ข่าว

ไฟเขียวกู้เงิน8แสนล้านกระตุ้นศก."กรณ์" ยันผลตอบแทนคุ้มค่า-ช่วยจ้างงาน 1.6-2 ล้านคน

ไฟเขียวกู้เงิน8แสนล้านกระตุ้นศก."กรณ์" ยันผลตอบแทนคุ้มค่า-ช่วยจ้างงาน 1.6-2 ล้านคน

07 พ.ค. 2552

ครม.อนุมัติกู้เงิน 8 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 "กรณ์" ยันผลตอบแทนคุ้มค่า ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 2% ต่อปี เกิดการจ้างงาน 1.6-2 ล้านคน ตัดงบประมาณรายจ่ายปี 53 เหลือ 1.7 ล้านล้านบาท โดยหั่นงบทั่วหน้าทุกกระทรวง

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้อำนาจกระทรวงการคลังดำเนินการกู้เงินจำนวน 8 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ตามแผนปฏิบัติการ: ไทยเข้มแข็ง  2555 ซึ่งรัฐบาลมีแผนจะลงทุนภายใต้วงเงินประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 ถึง 2555  เนื่องจากเงินงบประมาณตามกฎหมายมีไม่เพียงพอกับแผนการลงทุนดังกล่าว โดยรัฐบาลจะดำเนินการกู้เงินผ่านการออกพระราชกำหนดในวงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท และพระราชบัญญัติในวงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท

 ทั้งนี้ การกู้เงินดังกล่าว จะทำให้ยอดหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นจาก 40% ในปัจจุบัน ไปอยู่สูงสุดที่ 60% ต่อจีดีพีในปี 2556 แต่ผลตอบแทนที่คุ้มค่าของการลงทุนจะทำให้เกิดการขยายตัวเศรษฐกิจในระดับเฉลี่ย 2% ต่อปี หรือทำให้จีดีพีโดยรวมเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10 ล้านล้านบาท โดยโครงการลงทุนทั้งหมดทำให้เกิดการจ้างงาน 1.6-2 ล้านคน ขณะที่ ระยะเวลาการใช้คืนหนี้ทั้งหมด จะขึ้นอยู่กับแนวทางการระดมเงิน

 “เท่าที่ประเมินจีดีพีตามแผนการลงทุนดังกล่าว ก็คาดว่า ปีนี้จีดีพีจะขยายตัวติดลบ 3.5% ปี 2554 จะขยายตัวที่ 4% ส่วนปี 2557 จะขยายตัว 5.5%” นายกรณ์กล่าวและยืนยันว่า รัฐบาลจะเลือกใช้วิธีการไม่ลงทุนด้วยเงิน 8 แสนล้านบาทในขณะนี้ไม่ได้ เพราะถือว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากมีความจำเป็นต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้า ส่วนเวลาที่เห็นว่า มีความเหมาะสม ก็เนื่องจากขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ต้นทุนการกู้เงินต่ำ นอกจากนี้ ก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งก็คือ ทำให้เกิดการจ้างงาน

 ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมถึงยอดการจัดเก็บรายได้ใน 7 เดือนแรกของปีงบประมาณว่า มียอดการจัดเก็บรายได้จำนวน 518,693 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 102,993 แสนล้านบาท หรือ 12.59% โดยกรมสรรพากรพลาดเป้า 10.67% หรือ 161,933 ล้านบาท กรมศุลกากรพลาดเป้า 18.13%  หรือ 10,506 ล้านบาท และ กรมสรรพสามิตพลาดเป้า 17.08% หรือ 30,556 ล้านบาท

 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมได้พิจารณาตัดงบประมาณรายจ่ายในปี 2553 ของทุกส่วนราชการ เพื่อให้งบประมาณรายจ่ายอยู่ในกรอบ 1.7 ล้านล้านบาทตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติก่อนหน้านี้ โดยทุกกระทรวงโดนตัดรายจ่ายทั้งหมด แต่ที่สำคัญ คือ จะไม่กระทบกับการบริการของประชาชน รวมทั้ง งบประมาณที่ต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานสามารถเสนอปรับปรุงรายละเอียดของงบประมาณได้อีกครั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร