
ทียูเอฟยิ้มส่งออกอาหารฉลุยทุ่มงบลงทุนผุดห้องเย็นเพิ่ม
ทียูเอฟมั่นใจส่งออกอาหารไทยยังเติบโตได้ดี แม้ภาวะเศรษฐกิจจะย่ำแย่ เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็น ตั้งงบลงทุนปีนี้ 2 พันล้านบาท ผุดห้องเย็นใหม่ พร้อมเดินหน้าสร้างโรงงานในรัฐจอร์เจียเพิ่มกำลังผลิต ประเมินยอดขายรูปเงินบาททั้งปีเติบโตไม่ต่ำกว่า 15%
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทียูเอฟ กล่าวว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมส่งออกอาหารของไทยปีนี้จะโตไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากภาคส่งออกอาหารยังเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน ประกอบกับสินค้าที่ส่งออกไปจากประเทศไทยยังมีราคาไม่แพงมากนัก แต่ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจะส่งผลให้คนบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง
ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะตั้งโรงงานใหม่มูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ มีกำลังการผลิต 4 ล้านหีบต่อปี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของทียูเอฟคือ บริษัทไทร-ยูเนี่ยน ซีฟู้ดส์ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ภายใต้เครื่องหมายการค้า "chicken of the sea" ขณะเดียวกันยังมีแผนที่จะปิดโรงงานที่อเมริกา ซามัวร์ โดยโรงงานดังกล่าวจะปลดคนงาน 2,000 คน และจะหยุดทำการผลิตในช่วงปลายเดือนกันยายน จะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ดีขึ้น
"ปีนี้คาดว่าบริษัทจะใช้งบลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท จากงบปกติแต่ละปีที่เคยใช้ประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งงบลงทุนปกติจะใช้เพื่อขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงรายการผลิต ส่วนงบที่เพิ่มขึ้นมานั้นจะเป็นในส่วนของการก่อสร้างห้องเย็นเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะซื้อที่เพื่อสร้างใหม่หรือซื้อห้องเย็นเดิมที่สร้างเสร็จอยู่แล้ว คาดว่าจะเสร็จพร้อมใช้ในไตรมาส 4 ปีหน้า ใช้เงินลงทุนทั้งหมดสำหรับสร้างห้องเย็นประมาณ 500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในจอร์เจียสหรัฐ" นายธีรพงศ์กล่าว
ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ ยอดขายในรูปเงินบาทจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% และในรูปดอลลาร์สหรัฐเติบโต 10% ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโตในทิศทางเดียวกับยอดขาย โดยมีจุดแข็งทางด้านฐานตลาดที่แข็งแกร่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ในส่วนของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม รวมทั้งมีกลุ่มพันธมิตรที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากการที่ค่าเงินบาทอ่อนมาอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ



