
เทพไทการันตี'ปู'ลงนครศรีฯปลอดภัย
เทพไท การันตี ยิ่งลักษณ์ ลงนครศรีฯปลอดภัย ไม่ต้องจัดทัพตรึงพื้นที่ เหตุถ้า ชาวบ้าน คนไหน ไม่ชอบ นายกฯ ก็นอนอยู่บ้านไม่ออกไปวุ่นวาย ปชป.จี้รัฐตอบน้ำท่วมเกิดจากอะไรก่อนขอเงินปชช. เสรีชี้แผนระยะสั้นและยาวของกยน.แก้ไม่ได้100%
วันที่ 8 ม.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าในวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้การลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม รับทราบว่ามีกองกำลังส่วนหน้าจำนวนมากได้ระดมมวลชน หน่วยราชการ รถ คนขับ ตำรวจปราบจลาจล โดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการส่วนหน้า ลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนมองว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อน เพิ่มความทุกข์ มากกว่าจะไปช่วยบรรเทาทุกข์
“ ผมอยากให้นายกฯสบายใจได้ว่าหากลงไปพื้นที่ จะไม่มีเหตุร้ายหรือความเสียหายเกิดขึ้น เหมือนครั้งที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯลงพื้นที่ในภาคเหนือและอีสานอย่างแน่นอน เพราะคนที่นี้เขาตกลงกันแล้วว่าหากใครไม่ชอบนายกฯก็จะอยู่กับบ้านไม่ไปสร้างความวุ่นวาย ” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ อยากเรียกร้องให้คณะทำงานของนายกฯ หยุดปิดกั้นการยื่นหนังสือจากชาวบ้านไปถึงนายกฯ โดยเฉพาะเรื่องการสร้างสะพานถาวรข้ามคลองกราย ต.กรุงชิง มูลค่า 50 ล้านบาท โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มูลค่า 1 พันล้านบาท และการสนับสนุนสร้างโครงการคณะแพทย์ศาสตร์ ม.วิทยาลัยลักษณ์ มูลค่า 1 พันล้านบาท หลังจากมีข่าวว่านายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.ศึกษาธิการจะยกเลิกการสนับสนุน
ปชป.จี้รัฐตอบน้ำท่วมเกิดจากอะไรก่อนขอเงินปชช.
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนที่รัฐบาลจะวางแผนใช้เงินจำนวน 3.5 แสนล้านในการทำโครงสร้างพื้นฐาน หรือบูรณะ ฟื้นฟูประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดอีกในอนาคต มีหนึ่งคำถามคือน้ำท่วมที่เกิดขึ้นมาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นเพราะอะไร และตนยังไม่เห็นว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำ (กยน.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) , ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) หรือใครก็ตามที่อยู่ในรัฐบาลออกมาระบุว่า สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดน้ำท่วม เกิดจากอะไร
"อยากให้รัฐบาลมีความกล้าในการออกมาพูดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อประชาชนส่วนที่ท่วมปีที่แล้วสาเหตุหลักเกิดจากอะไร จากโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอหรือพื้นที่รับน้ำไม่เพียงพอหรือเกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดของรัฐบาล และรัฐบาลจะเอาความผิดพลาดของตัวเองไปปิดซ่อนและใช้เงินอีกประมาณ 7 แสนล้านเพื่อปกปิดคงไม่ถูกต้อง“ โฆษก ปชป. กล่าวและว่า
สิ่งที่รัฐบาลพยายามพูดมาเสมอในช่วงต้น ที่เกิดน้ำท่วมว่า รัฐบาลชุดที่แล้วเป็นผู้เก็บน้ำไว้ คำถามคือหากรัฐบาลที่แล้วเป็นผู้เก็บน้ำไว้สถานการณ์ปีหน้าก็ไม่น่าหนัก เพราะขณะนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเองแล้ว เงิน 3 แสนล้าน 7 แสนล้านที่ลงทุนไปอาจไม่จำเป็น เพราะหากคิดว่ารัฐบาลที่แล้วที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ในขณะนี้สถานการณ์เป็นอย่างนี้หมายความว่า เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาด ซึ่งรัฐบาลต้องกล้าที่ออกมายอมรับ ก่อนที่จะมาขอเงินประชาชนไปใช้
