
'แท็กซี่'หน้ารร.ขูดรีดนักท่องเที่ยว
'แท็กซี่'หน้าโรงแรม ขูดรีด...นักท่องเที่ยว : โต๊ะรายงานพิเศษ
ภาพลักษณ์ของแท็กซี่ในเมืองหลวงไม่ค่อยจะสู้ดีนัก โดยเฉพาะในสายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีผู้โดยสารประสบเหตุไม่ดีกับการใช้บริการแท็กซี่ที่จอดอยู่ตามโรงแรมต่างๆ และได้โพสต์ข้อความระบายความรู้สึกไว้ตามเว็บบอร์ดสนทนาต่างๆ ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพนักงานโรงแรมหลายแห่ง ตามตื๊อและล่อลวงให้นักท่องเที่ยวใช้บริการแบบเหมาจ่าย ซึ่งผู้โดยสารต้องจ่ายแพงกว่าการกดมิเตอร์หลายเท่า
"คม ชัด ลึก" ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนานหลายเดือนพบว่าตามโรงแรมใหญ่ๆ หลายแห่งใน กทม.โดยเฉพาะย่านที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพัก อาทิ ย่านสีลม สุขุมวิท และย่านปทุมวัน ตลอดจนย่านเศรษฐกิจใหญ่ อย่างโบ๊เบ๊ และประตูน้ำ จะมีกลุ่มแท็กซี่ร่วมกับพนักงานโรงแรมบางรายมีพฤติกรรมไปในทางล่อลวงนักท่องเที่ยวให้ใช้บริการและเรียกเก็บค่าโดยสารในอัตราแพงกว่าปกติ
โดยพฤติกรรมของแท็กซี่และพนักงานโรงแรมในแต่ละแห่งมีลักษณะคล้ายๆ กันคือ ทันทีที่ลูกค้าของโรงแรมโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินออกจากโรงแรมเพื่อไปท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ พนักงานโรงแรมจะเข้าไปเจรจาเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้บริการรถแท็กซี่โดยจะเรียกค่าบริการอัตราแพงกว่าปกติ หากตกลงกันได้พนักงานโรงแรมจะโทรศัพท์เรียกให้แท็กซี่ซึ่งเป็นพรรคพวกที่จอดรออยู่ข้างโรงแรมบ้างหลังโรงแรมบ้าง หรือตามถนนใกล้หน้าโรงแรมบ้าง ขับเข้ามาจอดรับ แต่หากตกลงไม่ได้นักท่องเที่ยวจะต้องเดินออกจากโรงแรมไปในระยะทางไกล เนื่องจากพนักงานโรงแรมจะไม่อนุญาตให้รถแท็กซี่จากภายนอกเข้ามารับผู้โดยสาร
น.ส.โยวซง หลิน นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันวัย 27 ปี เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านโบ๊เบ๊ ยอมรับว่า เคยถูกพนักงานโรงแรมหลอกล่อให้ใช้บริการแท็กซี่แบบเหมาจ่าย เพื่อเดินทางไปเที่ยวที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ในอัตราค่าโดยสาร 500 บาท ซึ่งหากใช้บริการแท็กซี่แบบกดมิเตอร์ค่าโดยสารไม่น่าจะเกิน 100 บาท
"คู่มือท่องเที่ยวระบุว่าวัดพระแก้วสวยอยากไปเที่ยวชม พนักงานโรงแรมตรงประตูทางเข้าบอกว่ามีแท็กซี่บริการจะไปหรือไม่ ราคา 500 บาท ถ้าหากออกไปเรียกแท็กซี่นอกโรงแรมจะไกลมาก จึงตกลง และเพียงไม่นาน ก็มีรถแท็กซี่มาจอดรับ" น.ส.โยวซง หลิน บอกผ่านล่ามและหลังจากเธอท่องเที่ยวในวัดพระแก้วและละแวกใกล้เคียงเสร็จแล้ว ก็เรียกแท็กซี่อีกคันกลับโรงแรมเสียค่าโดยสารตามอัตราค่ามิเตอร์เพียง 80 บาท
ไม่ต่างจาก "นายชาร์ค เดนนิส แคล" ชาวเนเธอร์แลนด์ เป็นอีกคนที่ต้องตกเป็นเหยื่อของพนักงานโรงแรมที่ร่วมกับแท็กซี่โก่งราคาค่าโดยสารเช่นกัน โดยเขาได้ติดต่อว่าจ้างรถลีมูซีนของทางโรงแรมให้ไปส่งที่เมืองพัทยาในอัตรา 4,500 บาท แต่เพื่อนบอกว่าราคาดังกล่าวแพงเกินไป พนักงานโรงแรมที่อยู่หน้าประตูจึงมาบอกว่ามีรถบริการค่าโดยสาร 3,000 บาท จึงตอบตกลงไป และมารู้ทีหลังจากเพื่อนคนไทยว่าหากใช้บริการรถแท็กซี่ที่มีมิเตอร์ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาทเท่านั้น
ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากแก๊งมาเฟียจัดคิวรถแท็กซี่ คนขับแท็กซี่ที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดหากเผลอมารับผู้โดยสานทับเส้นทางแก๊งเหล่านี้ จะถูกคุกคามโดยการข่มขู่ ทุบรถ จนกระทั่งรุมทำร้ายร่างกายก็มี!!
"มีกันแทบทุกโรงแรมที่หากินกันลักษณะนี้ พนักงานโรงแรมจะมีคนรู้จักแล้วชวนกันมาหากินกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วันที่ผมถูกทุบรถก็คิดไว้ในใจแล้วว่าคงจะเจอดี แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ ผู้โดยสารเขาให้ผมขับเข้าไปส่งหน้าโรงแรม แล้วมีผู้โดยสารอีกคนเรียกใช้บริการพอดี ผมก็รับออกมา ไม่ทันออกจากโรงแรม ก็มีคนกรูเข้ามาทุบกระโปรงรถ และข่มขู่ห้าม ผู้โดยสารก็กลัว ผมก็กลัว เลยรีบเหยียบคันแร่งฝ่าออกมาเลย" สมบูรณ์ คนขับแท็กซี่เล่าเหตุการณ์ระทึก
ด้าน "บุญชัย" คนขับรถแท็กซี่ วัย 40 ปีเศษ ประจำอยู่หน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่งย่านโบ๊เบ๊ ยอมรับว่า เป็นหนึ่งในแท็กซี่ที่ยินยอมให้พนักงานโรงแรมจัดหาผู้โดยสารให้แลกกับค่าหัวคิวที่จะต้องจ่ายตอบแทนพนักงานโรงแรมในแต่ละเที่ยวตามแต่จะตกลงกัน
"พนักงานโรงแรมจะหาผู้โดยสารซึ่งเป็นชาวต่างชาติให้จะคิดค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย เช่นจากโบ๊เบ๊ไปลาดพร้าวเหมากัน 500 บาท ราคานี้จะหักค่าหัวคิวให้พนักงานโรงแรมที่เรียกลูกค้าให้ 100 บาท หากเป็นค่าโดยสารปกติจากการกดมิเตอร์จะไม่เกิน 200 บาท" บุญชัยบอกถึงวิธีหาผู้โดยสาร
"บุญชัย" บอกด้วยว่าปัจจุบันมีแท็กซี่ประจำอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้เกือบ 20 คัน จะมีพนักงานโรงแรมจัดพื้นที่ด้านข้างโรงแรมไว้สำหรับจอดรอผู้โดยสาร พร้อมทั้งเป็นธุระจัดหาผู้โดยสารโดยเน้นชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางไปยังต่างจังหวัดเป็นหลัก เพราะจะสามารถเรียกค่าบริการได้สูง โดยทุกครั้งจะเหมาจ่ายไม่มีการกดมิเตอร์
"รถแท็กซี่แบบเหมาจ่ายนั้นมีทั้งแท็กซี่ปกติและป้ายดำ ซึ่งมีความสนิทสนมกับพนักงานโรงแรม หรือเป็นบุคคลที่พนักงานโรงแรมนำมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารเอง พนักงานโรงแรมจะทำหน้าที่ติดต่อนักท่องเที่ยวให้และตกลงราคาค่าโดยสาร จะบวกค่าหัวคิวไว้ล่วงหน้า เช่นค่าโดยสาร 1,500 บาท พนักงานโรงแรมจะหักค่าหัวคิวไว้ 300 บาท ที่เหลือเป็นของคนขับ แต่บางแห่งจะมีคนจัดวิน มีการเรียกเก็บค่าวินอย่างเป็นระบบ มีค่าแรกเข้าหลักหมื่นถึงหลักแสนแล้วแต่ทำเล" บุญชัยกล่าว
ขณะที่ นายขจรวีระใจ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับว่า รับทราบปัญหาพนักงานโรงแรมร่วมกับแท็กซี่โก่งค่าโดยสารนักท่องเที่ยวมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งกำลังหาทางแก้ไขอยู่ โดยได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการโรงแรมแล้ว แต่ทำได้ยากเพราะการกระทำลักษณะนี้ไม่เกี่ยวข้องกับทางโรงแรม เป็นการกระทำกันเองระหว่างพนักงานบางคนกับแท็กซี่ และเหตุเกิดภายนอกโรงแรมจึงยากต่อการควบคุม อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าเป็นวาระการประชุมของคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงในประเทศ เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วน เพราะเกรงจะกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
ด้าน พล.ต.ต.อดิศร์งามจิตสุขศรี ผบก.ทท.บอกว่า มีนักท่องเที่ยวน้อยรายที่จะร้องเรียนเรื่องแท็กซี่ร่วมกับพนักงานโรงแรมโก่งราคาค่าโดยสาร เพราะเขาไม่รู้ว่าถูกโกงหรืออาจไม่รู้ช่องทางการแจ้งเหตุ บางรายอาจตัดความรำคาญ ซึ่งจะกำชับให้ตำรวจกองกำกับการ 1 ตำรวจท่องเที่ยว ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเน้นพื้นที่ที่มีโรงแรมซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพักให้มากเป็นพิเศษ เช่นสีลม สุขุมวิท และปทุมวัน หากพบการกระทำลักษณะนี้ก็จะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย หากใครพบเห็นพฤติกรรมเช่นนี้สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง
............
(หมายเหตุ :'แท็กซี่'หน้าโรงแรม ขูดรีด...นักท่องเที่ยว : โต๊ะรายงานพิเศษ)



