ข่าว

'เจริญ'เผยชงย้ายจุดสร้างรัฐสภาใหม่

'เจริญ'เผยชงย้ายจุดสร้างรัฐสภาใหม่

08 ม.ค. 2555

'รอง ปธ.สภาฯ' เผย พร้อมชงที่ประชุม คกก.ก่อสร้างรัฐสภาใหม่ ย้ายจุดก่อสร้าง แย้มเล็งสระบุรี เป็นที่ก่อสร้างแทนแยกเกียกกาย ปูด! ขรก.เส้นใหญ่ ป้อง 4 บริษัท เตรียมเข้าประมูลงานสร้าง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 8 ม.ค.55  นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "เก็บตกเนชั่น" ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ยังคงล่าช้าว่า เกิดจากปัญหาหลายประการ คือ

          1.) บริเวณดังกล่าวมีเส้นทางการคมนาคมคาบเกี่ยวพื้นที่ของทหาร และกรุงเทพมหานคร (กทม.) การเจรจายังไม่ลงตัว เพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันจะก่อสร้างให้ได้ จึงยังต้องหารือถึงข้อสรุปอีก

          2.) เมื่อการส่งมอบพื้นที่ไม่เป็นไปตามระยะเวลา จึงยังไม่มีการเริ่มการก่อสร้าง เพราะผู้ดำเนินการรับเหมาก่อสร้างอ้างว่าไม่เป็นตามแผน การก่อสร้างจึงถูกชะลอไว้ก่อน เพราะหากเริ่มก่อสร้างแล้ว แต่ข้อตกลงเรื่องพื้นที่ยังไม่ยุติ รัฐบาลอาจจะเสียค่าโง่ได้ เหมือนกรณีค่าโง่ทางด่วน

          ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในวันที่ 9 ม.ค. นอกจากจะหารือถึงความคืบหน้าแล้ว ยังมีความเป็นไปได้ที่อาจจะย้ายไปก่อสร้างยังสถานที่แห่งใหม่ จากพื้นที่เดิมบริเวณโรงเรียนโยธิณบูรณะ แยกเกียกกาย ที่มีการการวางศิลาฤกษ์ไปแล้ว ไปยังบริเวณอื่นที่ไม่มีปัญหา อาทิ บริเวณเส้นทางจากกรุงเทพไปสระบุรี ที่ในอนาคตจะมีการก่อสร้างขบวนรถไฟความเร็วสูงไป จ.นครราชสีมา - จ.อุดรธานี - จ.หนองคาย และจะใช้เวลาเดินทางไปไม่นาน และน่าจะใช้เวลาก่อสร้างรวม 2 ปี และที่สำคัญจะต้องไม่มีการเสียงบประมาณซื้อที่ดินเพิ่ม ซึ่งอาจจะใช้ที่ดินของราชพัสดุ

          "เราต้องยอมรับว่า โครงการนี้ได้มีการดำเนินการ ก่อนที่จะมีเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้ ผมและคณะกรรมการฯ มีความหวั่นใจว่า หากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ขึ้นอีก จะทำให้เกิดปัญหาได้ เพราะในแบบแปลนการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นั้น มีการกำหนดให้ห้องควบคุมระบบไฟ ห้องโรงพิมพ์ และอาคารจอดรถ อยู่ชั้นใต้ดิน ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วม ก็อาจจะส่งผลต่อการทำงานในอาคารของรัฐสภาได้ โดยเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอาคารรัฐสภาถือว่าเป็นสถานที่ ที่จะดูแลแก้ไขปัญหาประเทศในยามที่เกิดวิกฤตต่าง ๆ และหากเกิดปัญหาขึ้นเราจะทำอย่างไร"

          นายเจริญ กล่าวอีกว่า การก่อสร้างรัฐสภาใหม่ที่ต้องทำตามราชพัสดุ การประกวดราคา การหาผู้รับจ้าง การก่อสร้างล่าช้า เพราะมีเหตุการณ์อุทกภัย อีกทั้งในส่วนของสภานั้นยังต้องดำเนินการสร้างหมู่บ้านทาวน์เฮาส์ ทดแทนให้กับชุมชนทอผ้าที่อยู่อาศัยเดิมนั้นจำนวน 79 หลัง แต่ยังไม่มีการประกวดราคา รวมทั้งปัญหาการโยกย้ายโรงเรียนโยธินบูรณะ ที่เดิมได้มีการตั้งงบประมาณในการย้ายและการก่อสร้างสถานศึกษาแห่งใหม่ ในวงเงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่เมื่อตนได้มีการสอบถามไปยังผู้บริหารโรงเรียน ทำให้ทราบมาว่าเงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ที่จัดสรรไปให้นั้นเป็นเพียงค่าก่อสร้างอาคารเรียนเท่านั้น ยังไม่นับรวมการก่อสร้าง โรงอาหาร และอาคารยิมนีเซียม โดยล่าสุดผู้บริหารโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครอง-นักเรียน จึงมีความเห็นว่าจะต้องของบประมาณเพิ่มเติมอีก 600 ล้านบาท

          "เรื่องนี้ทำให้ผมงงมากว่าทำไมทางโรงเรียนโยธินบูรณะ จึงต้องขอเพิ่มงบประมาณเพิ่มเติมอีก เพราะที่ผ่านมา ได้มีการตกลงกันอย่างชัดเจนแล้วว่า งบทั้งในการย้ายโรงเรียน และการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ทั้งหมดอยู่ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท แต่สุดท้ายจะมีการขอเพิ่มขึ้นอีก 600 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ผมและคณะกรรมาธิการติดตามฯ ได้คิดเอาไว้และยังไม่ได้เสนอไปยังประธานสภาฯ คือ หากจะต้องมีการย้ายสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาไปในที่แห่งใหม่นั้น จะต้องไม่มีการเพิ่มวงเงินงบประมาณและเงื่อนไขสิ่งต่าง ๆ จากเดิมที่ได้มีการกำหนดเอาไว้ เพราะหากมีการไปเปลี่ยนแปลงก็อาจจะมีการตั้งข้อครหาว่า จะมีการหาผลประโยชน์ได้"

 

ปูดมี ขรก.เส้นใหญ่ ปกป้องสี่บริษัทเตรียมประมูลสร้างสภาใหม่

 

          รองประธานสภาผู้แทนราฎร กล่าวถึงกรณีที่ มี 4 บริษัท ซึ่งเตรียมเข้าประมูลสร้างอาคารสภาใหม่ จนเกิดการท้าสาบานระหว่างนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ว่า "ตนก็แปลกใจ ทำไมต้องหาผู้จะเข้าประมูลก่อน ทั้ง ๆ ที่ที่ดินก็ยังไม่ส่งมอบ ราคากลางก็ยังไม่มี และจากสัญญาเดิม เนื้อที่สร้างสภาใหม่จะมี 300,000 ตารางเมตร แต่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเป็น 400,000 ตารางเมตร ทำให้กังวลว่าจะมีผลประโยชน์ทางการเมืองมาเกี่ยวข้องหรือไม่"

          นายเจริญ กล่าวว่า หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ซิโนไทย อีกทั้ง หลังจากมีปัญหา ตนก็ได้นำเรื่องนี้ไปคุยกับกรรมการของสภาเพื่อแก้ไข และมีข้าราชการเส้นใหญ่หนึ่งคน มีพฤติกรรมที่ปกป้องไม่ให้มีการรื้อการประกวดราคาใหม่ โดยอ้างว่า เป็นระเบียบราชการที่ต้องหาผู้รับจ้างก่อน เป็นไปตามระเบียบ จึงไม่สามารถยกเลิกได้ ซึ่งก็สงสัยว่ายังไม่มีการเซ็นสัญญาจ้าง ทำไมจะยกเลิกไม่ได้  

 

“เทพไท”  คาด “ปู่ชัย-สมศักดิ์”  ขัดผลประโยชน์สร้าง “รัฐสภาแห่งใหม่” ที่ “แยกเกียกกาย”   

 

          นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าในช่วงค่ำของวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 55 หลังเกิดวิวาทะระหว่างนายสมศักดิ์ เกียรติสุนนท์ ประธานรัฐสภา และ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา ในเรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่แยกเกียกกาย และต่อมาทราบว่า นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ดูพื้นที่ใหม่ในอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หากมีการย้ายการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยอ้างว่าบริเวณแยกเกียกกาย ที่ขณะนี้กำลังก่อสร้างไปแล้ว 30% และใช้เงินไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ต้องประสบปัญหาน้ำท่วม และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บดบังทัศนียภาพของรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นความจริงเพราะพื้นที่นนทบุรีก็น้ำท่วมเช่นกัน
 
          “ เรื่องนี้น่าจะมีการขัดผลประโยชน์ระหว่างอดีตประธานรัฐสภา และ ประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน เพราะโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ โดยเฉพาะความต้องการยกเลิกบริษัทที่ทำการก่อสร้างที่มี 4 บริษัท และตนก็ไม่ทราบว่าประธานรัฐสภามีอำนาจ สั่งยกเลิกโครงการได้หรือไม่เพราะโครงการได้เดินหน้าไปแล้ว อีกทั้งยังได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์  โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เป็นที่เรียบร้อย โครงการดังกล่าวนี้ควรจะเดินหน้าก่อสร้างให้เสร็จ เพราะไม่ต้องการให้เป็นโครงการ 7 ชั่วโครต และหากประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน พบความไม่โปร่งใสต่างๆก็ควรจะเปิดโปงให้สังคมได้รับทราบด้วย” นายเทพไท กล่าว