
สหรัฐเผยโฉมผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายใบหน้า
หมอมะกันพาผู้ป่วยปลูกถ่ายใบหน้าออกเปิดตัวครั้งแรก ย้ำเป็นการผ่าตัดครั้งแรกในโลก พบเปลี่ยนโฉมเกือบทั้งหน้า เหยื่อวอนคนอย่ามองที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะไม่รู้ว่าวันหนึ่งจะเจอเข้ากับตัวเองเมื่อไหร่
นางคอนนี คัลพ์ วัย 46 ปี ชาวรัฐโอไฮโอในสหรัฐที่ถูกสามีใช้ปืนยิงเข้าที่ใบหน้าเมื่อ 5 ปีก่อน จนต้องรับการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อใบหน้าใหม่เกือบทั้งหมด ออกมาเปิดเผยตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม เพื่อยืนยันความสำเร็จของแพทย์ ซึ่งลงมือปลูกถ่ายใบหน้าให้เธอเป็นคนแรกในสหรัฐ
นางคัลพ์ ที่มีลูก 2 คน ปรากฏตัวต่อสาธารณชนพร้อมใบหน้าใหม่ พร้อมกล่าวขอบคุณคณะแพทย์ และครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ยินยอมให้นำใบหน้าของผู้เสียชีวิตมาปลูกถ่ายให้ จนทำให้มีใบหน้ากลับมาเหมือนปกติ โดยเธอเผยว่า ครั้งแรกที่แพทย์ไรซัล ดีโจฮาน ศัลยแพทย์พลาสติกที่คลินิกเห็นเธอในสภาพใบหน้าที่เพิ่งถูกยิงได้เพียง 2 เดือน แพทย์ดีโจฮานบอกกับตัวเองว่า ไม่คิดและไม่แน่ใจว่าจะทำได้ แต่จะพยายาม และตอนนี้ตัวเองก็มานั่งอยู่ที่นี่ 5 ปีต่อมา นายแพทย์ผู้นี้ทำอย่างที่เคยบอกเอาไว้ได้ ทำให้มีจมูกแล้ว ก่อนจะหัวเราะ ขณะที่นางมาเรีย ซีมิโอโนว ผู้อำนวยการการวิจัยด้านศัลยกรรมพลาสติกของคลินิกแห่งนี้กล่าวว่า ทุกคนคิดว่าการผ่าตัดนี้ช่วยเปลี่ยนชีวิตเธออย่างมาก
นอกจากนี้ นางคัลพ์ที่มีใบหน้าน่ากลัวจนทำให้ผู้ใหญ่ผวาหรือเด็กวิ่งหนี ยังขอให้ผู้คนอย่าตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก โดยกล่าวว่า เมื่อใครก็ตามที่มีรูปร่างผิดส่วน ไม่สวยเหมือนคนอื่น ขอให้อย่าตัดสินคนเหล่านี้ เพราะคุณไม่มีทางรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา
"อย่าตัดสินคนที่ดูไม่เหมือนกับคุณ เพราะคุณไม่มีทางรู้ได้ว่าวันหนึ่งคุณจะถูกพรากมันไปเมื่อไหร่" นางคัลพ์กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว นางคัลพ์ ถูกสามีใช้ปืนยิงเข้าที่ใบหน้าจนอวัยวะสำคัญหลายชิ้นยุบหายไป ทั้งจมูก เพดานปาก และเปลือกตาล่าง เคยเข้ารับการผ่าตัดถึง 30 ครั้งเพื่อกู้ใบหน้าขึ้นมา ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่คลีฟแลนด์ คลินิก ในรัฐโอไฮโอ เป็นการผ่าตัดยาวนานถึง 22 ชั่วโมง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเปิดเผยตัวตนนางคัลพ์มาก่อนเลย
การผ่าตัดปลูกถ่ายเนื้อเยื่อบนใบหน้าในปัจจุบันถือเป็นการผ่าตัดที่ยุ่งยากและซับซ้อนอย่างมาก อีกทั้งการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าให้นางคัลพ์ ซึ่งเป็นการทำหน้าใหม่เกือบทั้งหมดราวร้อยละ 80 ยังถือเป็นกรณีแรกที่เกิดในโลกที่มีการนำกระดูก กล้ามเนื้อ ผิวหนัง เลือด หลอดเลือด และเส้นประสาทมาปลูกถ่ายด้วย เพราะการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อใบหน้าในครั้งก่อนๆ มักเป็นการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อแค่บางส่วนของใบหน้าเท่านั้น โดยแพทย์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคงเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดง เส้นประสาท ตลอดจนเนื้อเยื่อบาง กับโครงกระดูกที่ได้รับจากผู้บริจาคเอาไว้
ส่วนของการผ่าตัดนั้น ศัลยแพทย์ได้ลอกเนื้อเยื่อใบหน้าของผู้หญิงที่เสียชีวิตแล้วมาปลูกถ่ายบนใบหน้าของนางคัลพ์ใหม่เกือบทั้งหมด ยกเว้นบริเวณหน้าผาก เปลือกตาบน ริมฝีปากล่างและคาง โดยทีมศัลยแพทย์ซึ่งมีทั้งหมด 11 คน ต้องเชื่อมต่อเส้นเลือดทั้งหมดเพื่อฟื้นฟูการไหลเวียนโลหิตก่อนจะเริ่มผ่าตัดใบหน้า
ทั้งนี้ นางคัลพ์ซึ่งถูกยิงจนกระดูกและอวัยวะสำคัญบนใบหน้ายุบหายไป ต้องหายใจและรับประทานอาหารผ่านทางสายยางที่สอดเข้าไปในหลอดลม แต่หลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายเนื้อเยื่อใบหน้าใหม่ ก็ทำให้กลับมารับประทานอาหารและหายใจได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดใบหน้าของนางคัลพ์เกิดบวมและย้อยลงมา ทำให้คำพูดของเธอฟังไม่ค่อยชัด ส่วนนายโธมัส สามีของนางคัลพ์ที่เป็นผู้ก่อเหตุยังคงถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ หลังถูกตัดสินจำคุก 7 ปีจากการกระทำของตัวเอง ซึ่งนายโธมัสพยายามจ่อยิงเพื่อฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่ไม่สำเร็จ



