
คอ.นธ.เตรียมชง34อรหันต์แก้รธน.พรุ่งนี้
คอ.นธ.เตรียมชงข้อเสนอตั้ง 34 อรหันต์แก้รัฐธรรมนูญให้รัฐบาลพรุ่งนี้
วันที่ 8 ม.ค.55 นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) กล่าวถึงข้อเสนอให้มีคณะกรรมการ 34 รายเพื่อมาแก้ไขรัฐธรรมนูญแทนการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ว่า ในวันที่ 9 มกราคมนี้คอ.นธ.จะทำรายงานเสนออย่างเป็นทางการให้รัฐบาลทราบ ส่วนรัฐบาลจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นเรื่องรัฐบาล สำหรับรายชื่อ 34 รายที่ระบุมานี้เป็นเพียงตุ๊กตา และที่มาของการเลือกคนกลุ่มนี้เป็นเพราะคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้มีความสนใจในรัฐธรรมนูญ อันมีหลักฐานมากจากการแสดงความคิดเห็นผ่านสาธารณะ ซึ่งจะเปรียบเสมือนสถาปนิกหรือวิศวกรมาออกแบบแปลนสร้างบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติคือนักกฎหมายมหาชนเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ตนไม่เคยทาบทามคนกลุ่มนี้ก่อน เพราะข้อเสนอของคอ.นธ.นั้นรัฐบาลยังไม่ทราบ เพราะคอ.นธ.เองเป็นองค์กรอิสระหากเสนอให้รัฐบาลทราบก่อนก็เท่ากับคอ.นธ.เป็นเครื่องมือของรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องรู้เท่ากับที่ประชาชนรู้
นายอุกฤษ กล่าวต่อว่า อธิบายง่ายๆว่าหากจะสร้างบ้านให้ดี จะให้คนทั่วไป หรือมืออาชีพเป็นสถาปนิก ที่หมายถึงคนมีความรู้ ความสามารถ มาทำแบบบ้าน แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการนี้ต้องรับฟังเสียงของประชาชนอยู่แล้ว สมมติถ้ามีการร่างมาแล้ว และรัฐบาลเห็นชอบก็จะส่งให้รัฐสภาพิจารณา และรัฐสภาเองก็มาจากประชาชน ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่ให้มาเป็นผู้แทน จากนั้นถ้าผ่านการพิจารณาในวาระที่ 2 ก็จะเสนอให้มีการทำประชามติต่อ ส่วนการที่ข้อเสนอของคอ.นธ.ถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นเรื่องดี เพราะจะได้รู้ว่าใครมีความคิดเห็นอย่างไร และรัฐบาลจะทำตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้เมื่อตอนหาเสียงหรือไม่ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล แต่คอ.นธ.ต้องการเสนอให้ยึดโยงกับหลักนิติธรรม ทั้งนี้กระบวนการมีส.ส.ร.นั้น ตนเห็นว่ายังขาดหลักนิติธรรมว่าด้วยการเสมอภาค เพราะในแต่ละจังหวัดเองถึงจะเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คนเท่ากัน แต่เมื่อประชาชนในแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน จะเป็นการสมดุลกันได้อย่างไร
“ แนวคิดอาจจะแตกต่างกัน แต่หากสมมติให้ประชาชนกลับไปเลือก ส.ส.ร.ก็เหมือนกลับไปสู่สนามเลือกตั้งอีก ต้องมีการหาเสียง จนกลายเป็นว่าภาคเหนือ-อีสาน เป็นตัวแทนจากเสื้อแดงเข้ามาเยอะ ภาคใต้ก็เสื้อเหลืองเข้ามาเยอะจะไปหาความลงตัวที่ไหน พวกที่คณะกรรมการเลือกมา 34 รายชื่อนี้เป็นเพียงตุ๊กตา และระหว่างพูดคุยก็ถ่ายทอดให้ประชาชนได้รับฟังทุกขั้นตอน เหมือนเป็นการให้การศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญอีกทางหนึ่ง”นายอุกฤษกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่หากคณะกรรมการเลือกผู้ที่จะมาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเองจะเป็นการเข้าข่ายเผด็จการหรือไม่ นายอุกฤษ กล่าวว่า เป็นเผด็จการตรงไหน ถ้ารัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 นั้นก็มี 3 ทาง คือรัฐบาล รัฐสภา และประชาชน ถ้าไม่พูดแล้วไปตั้งใครมาก็ไม่รู้แล้วมาเสนอร่างแบบนี้เป็นแน่ แต่ถ้ามีการเปิดเผยทุกขั้นตอนจะเป็นเผด็จการอย่างไร และรายชื่อ 34 คนนี้ เหมือนสถาปนิก มาแสดงความคิดเห็นว่าบ้านควรจะมีรูปร่างอย่างไร แต่ในที่สุดก็เข้าสู่สภาให้ผู้แทนประชาชนพิจารณาอยู่ดี และขณะเดียวกันหากเรายังดูถูกรัฐสภา ดูถูกผู้แทนปวงชน เช่นนี้เราจะเลือกมาทำไม
เมื่อถามว่า หลังจากมีข้อเสนอมาแล้ว กลับมีเสียงต่อต้าน เช่นนี้จะมีการปรับสเปคหรือไม่ นายอุกฤษ กล่าวว่า คงไม่ ตนยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ และสัญญาประชาคมที่รัฐบาลเสียงข้างมากให้ไว้กับประชาชน เมื่อเป็นสัญญาประชาคมแล้วก็น่าจะทำ จะทำได้หรือไมได้เป็นอีกเรื่อง ทั้งนี้คือเจตนารมณ์ที่แท้จริงของคอ.นธ.คงจะไม่มีการแก้ไขอีก
“ อยากให้ดูประวัติศาสตร์ตอนที่คณะบุคคลเสนอมาตรา 7 ใครเป็นคนอยู่ในรายชื่อบ้าง พวกนั้นใช่ไหมที่เป็นเผด็จการ และผมก็เป็นคนเสนอเองที่ไม่ให้ใช้มาตรา 7 เพราะบ้านเมืองเสียหาย และประชาคมโลกจะไม่รับรอง ผมเองที่คัดค้านไม่เห็นด้วย จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ออกมารับสั่งชัด ตอนนั้นพวกที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยไม่มีใครออกความเห็นเลย ไปอยู่ตรงไหนกันหมด หรือตอนปี30ผมก็เสนอว่าการเลือกตั้ง ต้องมีการเลือกตั้งตามอัตราส่วน ตอนนั้นก็มีคนคัดค้าน แต่ท้ายที่สุดก็ถูกใช้จนถึงขณะนี้”นายอุกฤษกล่าว



