ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'เมินแก้มติครม.ขึ้นเอ็นจีวี

'ยิ่งลักษณ์'เมินแก้มติครม.ขึ้นเอ็นจีวี

09 ม.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์' เมินแก้มติ ครม. ขึ้นเอ็นจีวี ระบุต้องเป็นไปตามกลไกตลาด พร้อมลั่นหลักประกันสุขภาพต้องเท่าเทียม

                 9 ม.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มแท็กซี่ผู้ชุมนุมคัดค้านการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี โดยขอให้แก้ไขมติ ครม.เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2554  ว่า เรื่องนี้ได้เจรจาเรียบร้อยแล้วกับกลุ่มแท็กซี่ ซึ่งเขาก็เข้าใจแล้ว โดย ที่เราจะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หากดูราคาเอ็นจีวีแล้ว คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ  รัฐบาลไปตรึงราคาก็คงไม่ได้ นี่เป็นแนวทางการแก้ปัญหาอย่างดีที่สุด

                 "เราก็เข้าใจว่าในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้  ผู้ที่มีความจำเป็นโดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่แท็กซี่จะรับปัญหานี้โดยตรง ซึ่งที่จริงแล้วรัฐบาลมีโครงการบัตรเครดิตพลังงาน ซึ่งโครงการนี้จะช่วยแห้ปัญหาได้ตรงจุด แต่ขณะนี้จะติดเรื่องการผลิตบัตรที่มีความล่าช้าจึงไม่ทันในช่วงนี้ แต่ยืนยันว่าจะหาทางออกให้ ส่วนจะมีมาตรการใดเพิ่มหรือไม่นั้นรัฐบาลขอรับเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบภายหลัง  และคิดว่ากลุ่มแท็กซี่ก็เข้าใจและต้องคุยกันเพื่อหาแนวทางต่อไป" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มแท็กซี่ยอมรับข้อเสนอนี้ได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเขาก็รับเรื่องราวนี้กลับไปเพื่อหารือกันในกลุ่มและคิดว่าคงเข้าใจกันซึ่งจะขึ้นราคาไปประมาณ 4 เดือนและค่อยคุยกันถึงการแก้ไขในระยะยาวกับกลุ่มผู้ขับแท็กซี่อีกครั้ง เบื้องต้นวันนี้คือการรับฟังเรื่องราว หลังจากนี้รัฐบาลจะตั้งทีมงานขึ้นมาศึกษารายละเอียดร่วมกันแต่ยืนยันว่าเจตนาของรัฐบาลต้องการที่จะให้เป็นไปตามกลไกตลาดแต่ก็ต้องประคองค่าครองชีพ รายจ่ายของผู้ขับแท็กซี่ด้วย

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุม ครม. พรุ่งนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ยังค่ะ ขอนำเรื่องนี้เจ้าที่ประชุม กรรมการพลังงานแห่งชาติก่อนหลังจากนั้นหากมีผลอย่างไรก็จะแจ้งให้ ครม. ทราบภายหลัง"

                 เมื่อถามว่า จะทบทวนมติ ครม. ที่จะขึ้นราคาก๊าซหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าไม่ต้องทบทวนอะไร เบื้องต้นมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และนายพิชัย นริพทะพันธ์ รมว.พลังงาน เข้าไปหารือแล้ว  จากนั้นคงต้องฟังปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนแล้วนำมาแก้ไข อย่าพูดว่าจะทบทวนมติ ครม. เพราะมติได้ออกมาเป็นแบบนี้ แต่ต้องดูว่าจะดูแลผู้ใช้อย่างไรต่างหาก ซึ่งเราจะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา

 

"นายกฯ"ลั่นหลักประกันสุขภาพต้องเท่าเทียม

                 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการมอบนโยบายด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในการประชุมคณะ กรรมการหลักประสุขภาพแห่งชาติ ที่ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี โดยมีนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข ให้การต้อนรับ

                 ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงนั้นกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ได้เข้ายื่นข้อเสนอภาคประชาชนต่อการพัฒนาระบบบริการสุขภาพต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยการยื่นหนังสือครั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาแห่งชาติเดินหน้าต่อไปและลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมให้เป็นระบบสุขภาพมาตราฐานเดียวทั้งประเทศโดยกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพได้ร่วมกับเครือข่ายผู้เสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ เครือข่ายผู้ป่วยโรคไต โรคมะเร็ง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี เสนอแนวทางการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติโดยขอให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทบทวนนโยบายการเก็บเงินสมทบ 30 บาทและให้รัฐบาลดำเนินการให้ระบบสุขภาพของประเทศเป็นมาตราฐานเดียวกันด้วยการสนับสนุนงบประมาณในการดูแลสุขภาพของผู้ประกันตนพร้อมกันนี้ขอให้รัฐบาลสนับสนุนและผลักดันให้รัฐสภาเร่งพิจารณาร่าง พรบ คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข และขอให้เพิ่มค่าใช้จ่ายในการจ่ายต่อโรคในการรักษาพยาบาล (drg) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เท่ากับระบบสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ

                 นอกจากนี้ กลุ่มคนรักประกันสุขภาพยังได้ขอให้รัฐบาลดำเนินการตามมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ กรณี นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ นายกฯสมาคมโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเป็นปฎิปักษ์ต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 อย่างไรก็ตามภายหลังการรับหนังสือ น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่มายื่นหนังสือขอรับเรื่องนี้ไว้และจะนำไปหารือร่วมกับคณะกรรมการและรัฐมนตรี ทั้งนี้ยืนยันว่าหลักประกันสุขภาพที่รัฐบาลสนับสนุนเน้นความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันทุกคน

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ได้มอบเสื้อสีดำขลิบชมพูให้กับ นายกฯเป็นที่ระลึกและเชียร์นายกฯใส่ทันที ซึ่งนายกฯได้จับเสื้อของตนเองที่วันนี้ใส่สีชมพู พร้อมกับบอกว่า เราเสื้อสีเดียวกัน แต่นายกฯก็ไม่ได้ใส่เสื้อตามแรงเชียร์ดังกล่าว