ข่าว

สารพัดหลักสูตรรองรับตร.เลือดใหม่

สารพัดหลักสูตรรองรับตร.เลือดใหม่

08 ม.ค. 2555

'จัดเต็ม'สารพัดหลักสูตร รองรับ...ตำรวจเลือดใหม่ : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้บัญชาการศึกษา โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ

               สภาพปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนี้ คือ การขาดแคลนกำลังพลระดับผู้ปฏิบัติในหน่วยงานต่างๆ เมื่อจำนวนข้าราชการไม่เพียงพอต่อเนื่อง จึงมีการให้ความสำคัญเพื่อสอดรับกับปัญหาในการอนุมัติให้มีการพัฒนาสรรหาและฝึกอบรม นับว่าถือเป็นมิติใหม่ในรอบกว่า 50 ปีที่มีการรับสมัครข้าราชการตำรวจชั้นประทวนกว่า 1 หมื่นอัตรา หรือ "ตำรวจสายเลือดใหม่" ในปี 2555 นี้
    
               ท่ามกลางปัญหาอาชญากรรมที่ซับซ้อนและรุนแรง ตลอดจนปัญหาจากภัยพิบัติต่างๆ ทำให้ตำรวจต้องมีทักษะต่างๆ ที่เท่าทันกับยุคสมัย เมื่อถามถึงหลักสูตรใหม่ๆ ที่จะช่วยลับเขี้ยวเล็บตำรวจไทยยุคใหม่จะมีอะไรบ้าง พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้บัญชาการศึกษา มีคำตอบ...?!! 

   
-ตอนนี้มีหลักสูตรใหม่ๆ อะไรบ้าง ที่ตำรวจยุคใหม่ต้องเรียนรู้
       
               คงเป็น "หลักสูตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (Rescue)" ซึ่งได้มีการตั้ง "กองร้อยปฏิบัติการทางน้ำ" ขึ้นมาแล้วตั้งแต่ตอนน้ำท่วม โดยได้มีการจัดฝึกอบรมไปในช่วงระหว่างการปฏิบัติงานจริงในการช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตำรวจเรามีพื้นความรู้ในเรื่องการแก้ปัญหาจากภัยธรรมชาตินั้นค่อนข้างน้อย จากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่ผ่านมา ตำรวจทำได้เพียงแค่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก ใช้ไหวพริบที่เกิดขึ้นในขณะนั้น จากบทเรียนครั้งนั้น จึงต้องมาสรุปเป็นบทเรียนที่ตำรวจต้องเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้ทุกสถานการณ์ ที่ผ่านมาเราได้ครูฝึกจากตำรวจน้ำ และกองทัพเรือมาเป็นวิทยากรให้ ขณะนี้กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลางมีตำรวจที่เข้าสู่หลักสูตรนี้แล้ว 100 นาย เริ่มฝึกมาได้ครึ่งเดือนแล้ว อีกครึ่งเดือนก็จะครบหลักสูตรระยะสั้น 1 เดือน ซึ่งจะเป็นการสอนและฝึกทักษะการขับเรือทุกชนิด เวลาเกิดน้ำท่วมตำรวจจะได้สามารถเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านได้ในทันท่วงที

   
-การฝึกทักษะการขับเรือ ตลอดจนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ผ่านมาตำรวจก็เรียนรู้กันเอง
   
               นั่นเป็นเรื่องที่ดี และเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิด "ครูพี่เลี้ยง" ในเดือนมกราคมนี้ จะมีการสร้างระบบ "ครูพี่เลี้ยง" โดยตำรวจระดับชั้นสัญญาบัตร จะเป็นผู้กำกับดูแล ส่วนตำรวจชั้นประทวนเป็นฝ่ายปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น จ่า หรือดาบตำรวจ เป็นชั้นผู้น้อยที่มีความเชี่ยวชาญ และเก่งๆ เยอะ ก็มาฝึกผสมผสานกัน เมื่อฝึกเขาแล้วก็หวังให้เขาไปต่อยอด ขยายผลสร้างลูกศิษย์ของเขาต่อไปในพื้นที่ เราจะเปิดโอกาสให้คัดเลือกตามความจำเป็นเพื่อมาฝึกเพื่อนำไปขยายผลต่อ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกกับครูชาวต่างชาติ อาทิ แคนาดา ออสเตรเลียและอังกฤษ เป็นต้น

