
'กิตติรัตน์'ถกผู้ประกอบการรถบรรทุก
'กิตติรัตน์' ควง 'พิชัย' ถกผู้ประกอบการรถบรรทุก ชี้ปัจจุบันค่าขนส่งยังอิงต้นทุนดีเซล ไฟเขียวออกบัตรลดให้ 'แท็กซี่-รถร่วมขสมก.' พร้อมตั้งปลัดพลังงานนั่งปธ.คณะทำงานเจรจา สั่งหารือเพิ่มสถานีบริการในที่ดินรัฐ
9 ม.ค.55 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงบัตรเครดิตและบัตรส่วนลดสำหรับรถขนส่งโดยสารสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาภายหลังการปรับราคาก๊าซ NGV ในภาคขนส่ง ที่จะเริ่มปรับครั้งแรกจำนวน 50 สตางค์ในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการ ฉะนั้นรถแท็กซี่ทุกคันที่มีการจดทะเบียนกับกรมการขนสงทางบกก็จะได้รับบัตรทันกำหนดแน่นอนก่อนการปรับราคา NGV งวดแรกในวันที่ 16 ม.ค. นี้ และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติเพราะกลุ่มนี้มีต้นทุนในการดำเนินการและคิดค่าโดยสาร
ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องการผู้ดูแลโดยให้ราคาต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และในส่วนของรถร่วมบริการขสมก.และรถตู้ร่วมบริการฯ ที่เป็นผู้ประกอบการเอกชนนั้นก็อยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารด้วย ส่วนแนวทางการได้ส่วนลดก็จะสอดคล้องกับกลุ่มแท็กซี่ด้วย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยงข้องโดยเฉพาะปตท.จะได้รับบัตรประจำรถให้ทันงวดแรกของการปรับราคาเช่นกัน ส่วนรถเมล์ของขสมก.ยังใช้ระบบน้ำมันดีเซลอยู่ดังนั้นการบริการไม่ได้เกี่ยวข้องกันจึงขอให้ผู้โดยสารสบายใจว่ารถขสมก.ยังเดินรถเหมือนเดิมตามปกติ
“ในช่วง 4 เดือนแรกที่มีการปรับราคา บัตรส่วนลดจะทำให้ผู้ประกอบการจ่ายค่า NGV สุทธิตามเดิมคือ 8.50 บาท/กิโลกรัม และยังมีโอกาสใช้เครดิตจากบัตรเครดิตพลังงานด้วยหากเงินสดไม่พอ ท่านก็ไม่ต้องไปกู้ใครและจ่ายดอกเบี้ยอะไร” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของรถบรรทุกสินค้าทั่วประเทศที่มีกว่า 7 แสนคันที่เกรงว่าการขึ้นราคาNGVจะกระทบกับต้นทุนนั้นตนยืนยันว่าการปรับจาก 8.50บาท/กิโลกรัมนั้นตนเชื่อว่าผู้ประกอบการทราบดีว่าควรจะมีการปรับ เพราะเป็นราคาที่ต่ำมาก แต่ทั้งนี้90%ของรถบรรทุกยังเติมน้ำมันดีเซลอยู่ ส่วนที่ต่ำกว่า10% เติมNGV และตนเชื่อว่าค่าขนส่งที่กำหนดขณะนี้ยังกำหนดโดยต้นทุนของน้ำมันดีเซลเป็นหลักเพราะมีต้นทุนสูงกว่าจึงมีการอิงค่าขนส่งจากดีเซล
“อยากจะขอความเข้าใจและความร่วมจากผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าเอกชน ขอให้ช่วยกันคิดหน่อยว่าการจะทำงานด้วยกันเพื่อปรับราคาของก๊าซธรรมชาติให้เข้าสู่มาตรฐาน และการขยับขึ้นตามมติครม.จะขยับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์เท่านั้น แม้ว่ากลุ่มนี้จะไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้บัตรเครดิตพลังงานหรือได้ส่วนลดแต่เชื่อว่าการขึ้นในเดือนแรกๆหลายเดือนก็อยู่ในระดับ 50 สตางค์ถึง2บาทเท่านั้นเอง ดังนั้นเวลาที่จะปรึกษาหารือกันต้องเข้าใจว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ตั้งใจทำให้ท่านเดือดร้อน แต่ถ้ามีความไว้วางใจกันและกันเชื่อว่าเราคุยกันได้ รัฐบาลไม่อยากดึงดันอะไรแต่การปรับจะเป็นการค่อยๆปรับ ถ้าการที่เป้าหมายของการปรับสุดท้ายมันดูจะสูงไปและเทียบเคียงกับดีเซลไม่ได้ยังมีเวลาที่จะคุยกัน” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ อธิบายถึงการดูแลผู้ประกอบการรถร่วมบริการอีกว่า เพราะค่าโดยสารถูกควบคุม แต่ในกลุ่มขนส่งสินค้าเราได้ควบคุมค่าขนส่งสินค้า ดังนั้นในกลุ่มใหญ่ที่คำนวณค่าขนส่งอิงดีเซลนั้น ตนจึงอยากปรึกษากับผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งสินค้าว่าในส่วนนที่จะมีการปรับราคาNGVที่ทำให้ต้นทุนขยับขึ้นมาบ้าง จึงขอให้เทียบเคียงว่าตรงไหนที่NGVขยับราคาขึ้นไปแล้วไม่ค่อยเป็นธรรม ทั้งนี้ในช่วงบ่ายตนและนายพิชัย นริพทพันธ์ รมว.พลังงาน จะหารือกับผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่ง
นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของแท็กซี่นั้นจะมีตัวแทนเข้ามาเป็นคณะทำงาน โดยมีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงานกระทรวงพลังงาน (สนพ.) ร่วมเป็นคณะทำงานในการหารือกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ที่จะคุยถึงการได้ประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ด้วย อาทิ เรื่องสถานีบริการถ้าจุดไหนน้อยเกินไป ก็ช่วยกันคิด เพราะรัฐก็มีที่ดินของหน่วยงานราชการ กรมธนารักษ์ รัฐวิสาหกิจ ที่จะให้บริการประชาชน และในส่วนของค่าโดยสารของรถแท็กซี่ยังถูกควบคุมโดยกรมการขนส่งทางบก ส่วนรถร่วมบริการฯก็ยังอยู่ในการควบคุมเช่นกัน ดังนั้นการจะปรับราคาต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่ง
รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า ส่วนท่าทีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ท่านยินดีรับฟังปัญหา แต่เมื่อช่วงเช้านั้นท่านก็โกรธๆตนนิดหน่อยสงสัยสื่อสารไม่ค่อยชัดเจน ตนก็รับว่าส่วนไหนที่สื่อสารไม่ชัดก็จะสื่อสารให้ดีเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และยังกำชับให้มีการพูดคุยกัน และให้อธิบายมติครม.เดิมให้ผู้ประกอบการเข้าใจและร่วมกันคิด ซึ่งตนก็ได้กราบขอโทษขอโพยไปว่าอาจจะชี้แจงไม่ดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการให้สัมภาษณ์นายกิตติรัตน์ก็ได้ขึ้นไปยังตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) เพื่อหารือกับผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งภาคเอกชนทันที และหลังจากนั้น ก็ได้เข้าหารือกับผู้ประกอบการรถร่วมบริการที่ตึกบัญชาการ 1



