
'ยุทธศักดิ์'ชี้แก้รธน.รอฟังความเห็น'นายกฯ'
'ยุทธศักดิ์' ชี้ แก้รธน.ต้องรอฟังความเห็นจาก 'นายกฯ' ระบุยังไม่ได้ข้อยุติ และมีการแสดงความเห็นจากหลายฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ย้ำทหารไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ด้าน 'ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมาร์' เข้าเยี่ยมคำนับ 'รมว.กลาโหม' ขอให้ไทยช่วยเหลือด้านกีฬา
9 ม.ค.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงกรณีที่นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ หรือ คอ.นธ. เสนอให้แต่งตั้งกรรมการ 34 คน ยกร่างรัฐธรรมนูญแทน ส.ส.ร.ว่า ตอบไม่ได้จริงๆ ถ้าตอบได้จะตอบ ขณะนี้ยังจับประเด็นไม่ได้ และรู้สึกว่ายังมีความเห็นจากหลายฝ่าย ถ้าพูดไปทางใดทางหนึ่งจะไม่ถูกต้อง ดังนั้นจะต้องดูรัฐบาลว่าจะมีแนวทางอย่างไร ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ 10 ม.ค. นายกรัฐมนตรีจะให้แนวคิดกับเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องดูกันอีกครั้ง แต่ทางทหารจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ ส่วนแนวทางการตั้ง ส.ส.ร. ถือเป็นแนวทางหนึ่ง เพราะว่าเมื่อตั้งขึ้นมาแล้ว และ ส.ส.ร.มาจากบุคคลหลายฝ่ายก็จะทำให้ความคิดหลากหลายการทำอะไรควรจะต้องมีการตุ๊กตาขึ้นมา และตบแต่งให้ดี กว่าจะมีมติออกมาก็จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนจะไปบอกว่าซ้าย หรือ ขวา ยังตอบไม่ได้
เมื่อถามว่า กังวลเสถียภาพของรัฐบาลหรือไม่ เพราะตอนนี้มีปัญหาหลายเรื่อง ทั้งม็อบ และการแก้ไข รธน. พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาล และแต่ละกระทรวง คงจะแก้ไขปัญหาได้ และมีวิธีการที่จะแก้ไขได้ ทุกคนจะต้องช่วยกัน ทางทหารคงจะดูอยู่ข้างนอกเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ทหารจะไม่เข้าไปยุ่งรายละเอียดของแต่ละกระทรวง ทั้งนี้ ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ได้มีการพูดถึงกรณีที่รัฐบาลจะมีการแก้ไข รธน. หากมีการพัฒนาอะไรคงจะต้องมีการดูกันอีกครั้ง ส่วนแนวคิดของ คอ.นธ.ที่ต้องการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออกไปนั้น เรื่องนี้ตนขอดูรายละเอียดก่อน ที่สำคัญความคิดของประชาชนตอนนี้ออกมาหลากหลายมาก บางท่านก็เห็นด้วย บางท่านก็ไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ตนไม่ได้มีอาชีพโดยตรงทางกฎหมาย และไม่ได้สถาปนิกทางกฎหมาย
'ผบ.สส.เมียนมาร์'เยี่ยม'รมว.กลาโหม'ขอให้ไทยช่วยเหลือด้านกีฬา
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ให้สัมภาษณ์ภายหลัง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำ พล.อ.MIN AUNG HLAING (มิ้น อ่อง ไหล่) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เข้าเยี่ยมคำนับระหว่างเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 8-12 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการหารือประเด็นการกระชับความสัมพันธ์ทางด้านการทหารของทั้งสองประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจ และกีฬา โดยสหภาพเมียนมาร์ขอให้ไทยเข้าไปให้ความช่วยเหลือในด้านกีฬาของสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์ ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในอีก 2 ปีข้างหน้า ฐานะที่ไทยมีประสบการณ์ทางด้านกีฬา
ทั้งนี้ทั้งสองประเทศได้สร้างความซาบซึ้งเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงช่วยเหลือดูแลในด้านโรงเรียน อุทกภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่ไปลงทุนในสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์ อย่างไรก็ตาม สาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์ มีความพอใจในรัฐบาลชุดนี้ และคิดว่านับตั้งแต่วันนี้จะมีการเปิดพรมแดนเพื่อเดินทางไปมาหาสู่กันมากขึ้น
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า การเดินทางเยือนประเทศไทยของ พล.อ.มิ้น อ่อง ไหล่ ถือเป็นคนสำคัญทางด้านการทหาร และทางการเมือง ของสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์ ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งนี้มีแนวทางที่จะเปิดพรมแดนถาวรเพิ่มเติม โดยเฉพาะเส้นทางท่าเรือน้ำลึก นอกจากนี้ผู้ช่วยทูตของสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์จะต้องพูดภาษาไทยได้ โดยจะมีการเปิดการศึกษาสำหรับโรงเรียนเสนาธิการทหารของไทยให้ทหารสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์ โดยปีแรกจะเรียนภาษาไทย และปีที่สอง จะเรียนเสนาธิการทหาร ซึ่งผู้ช่วยทหารของทั้งสองประเทศจะต้องพูดให้ได้เพราะจะได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด รวมถึงการซ่อมเขื่อนที่เมียวดี โดยเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตาม ก็ให้ทหารเข้าไปช่วยดูแลเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน เพราะในแม่น้ำเมยการสร้างเขื่อนจะมีความได้เปรียบเสียเปรียบจึงอยากให้เกิดความยุติธรรม และเท่าเทียมกัน