   
-ส่วนหลักสูตรที่ต้องเร่งรัดเป็นพิเศษในปีนี้
   
               ตอนนี้มีการเร่งรัดให้มีการดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้มีความกระชับมากขึ้น ปกติจะมีหลักสูตร 2 แบบคือ หลักสูตรระยะยาว (long course) จะประกอบด้วย หลักสูตรฝ่ายอำนวยการตำรวจ หลักสูตรสารวัตร หลักสูตรผู้กำกับการ หลักสูตรการบริหารงานตำรวจชั้นสูง ที่จะมีการอบรมประมาณ 3-4 เดือน และ หลักสูตรระยะสั้น (short course) ที่เราจะหมุนเวียนจัดหลักสูตรสั้นๆ ต้องดูบริบทของสภาพแวดล้อมในขณะนั้น ในปีนี้จะมีการเพิ่มขึ้นมาในหลายหลักสูตร การพัฒนาผู้ฝึกสอนหรือครูฝึก เราจะสร้างครูฝึกเราจะฝึกแนวคิดใหม่ๆ การจัดการบริหารใหม่ รวมทั้งทักษะใหม่ๆ ยุทธวิธีใหม่ การใช้อาวุธ การใช้ยานพาหนะ เราต้องตามให้ทัน
   
   
-หลักสูตรปกติเหล่านี้ ต้องฝึกอบรมควบคู่ไปกับหลักสูตรใหม่ๆ
   
               ใช่ ควบคู่กับหลักสูตรการจัดการกับภาวะวิกฤติ  ไม่ว่าจะเป็นจากภัยธรรมชาติ วิกฤติจากสภาพแวดล้อม หรือเรื่องตึงเครียดต่างๆ (crisis analysis) หลักสูตรการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมที่ค่อนข้างซับซ้อนด้านคอมพิวเตอร์ ด้านการเงิน เทคนิคการสอบสวนเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้ายทั้งฝ่ายปฏิบัติการสายตรวจ และฝ่ายปฏิบัติการสืบสวน ตลอดจนเทคนิคการจัดการเกี่ยวกับวัตถุระเบิด และหลักสูตรเกี่ยวกับมวลชนสัมพันธ์และการดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เป็นต้น ซึ่งหลายหลักสูตรจะเปิดอบรมในปีนี้
   
               โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (Transnational Crime Affairs Section : TCAS) และหน่วยงานสังกัดความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกา (Federal Law Enforcement Training Center : FLETC) ด้วย ซึ่งหลายหลักสูตรที่เราคิดขึ้นมาเพื่อเป็นการรองรับประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่จะมาถึงด้วย เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง โดนเฉพาะเรื่องของภาษา ตอนนี้มีการเปิดห้องซาวนด์แล็บ เป็นคอร์สสั้นๆ ใครว่างก็มาเรียน เป็นการฝึกฟังพูดอ่านเขียน โดยมีชาวต่างชาติที่เป็นอาสาสมัครมาช่วยสอนด้วย
   
   
- การคิดหลักสูตรฝึกอบรมต่างๆ ขึ้นมา เจตนารมณ์สูงสุดคืออะไร
   
               ความตั้งใจและเจตนารมณ์ของผม อยากให้ตำรวจทุกคนทุกชั้นยศได้เห็นความสำคัญของการฝึกอบรม การเพิ่มทักษะในวิชาชีพให้เป็นมืออาชีพของตำรวจ เพื่อนำความรู้มาทำงานสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในสังคม และความต้องการของประชาชนได้ทันต่อความต้องการ เราจะจัดหลักสูตรระยะสั้นและหา "โอกาส" ให้ทุกคนได้มารับการฝึกโดยให้ประหยัดงบประมาณมากที่สุด และการขยายการอบรมออกไปที่หน่วยในแต่ละพื้นที่ ให้ครูฝึกมาอบรมที่เราและกลับไปกระจายความรู้ เป็นครูพี่เลี้ยงสอนในพื้นที่ กระจายสมาชิกเพิ่มขึ้น และจะทำเอ็มโอยูกับสถานศึกษาในหลายๆ ที่ขอผู้มีคุณวุฒิในด้านต่างๆ มาช่วยเสริมในสิ่งที่เราขาดด้วย

   
- ตำรวจไทยขาดทักษะหลายด้าน ถึงต้อง "จัดเต็ม" หลักสูตรต่างๆ แบบนี้
   
                ตำรวจห่างเหินจากการอบรมในทุกระดับ ไม่เหมือนหน่วยงานอื่นที่มีการอบรมบ่อยครั้ง จากการสำรวจตัวเลขพบว่าเมื่อปี 2553 ปรากฏว่า สัญญาบัตรมีเฉลี่ย 3 หมื่นนาย อบรมได้แค่ 2,600 นาย เท่ากับตำรวจ 12 นายได้อบรม 1 นายต่อปี ชั้นประทวนประมาณ 1.8 แสนนาย อบรมได้ 14,250 นาย เท่ากับตำรวจ 14 นาย อบรมได้ 1 นายต่อปี ถือว่าตำรวจเรายังขาดโอกาสในการอบรม ปีนี้ผมพยายามสร้างโอกาสให้ตำรวจระดับเล็กถึงใหญ่ให้มีการได้รับการอบรมทุกคน จัดการอบรมแบบระยะสั้น มีการสร้างครูพี่เลี้ยงขึ้น เน้นการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และนำความรู้มาแชร์กัน องค์กรตำรวจเราถึงไปได้
   
               และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกหลักสูตรที่เราจัดขึ้นมาเสริมศักยภาพตำรวจนั้น คือ เรื่องของ "จริยธรรม" และ "การบริการประชาชน" ให้เป็นที่ประทับใจ มีการสร้างจิตสำนึก โดยมีการจัดทำ "คัมภีร์ฟอกใจตำรวจไทย" ขึ้นมา มีหลักที่ควรจะปฏิบัติไม่ควรปฏิบัติ เป็นคู่มือประจำตัวในการกล่อมเกลาตัวเอง ซึ่งตำรวจต้องมีจิตใจที่ดีงามก่อนการทำงาน คือ การบำบัดทุกข์บำรุงสุข จิตใจของตัวเองต้องแข็งแกร่ง เราต้องเพิ่มดีกรีความแข็งแกร่งให้ต่อสู้กับสิ่งไม่ดีที่เข้ามารอบข้างให้ได้มากที่สุด
        
              
- การเพิ่มหลักสูตรฝึกอบรมครั้งนี้ เพื่อรองรับตำรวจเลือดใหม่ลอตใหญ่ในปีนี้
          
                หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้รับคนเพิ่มชั้นประทวน 1 หมื่นอัตรา เราก็ต้องมีการหาวิธีการสรรหาตำรวจแนวใหม่ให้แก่ประชาชน เรามีหลักการจัดการบริหารแนวใหม่ เริ่มตั้งแต่การรับสมัครสอบ การจัดการสอบ การคุมสอบ การออกข้อสอบ ต้องใช้แนวใหม่ ซึ่งคาดว่ามีคนมาสมัครมากมาย เรื่องนี้ถือเป็นโครงการเร่งด่วนที่ต้องทำ โดยจะเปิดการรับสมัครในเร็วๆ นี้ เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน จะรับสมัครผู้ที่มีวุฒิมัธยมปลายหรือเทียบเท่า อายุ 20-27 ปี
   
               ในเบื้องต้นในที่ประชุมมีการเสนอให้รับทั้งเพศชายและเพศหญิงด้วย ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานกำลังพล สำนักงบประมาณและการเงิน และหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมทั่วประเทศ กำลังเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการรับสมัครเกี่ยวกับการสอบคัดเลือก เพื่อบรรจุให้ทันใช้กับกำลังพลที่ขาดแคลนในหน่วยงานสถานีตำรวจ เร็วๆ นี้จะเปิดรับ ตอนนี้ใครอยากจะสมัครก็เตรียมตัวได้แล้ว คอยติดตามได้ทางเว็บไซต์ www.edupol.org

   
- หลังจากสอบคัดเลือกตำรวจเลือดใหม่มาแล้วต้องผ่านบททดสอบหนักเพียงใด
   
               ตำรวจสายเลือดใหม่จะมีการลงหลักสูตรการเรียนการสอน ประมาณ 1 ปี แบ่งเป็นภาควิชาการ 8 เดือน จากนั้นมาฝึกชัยยะ การใช้ยุทธวิธีตำรวจ การใช้อาวุธ การดำรงชีพ 2 เดือน และฝึกงานอีก 2 เดือนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข ก่อนบรรจุลงตามสถานีตำรวจทั่วประเทศ เพราะตอนนี้ตำรวจระดับมดงานเหล่านี้ถือว่าขาดแคลนเป็นอย่างมาก และตำรวจสายเลือดใหม่เหล่านี้จะกระจายอยู่ทุกพื้นที่เราจึงต้องปลูกฝังการทำงานให้เก่ง ทำงานให้เป็น และมีการปลูกฝังจริยธรรมเข้าไป เราคงต้องปรับวิชาการความรู้ใหม่ๆ ที่เพิ่มลงไปในหลักสูตรหลังรับตำรวจเลือดใหม่เข้ามา ตำรวจเราต้องพร้อมทำงานรับใช้ประชาชนรวมทั้งมีจิตใจอาสาด้วย

......................

(หมายเหตุ : 'จัดเต็ม'สารพัดหลักสูตร รองรับ...ตำรวจเลือดใหม่ : สัมภาษณ์พิเศษ  พล.ต.ท.เรืองศักดิ์   จริตเอก ผู้บัญชาการศึกษา   โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ)