี้ถ้าตั้งในลักษณะมีกรรมการฯมองว่าจะเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่ เพราะเป็นการตั้งมาโดยองค์กรหนึ่งจำนวนเพียง 34 คนเท่านั้น และจะเป็นที่ยอมรับและมีความเป็นกลางหรือไม่ โดยเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรมาจากประชาชนและตัวแทนจากนักวิชาการจากรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ ประมาณ 22 คน หากมีแค่ 34 คน ที่ไม่ใช่ตัวแทนจากประชาชนก็จะทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นตนขอเสนอให้มี ส.ส.ร. ที่มาจาก ส.ว.เลือกตั้ง จำนวน 77 คน เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ และไม่ถูกข้อครหาจากหลายฝ่ายทั้งภาคการเมืองและภาคประชาชน เพราะมองว่าทำไมจึงไม่เอาส.ว.เลือกตั้งมาเป็นตัวแทนประชาชนในการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะส.ว.เลือกตั้งเป็นตัวแทนประชาชนในแต่ละจังหวัด

                   นางสดศรี กล่าวว่า การที่ คอ.นธ. เสนอตั้งรายชื่อตั้งคณะกรรมการที่มาจากหลายฝ่ายไม่ได้เป็นการยุติความขัดแย้ง เพราะเป็นการนำทุกภาคส่วนที่มีความที่ขัดแย้งเข้ามาเป็นคณะกรรมการ และจะเห็นได้ว่าจากการเสนอรายชื่อผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการฯยกร่าง ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อก็ออกมาปฏิเสธ แสดงว่าการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ก็ไม่มีผลอะไร ทำให้การยอมรับซึ่งกันและกันเป็นไปได้ยากมาก สิ่งที่ควรจะต้องทำคือการแก้รัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนเข้าใจว่าแก้ไปเพื่ออะไร ส่วนตัวผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรที่จะมาจากตัวแทนกลุ่มการเมือง เพราะเมื่อครั้งการร่างรัฐธรรมนูญ 50 ก็มีการใช้สมัชชาแห่งชาติจำนวน 2,000 คน ในการคัดเลือกมาเป็น ส.ส.ร. ซึ่งถือเป็นเรื่องดี โดยเลือกตั้งมาจากกลุ่มตัวแทนสาขาอาชีพต่างๆ และถ้าเลือกตั้งเหมือน ส.ส.ก็เป็นการดีเช่นกัน ดังนั้นเลือกตั้ง ส.ส.ร. ก็ไม่พ้นบุคคลเหล่านี้

                   “การมี ส.ส.ร. น่าจะทำให้ลดข้อโต้แย้งได้ดีที่สุด เพราะขณะนี้มีการเสนอรายชื่อให้ตั้งกรรมการ 34 คน บางคนก็ปฏิเสธไม่ยอมรับ ซึ่งก็ไม่ได้ลดข้อขัดแย้งใดๆ และเป็นการตั้งขึ้นมาเหมือนการปิดปากเขาแล้วมีการร่างรัฐธรรมนูญก็จะโต้แย้งอะไรไม่ได้ และกรรมการแต่ละคนก็มีความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นการมี ส.ส.ร.โดยมีกรรมการฯ 34 คน ไม่น่าจะทำให้การร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้นควรใช้วิธีเดิมในการเอาตัวแทนของแต่ละจังหวัด และถ้าอยากให้ประหยัดก็ให้ ส.ว.เลือกตั้ง มาเป็น ส.ส.ร. โดยให้มีตัวแทนของแต่ละจังหวัด 77 คนนักวิชาการ 22 คน รวมเป็น 99 คน” กกต. กล่าว

                   นางสดศรี กล่าวต่อว่า กระบวนการที่จะให้ ส.ว. มาเป็น ส.ส.ร. จะต้องมีการเปิดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา291 เพื่อให้อำนาจ ส.ว.เลือกตั้ง มาเป็น ส.ส.ร. ซึ่งน่าจะทำได้ เพราะมาตรา 291 เป็นการใช้ระบบนิติบัญญัติ โดยใช้เสียงข้างมากของสมาชิกรัฐสภา ดังนั้นต้องมีการแก้ในมาตรา 291 เพื่อให้ ส.ว.มาเป็น ส.ส.ร. ซึ่งวิธีที่ประหยัด และตนเห็นว่าหากให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทางภาคเหนือและภาคอีสาน ก็จะเป็นของพรรคเพื่อไทย และภาคใต้ก็เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ คงก็ไม่อะไรที่แตกต่างจาก ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง แม้กฎหมายจะไม่ได้บอกไว้ว่า ส.ว.ให้สังกัดพรรคการเมือง แต่ก็พอมองดูออกว่าคนไหนเป็นคนของสังกัดพรรคใด เป็นธรรมดาของระบบการเมือง ซึ่งข้อเสนอของตนก็เป็นแนวคิดหนึ่ง แต่ก็อาจจะไม่ใช่ข้อเสนอที่ถูกต้องก็ได้