นายชวนนท์กล่าวอีกว่า เวลานี้ไม่ว่าจะเป็นนายวีระพงษ์ รามางกูร ประธานกยอ. หรือนายกิตติรัตน์ ณ.ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง กระหายอย่างมากที่จะกู้เงินหรือล้วงเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ไม่เคยมีแผนใดรองรับ และไม่เคยได้ยินว่า จะสร้างอะไรที่ไหน และตนเชื่อว่าทั้ง 2 คนที่กล่าวมาก็ยังไม่ทราบ รัฐบาลเพียงต้องการมีเงินเข้ามากองไว้ในกระเป๋าก่อน อยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนเรื่องนี้และเปิดเผยข้อเท็จจริงว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีต่อประชาชนด้วยว่าเกิดจากอะไร จากนั้นจึงมากำหนดยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์ อย่าให้ประชาชนต้องมารับกรรมจากการทำงานที่ไร้ฝีมือ
ม.รังสิตประชุมระดมคนเมืองเอกหาแนวป้องน้ำท่วม
นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต จัดประชุมประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเมืองเอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยมีประชาชนเข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน รวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.)และน.ส.สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์ ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ โดยวาระการประชุม 6 วาระ ได้แก่ 1.การหาแนวทางการป้องกันน้ำท่วมภาพรวม 2.แนวคิดและแนวทางการป้องกันน้ำท่วมในชุมชนหมู่บ้านเมืองเอก 3.การแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมเมืองเอก 4.การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาทุนป้องกันน้ำหมู่บ้านเมืองเอก 5.การตัวแทนไปลงสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีหลักหก 6.การบริหารจัดการและบริหารจัดการนิติบุคคลของหมู่บ้านเมืองเอก
ทั้งนี้ นายอาทิตย์ กล่าวระหว่างการประชุมว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาไม่ได้มีเฉพาะผลเสีย โดยมีผลดีที่ทำให้คนในชุมชนเมืองเอกหันหน้าเข้ามาพูดคุยกันมากขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียนทำให้เรารู้ว่าในอนาคตเราต้องช่วยเหลือตนเอง ที่ต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ในชุมชนเพื่อให้อยู่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งแม้จะมีการจัดการระดับชาติ ที่มีการตั้ง กยน.ขึ้นมาแต่ดูเหมือนกับว่ายังไม่เป็นรูปธรรม และยังไม่ได้ข้อยุติที่มีความชัดเจน ทำให้ต้องมีการขอตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมกันหาแนวทางป้องกันน้ำท่วม
“เสรี”ชี้แผนระยะสั้นและยาวของกยน.แก้ไม่ได้100%
ด้านนายเสรี กล่าวว่า ตนอยากให้กยน. มีข้อสรุปที่เป็นรูปร่าง โดยขณะนี้มี 2 แนวทาง คือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะสั้นและระยะยาว แต่แผนระยะสั้นในบางแผนงานก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีความสำเร็จหรือไม่ แต่หากจะให้มีความสำเร็จมากที่สุดก็ต้องมีการขุดลอกคู คลอง เสริมคันดินและปรับปรุงประตูระบายน้ำ เพราะในปัจจุบันพื้นที่เขตเมืองหลวงได้ขยายตัวจนถึงประตูระบายน้ำพระอินทร์ ซึ่งก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นชานเมือง ขณะเดียวกันก็ต้องดูเรื่องการจัดการบริหารน้ำในพื้นที่โดยรอบด้วย เช่น การขยายคันกั้นน้ำพระราชดำริ ที่ต้องครอบคลุมถึงประตูระบายน้ำพระอินทร์ นอกจากนี้นายเสรี กล่าวอีกว่า แนวคิดการระบายออกเป็น 2 สายจากจ.นครสวรรค์ โดยสายแรก แบ่งลงแม่น้ำท่าจีน และสายที่ 2 ลงแม่น้ำเจ้าะพระยาโดยตรง ก็จะช่วยระบายน้ำได้รวดเร็วมากขึ้น รวมทั้งการขยายแม่น้ำชัยนาท-ป่าสัก สำหรับแผนระยะยาวการทำฟลัดเวย์นั้นต้องใช้ระยะเวลา
“ทั้งหมดไม่สามารถป้องกันน้ำได้อย่างยั่งยืนได้ 100% เพียงแต่เป็นการลดน้ำท่วมขังไม่ให้ท่วมขังเป็นระยะเวลานานเหมือนที่ผ่านมาเท่านั้น และท้ายที่สุดชุมชนก็ต้องเข้มแข็ง ” นายเสรี กล่าว
ขณะที่นางภารณี สวัสดิ์ศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการผังเมือง กล่าวยอมรับว่าผังเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นส่วนในการวางแผนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในเรื่องผังเมือง ส่วนการที่ภาคประชาชนจะออกมามีแนวความคิดร่วมกันพร้อมขับเคลื่อนแนวคิดก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เห็นว่าจะทำด้วยตัวเองตลอดไปคงไม่ได้ โดยต้องการความหวังจากรัฐที่จะเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือในการบริหารจัดการด้วย เพราะเราจะปล่อยให้ก่อกระสอบทราย หรือ ทำแนวบิ๊คแบค ทุกปีไม่ได้
“เหตุผลบางอย่างที่ผังเมือง กับสำนักการระบายน้ำทำงานร่วมกันไม่ได้ เพราะเกิดจากการแบ่งแยกกรม กอง กระทรวงต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องนี้ออกจากกัน ทำให้อาจที่จะเข้าไปก้าวก่ายงานของกันและกันได้ จึงอยากให้มีการทบทวนเรื่องนี้ด้วย ” นางภารณี กล่าว
ทั้งนี้วาระการเสนอตั้งคณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมหมู่บ้านเมืองเอกนั้น ในวันที่ 8 ม.ค. ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากที่ประชุมยังมีความเห็นหลากหลายเกี่ยวกับตัวบุคคลที่จะเป็นกรรมการ อีกทั้งหมู่บ้านเมืองมีหลายโครงการจำนวนมาก ทำให้ตัวแทนของแต่ละโครงการต้องไปหาข้อสรุปเพื่อส่งเป็นตัวแทนเข้าเป็นคณะกรรมการฯ และนำรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมในครั้งต่อไป สำหรับการเลือกตัวแทนของหมู่บ้านเมืองเอก ให้ไปลงสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีหลักหกนั้น ขณะนี้มีผู้สมัครเป็นตัวแทน 3 คน ประกอบด้วย นายศักดิ์ชัย ทองวัฒนา นายไตรสร ปราโมช ณ อยุธยา และ นายวิโรจน์ บุญรอด โดยหลังจากนี้จะมีการส่งเอกสารแนะนำตัวของทั้ง 3 คนไปยังบ้านแต่ละหลังในหมู่บ้านเมือง เพื่อพิจารณา ก่อนที่มาโหวตเลือกให้เหลือ 1 คน ในวันที่ 13-14 ม.ค.นี้ เพื่อเป็นตัวแทนของหมู่บ้านเมืองเอก ลงสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีหลักหก
อย่างไรก็ตามระหว่างการประชุม มีการแจกเอกสารปัญฆาและแนวทางการแก้ไขในปมู่บ้านเมืองเอก ในมุมมองของผู้อยู่อาศัย โดยมีการสรุปปัญหา 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ภาครัฐไม่สนใจ เริ่มจากเทศบาลที่อยู่ใกล้ชิดมากที่สุด รวมทั้งหน่วยงานกลาง และความซ้ำซ้อนของระบบบริหารรงานของไทย 2.ผู้อาศัยไม่สามัคคี 3.ผู้จัดสรรไม่ดี 4.มีแต่ผู้เข้ามาหาประโยชน์



