
คิดรอบทิศก่อนติดเครื่องปาร์ตี้
คิดรอบทิศ ก่อนติดเครื่องปาร์ตี้
จากเหตุถูกทำร้ายในผับของนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง "ปลาวาฬ" วรสิทธิ อิสสระ กรรมการผู้จัดการศรีพันวา รีสอร์ทหรูระดับหกดาว กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ หลายคนที่รู้จักตัวตนของผู้ชายคนนี้ต่างเข้าใจว่าเป็นคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ และต่างส่งความห่วงใยไปให้อย่างมากมาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นอุทาหรณ์ของคนในสังคมที่จะระมัดระวังตัวเองมากขึ้นเมื่อตัดสินใจที่จะออกไปเที่ยวในเวลากลางคืน
เริ่มจากสาวนักธุรกิจเจ้าของแบรนด์น้องใหม่ "ยูนา" อย่าง "ยูกิ" อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ ออกตัวทันทีว่า ตั้งแต่เริ่มทำงานอย่างจริงจังไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกลางคืนเหมือนสมัยก่อนแล้ว แต่จะไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ในกลุ่มตามโอกาสสำคัญๆ เท่านั้น และจะไม่ไปในร้านที่มีคนแออัดเป็นอันขาด
"เมื่อก่อนที่เที่ยวก็ไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นร้านอะไรพิเศษ แต่สำคัญคือจะไม่ชอบไปร้านที่มีคนเที่ยวเยอะๆ เพราะเราจะคิดเสมอว่าถ้าภายในร้านคนเยอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาคงหนีไม่รอดแน่ๆ ถ้าจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ จะปรึกษากันว่าจะไปร้านไหน แล้วจะอยู่ที่โต๊ะเราโต๊ะเดียวไม่เคยไปยุ่งกับโต๊ะอื่น เพราะทุกครั้งที่ไปเราจะเน้นว่าไปเจอเพื่อนๆ เจอคนรู้จักคุยกันแบบนั้นมากกว่า ดังนั้นร้านที่ไปจะเป็นร้านนั่งชิลๆ ไม่ได้เต้นกระจาย แต่ร้านแบบนี้แน่นอนว่าต้องมีคนมึนเมาซึ่งเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ยูกิก็เคยเห็นคนทะเลาะกันในร้านนะ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายเอาขวดทุบหัวปาขวดใส่กัน แต่เราจะพยายามอยู่ให้ห่างที่สุด เพราะไม่อยากโดนลูกหลงแล้วรอการ์ดของร้านมาจัดการ ยิ่งในร้านคนแน่นและร้อน พอมีแอลกอฮอล์เข้าไปยิ่งทำให้ขาดสติเข้าไปใหญ่ อะไรนิดหน่อยก็หงุดหงิดโกรธกันแล้ว ถ้าเมื่อไรที่ยูกิไปเที่ยวแล้วรู้สึกไม่สนุกแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะกลับทันที ยิ่งช่วงนี้ทำงานตื่นเช้าตกเย็นก็เหนื่อยจากงาน เลยไม่อยากไปไหนอยากพักผ่อนมากกว่า" ดีไซเนอร์สาวแจง
ว่าที่มหาบัณฑิตหนุ่มด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล "ปิ๊ง" ฐิตวัฒน์ วัชโรทัย ยอมรับว่ายังมีออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนๆ บ้าง แต่ไม่บ่อยครั้งเหมือนสมัยก่อน ซึ่งกลุ่มเพื่อนๆ ที่เที่ยวด้วยกันจะเน้นไปร้านที่คนน้อยๆ บรรยกาศดีๆ ส่วนใหญ่จึงเป็นร้านประเภทบาร์มากกว่าเพราะเสียงไม่ดัง เน้นไปเจอเพื่อนๆ และคุยกันเป็นหลัก
"เวลาผมไปเที่ยวจะไปกันตั้งแต่ 4-10 คน ก่อนไปพวกผมจะปรึกษากันก่อนว่าจะไปร้านไหน ดูว่าร้านนี้คนเที่ยวเป็นแบบไหนด้วย เพื่อความปลอดภัยของพวกเรา เพราะคนเที่ยวกลางคืนมีหลายประเภท ทั้งแบบตั้งใจไปเมา ตั้งใจไปหาเพื่อน หรือบางคนตั้งใจไปหาเรื่องเลยก็มี ซึ่งถ้ามาแบบนี้ผมจะไม่ยุ่งด้วยเลย ผมเคยเจอคนประเภทนี้เหมือนกัน คือ เดินเข้ามาหาเรื่องผมเหมือนอยากโชว์พาว ผมก็เดินหนีบ้างขอโทษขอโพยไปบ้าง ไม่อยากสู้เพราะไม่อยากมีเรื่องอยู่แล้ว ผมเคยเจอคนทะเลาะกันในร้านนะ สำหรับผมแล้วใช้วิธีวิ่งหนีอย่างเดียว (หัวเราะ) เรื่องศักดิ์ศรีไม่ต้องคิดถึงแล้ว ผมว่าการที่เราจะไปเที่ยวกลางคืน ต้องเซฟตัวเองด้วยต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด เมานิดหน่อยได้แต่ต้องมีสติทุกครั้งที่ดื่ม" ปิ๊ง ฝากเตือนสติ
เช่นเดียวกับ "แอ้ม" ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ บัณฑิตหมาดๆ ด้านการแสดง จากมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน เมืองผู้ดี ยอมรับว่าตัวเองยังอยู่ในวัยที่อยากปาร์ตี้สังสรรค์ โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษอย่างงานวันเกิดเพื่อน หรือปาร์ตี้ในกลุ่มเพื่อนสนิทในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันก็ใช่ว่าจะไปทุกที่ ส่วนใหญ่จะเลือกร้านที่คนไม่มากเกินไป และมีความปลอดภัยสูง
"แอ้มกับเพื่อนๆ จะชอบร้านนั่งชิลชิล แบบคนไม่เยอะ คุยกับเพื่อนได้ เสียงไม่ดังมาก ไปแต่ละครั้งจะเตือนตัวเองว่าต้องมีสติ เพราะสิ่งยั่วยุเยอะอาจจะหลงไปตามบรรยากาศได้ โชคดีที่ไม่ค่อยดื่มเลยค่อนข้างปลอดภัย แต่ถ้าดูท่าทางจะมีภัยมา หรือมีคนเข้ามาเกาะแกะก็อาจจะให้เพื่อนผู้ชายเป็นเกราะป้องกัน หรือถ้าไปห้องน้ำก็เอาเพื่อนไปด้วย ถ้ามีคนแปลกหน้าชวนคุยก็จะไม่คุยมาก ขณะเดียวกันก็ไม่หยิ่งมากจนเขาหมั่นไส้ คุยแบบไม่ให้เสียมารยาทดีกว่า ส่วนเรื่องตีกันในผับก็เจอบ้างนะ พอมีเรื่องเราก็อย่าสนใจหรือเข้าไปใกล้ แอ้มว่าผับในเมืองไทยมีโอกาสเกิดเรื่องเยอะ อาจจะเพราะคนไทยดื่มหนัก หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยยังหละหลวม อย่างเมืองนอกความปลอดภัยเยอะกว่าเป็นระบบมากกว่า แต่ไม่ว่าจะอย่างไรมีสติไว้ดีที่สุด" บัณฑิตสาวด้านการแสดง แสดงความเป็นห่วง
ร้อยแปดเหตุผลสำหรับคนเที่ยวกลางคืนมีทั้งเหตุจำเป็นและไม่จำเป็นต้องไป แต่สำหรับนักธุรกิจด้านสิ่งทอเพื่อการส่งออก และนักสะสมตัวยง อย่าง "บอย" ดร.เชษฐา ส่งทวีผล บอกว่าแทบไม่เคยแวะเที่ยวหลังพระอาทิตย์ตกดินเลย เพราะส่วนตัวไม่ชอบสถานที่แออัด ยิ่งเมื่อก่อนอนุญาตให้สูบบุหรี่ข้างในได้ ยิ่งไม่อยากไป แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จะเลือกไปแต่หัวค่ำ และถ้าคนเริ่มมากก็จะออกมาอยู่นอกร้าน
"เรื่องตีกันไม่ค่อยเจอนะ เพราะไม่เคยอยู่จนดึก อย่างมาก 2-3 ทุ่มก็ขอกลับบ้านแล้ว ผมว่าเวลาตีหนึ่งตีสองเป็นยามวิกาล เราไม่รู้ว่าคนมาเที่ยวเป็นใครมาจากไหนบ้าง นิสัยใจคอก็ไม่รู้ ยิ่งตอนเมายิ่งน่ากลัว ตำรวจก็ออกเวรกันแล้ว ไม่ปลอดภัยแน่ๆ ส่วนใหญ่อุบัติเหตุ อาชญากรรม ทำร้ายร่างกายก็เกิดหลังเที่ยงคืนทั้งนั้น จริงๆ เปิดปิดกี่โมงไม่น่ามีปัญหา แต่ต้องควบคุมระดับการดื่ม พนักงานน่าจะงดบริการคนที่ดูแล้วเริ่มเมา ส่วนเรื่องความปลอดภัยบ้านเราไม่เข้มงวดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ตรวจบัตรประชาชน แล้วแตะตัวพอเป็นพิธี ไม่ได้เช็กละเอียดว่าใครเอาอาวุธอะไรเข้าไปบ้าง ไม่มีเครื่องสแกนปืน มีด ระเบิด บางครั้งซ่อนมิดชิดก็เล็ดลอดไปได้ ผมว่าคนเที่ยวเองก็เอาตัวเองไปเสี่ยงด้วยกับสถานที่แบบนี้ หลีกเลี่ยงได้ก็น่าจะดี" หนุ่มไม่ชอบเที่ยว แนะให้คิด
เหตุร้ายเกิดขึ้นได้ทั้งที่คาดคิดและไม่คาดคิด "คุ้ม" หรือไม่ กับ "ภัย" ที่มาพร้อมความสนุกสนานยามค่ำคืน คุณเท่านั้นที่รู้ดี



