ข่าว

'ปู'รับลูกคอ.นธ.ตั้ง34อรหันต์แก้รธน.

'ปู'รับลูกคอ.นธ.ตั้ง34อรหันต์แก้รธน.

08 ม.ค. 2555

นายกฯ รับลูก คอ.นธ. เสนอตั้ง 34 อรหันต์แก้รธน.รอชงอย่างเป็นทางการ ย้ำ เห็นด้วยรื้อรัฐธรรมนูญ พูดชัด อยู่ในแผนรัฐบาล อุบไต๋แก้มารตราไหน ไม่ค้านข้อเสนอ "เหวง" ขอเยียวยาเหยื่อม็อบการเมือง 6 ล้าน ครม. พร้อมพิจารณา 10 ม.ค.นี้

          วันที่ 8 ม.ค.55  เวลา 11.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเยี่ยมผู้ประสบสาธารณภัย ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านปากลง หมู่ที่ 6 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช
 
          ทั้งนี้ก่อนเดินทางน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมนิธิธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) เสนอให้คณะรัฐมนตรีตั้ง 34 อรหันต์ ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ว่า วันนี้ข้อเสนอที่เป็นทางการและส่งมาทางรัฐบาลยังไม่ได้รับ แต่เท่าที่ทราบจากข่าวถ้าดูรายละเอียด จากที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวเสนอมานั้น ที่จริงแล้วแนวคิดหากเรามองก็เหมือนกับคนสร้างบ้าน ซึ่งต้องดูจุดหลักของรัฐธรรมนูญ คือ แบบแปลน ที่เป็นที่อยู่ของทุกคน นั่นคือเป็นรัฐธรรมนูญของทุกคน ดังนั้นการจะร่างรัฐธรรมนูญก็เหมือนกับผู้สร้างบ้าน ต้องเป็นผู้มีความรู้ เป็นสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง นั่นจึงเป็นที่มาของคณะกรรมการอิสระชุดของนายอุกฤษ มงคลนาวิน เสนอมา คืออยากให้คนที่มีความเที่ยงตรงเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญ

          "ถ้าถามไอเดียส่วนนี้ เป็นการส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งต้องขออนุญาตรับความคิดเห็นนี้  เมื่อส่งมาเป็นทางการถึงรัฐบาล เพื่อนำไปศึกษาในรายละเอียดก่อน สำหรับจุดยืนของรัฐบาล สิ่งที่เราอยากเห็นคือการแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นสิ่งที่เราได้มีส่วนร่วม มีแนวคิดร่วมกัน อย่างกระบวนการสสร. ถือเป็นสิ่งที่ดีในกระบวนการหนึ่ง ซึ่งดิฉันเห็นว่าต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ที่มาร่างต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน ซึ่งมาจากเสียงประชาชน ที่สำคัญต้องเป็นผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญโดยตรง จะขอรับข้อเสนอนี้และนำไปหารือ"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
 
          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า  สำหรับรัฐบาลวันนี้ต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน แต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอมา จะนำไปประกอบการพิจารณาในอนาคตอีกครั้ง จะขอรับเมื่อมีรายละเอียดส่งมาอย่างเป็นทางการ
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้  รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า แล้วแต่กลไกลทางพรรค ที่จะมีมติซึ่งทางพรรค จะอาศัยมติที่ประชุมพรรคในการตัดสินใจยื่น แต่ทุกอย่างต้องเข้าไปอยู่ที่กลไกลของรัฐสภา ส่วนรัฐบาลขอพิจารณาก่อน เพราะวันนี้มีหลายภาระกิจที่ต้องทำ ทั้งเรื่องการเยียวยาอะไรต่างๆ จึงอยากเร่งทำตรงนี้ก่อน
 
          เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ออกมาขัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระดังกล่าวจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  ต้องใช้วิธีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและสิ่งที่เราควรทำคือ นำสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นกติกาที่ทุกคนยอมรับมา  เพราะรัฐธรรมนูญสุดท้ายแล้ว จะเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนทุกคน ดังนั้นต้องให้แน่ใจว่าการนำกระบวนการต่างๆจะต้องเป็นที่ยอมรับ
 
          เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยควรจะคุยกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะเห็นตรงกันว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ติดที่เงื่อนเวลา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  ในหลักการเชื่อว่าทุกคนเห็นไม่ต่างกันมาก คือการหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศและประชาชน
ส่วนรายละเอียด เชื่อว่าเมื่อกระบวนการต่างๆเข้าไปถึง ก็จะมีกระบวนการคุยกัน ซึ่งแล้วแต่ส่วนของพรรค แต่สุดท้ายต้องไปหารือและตกผลึกกันในสภา ซึ่งเราต้องถือว่าเป็นกระบวนการและกลไกลของฝ่ายนิติบัญญัติ
 
          ต่อข้อถามที่ว่า คิดว่ามาตราใดควรแก้เพราะลูกพรรคก็เห็นไม่ตรงกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  ตนยังไม่อยากเข้าไปในรายละเอียด แต่อยากเข้าไปตั้งหลักก่อนว่า กระบวนการที่จะไปแก้คืออะไร และให้ตัวแทนเข้าไปถกรายละเอียดว่าจะแก้เรื่องอะไร ถ้าวันนี้เรามาคุยกัน คนนั้นจะแก้มาตรานี้อย่างนี้ มาตรานั้นอย่างนั้น มันจะถกเถียงกันไม่จบ เราต้องให้ผู้เป็นตัวแทนอย่างแท้จริง ไปพิจาราณาทั้งข้อดีข้อเสีย นี่คือหลักการของรัฐบาล เราถึงไม่พูดว่าจะแก้มาตราอะไร แต่สิ่งสำคัญคือเราอยากได้การมีส่วนร่วมและการยอมคับของประชาชน
 
          เมื่อถามว่า วันนี้นายกฯเห็นด้วยใช่หรือไม่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวยืนยันว่า เห็นด้วย เพราะอยู่ในแผนของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่เราต้องเรียงตามคงามเร่งด่วน
 
          เมื่อถามว่า นายอุกฤษ ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเดินหน้าเลย ไม่ต้องรอ 7-8 เดือน คิดว่าทำได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าต้องเข้าเป็นลำดับ แต่วันนี้เราดูความเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาลเร่งด่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้อง ขณะเดียวกันกลไกลอื่นที่มีความพร้อมก็สามารถไปก่อนได้ และรัฐาลเองก็ต้องดูว่าถ้ารัฐบาลพร้อมเมื่อไหร่ก็จะพิจารณา คือไม่ใช่หัวข้อที่เราต้องมานั่งพิจาราเป็นอันดับแรก เพนาะวันนี้ภาระของฝ่ายบริหารคือการแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ ซึ่งภาคใต้มีผลกระทบมาก ตลอดเวลาตนได้ติดตามและสั่งการ ซึ่งวันนี้จบภาระกิจเรื่องงบประมาณ จึงลงภาคใต้เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาประชาชน
 
          ส่วนกรณีที่นพ.เหวง โตจิราการ เสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม รายละ 6 ล้านบาท ซึ่งจะมีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 ม.ค.นี้ นั้น นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการอิสระตวรจสอบค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) เป็นผู้พิจารณา ซึ่งคงต้องรอเนื้อหาที่จะเข้าครม.อีกครั้ง

 

ปชป.โต้ปคอป.เเจงอภิสิทธิ์ไม่ได้ตั้งงบเยียวยา1.1หมื่นล้าน

                นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ากรณีที่คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ออกมาพูดถึงตัวเลขชดเชยเยียวยาผู้เสียหายทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน รายละ 3-4 ล้านบาท คำถามคือว่า ขณะนี้รัฐบาลพูดว่า รัฐบาลชุดที่แล้วมีงบเยียวยา 11,000 ล้านบาท ใช้ไปประมาณ 8 ,300 ล้านบาท เหลือ ประมาณเกือบ 3,000 ล้านบาท ก็อยากจะถามกลับไปที่รัฐบาลว่า งบที่กล่าวถึงคืออะไร เพราะเรายืนยันได้ว่าเราไม่ได้ตั้งงบเยียวยาไว้เป็นจำนวนหมื่นล้านบาท และการเยียวยาในสมัยที่นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีมี 2 ช่วงหลักคือ เม.ย. 2552 และพ.ค.2553  โดยตั้งกรรมการขึ้นมา2 ชุด มีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งผู้เสียหาย บาดเจ็บ ทุกอย่างเยียวยาตามขั้นตอน ไม่มีการใช้งบเป็นหมื่นล้านบาทตามที่กล่าวอ้าง แน่นอน
   
                นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อมีการตั้งตัวเลข 3 -4 ล้านบาทให้กับผู้เสียชีวิต พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีข้อโต้แย้งทางเรื่องจำนวนเงิน แต่ความสำคัญที่อยากจะตอกย้ำคือเสนอดังกล่าวมาจากคอป. และข้อเสนอของคอป.มีความตั้งใจหรือเจตนา ในการสร้างความเป็นธรรมในเกิดขึ้นกับคนไทยทุกคน ให้เกิดความเท่าเทียมปรองดอง อยากจะย้ำต่อรัฐบาลว่า เงื่อนไปในการชดเชยเยียวยา ต้องเป็นธรรมเท่าเทียมโปร่งใส และต้องแสดงเงื่อนไขในแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน และผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม จะได้รับการตอบแทนเยียวยา เท่ากับบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ที่จงใจใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ มาตรการเยียวยาควรจะครอบคลุมและทำให้เป็นธรรม ไม่เช่นนั้นแล้ว ข้อเสนอที่คิดว่าจะสร้างความปรองดอง ก็จะกลายเป็นการสร้างความแตกแยก ตรงนี้ยังไม่รวมถึงการเกิดขึ้นในอดีตตั้งแต่ปี 2535 ที่ยังมีการเรียกร้องค่าเสียหายอยู่ ตรงนี้จะตอบคำถามพวกเขาได้อย่างไร ว่าทำไมมีสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลขณะนี้ มีสิทธิ์ที่จะได้รับค่าชดเชยที่มากกว่า ก็อยากให้รัฐบาลได้กลับไปคิด